เสียงคีย์บอร์ดกลไกที่ถูกเคาะด้วยความเร็วสม่ำเสมอราวกับจังหวะชีพจรของเครื่องจักร คือสิ่งเดียวที่ขับเคี่ยวกับความเงียบงันภายในห้องโดยสารอับทึบของยานสำรวจรุ่นเก่าคันนี้ แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของดร.ศิลา เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่เกิดจากการอดนอนติดต่อกันหลายชั่วโมง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความคมกริบในแววตาของเธอเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
"หยุดขยับตัวไปมาสักที ไค คุณทำให้สมาธิผม... หมายถึงสมาธิของทีมเสียหมด" ศิลาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากชุดโค้ดคำสั่งที่กำลังวิ่งผ่านเรตินาของเธอ
ชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนลังสินค้าโลหะมุมห้องหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่น่าฟังนั้นเจือความกวนประสาทอย่างจงใจ ไคยกมือขึ้นประสانไว้ท้ายทอย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเรือนร่างเพรียวระหงที่กำลังเคร่งเครียดอยู่หน้าจอ "ผมไม่ได้ขยับตัวครับ ดร.ศิลา ผมแค่กำลังปรับท่านั่งให้สอดคล้องกับแรงโน้มถ่วงจำลองที่กำลังจะล่มสลายต่างหาก... ว่าแต่ คุณกำลังไล่ตามรอยเท้าของผี หรือกำลังวิ่งหนีเงาตัวเองกันแน่ครับ ถึงได้เคาะแป้นพิมพ์ซะเดือดขนาดนั้น"
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกระงับความหงุดหงิด เธอชินเสียแล้วกับการรับมือความกวนประสาทของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษผู้นี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเยาะและท่าทีสำมะเลเทเมา ไคคือแฮกเจอร์มือหนึ่งที่เจาะทะลวงไฟร์วอลล์ระดับ S-Class ของสหพันธ์ดาราจักรได้อย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา
"ผมกำลังแกะรอยดิจิทัลที่พี่สาวผมทิ้งไว้ก่อนเธอจะหายตัวไปในเหตุการณ์ที่สถานีวิจัยลึกลับนั่น" ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นได้ทรยศความรู้สึกทั้งหมด "และถ้าข้อมูลชุดนี้ไม่นำเราไปสู่ห้องทดลองร้างของสหพันธ์ตามที่คุณรับปากไว้ ผมจะถีบคุณออกจากแอร์ล็อคโดยไม่เปิดสkafanderให้"
ไคยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังชั่วขณะ ซึ่งเป็นมุมมองที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นโอโซนในห้อง
"ผมไม่เคยผิดสัญญาในสิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องเสี่ยงตายหรอกนะ... คุณหมอ" ไคโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือกระแสเสียงที่สั่นสะเทือนความนิ่งงันในอกของเธอ "อีกอย่าง ห้องทดลองร้างภาคพื้นดินของเซกเตอร์ 7 ที่เรากำลังจะไปเยือน ไม่ใช่แค่สถานที่ทดลองลับธรรมดา... แต่มันคือหลุมศพทางเทคโนโลยีที่สหพันธ์พยายามลบมันออกไปจากแผนดาราจักร"
นิ้วเรียวยาวของไคเอื้อมผ่านไหล่ของเธอไปกดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย บนหน้าจอหลักปรากฏพิกัดพุ่งเป้าสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับความปลอดภัยสูงสุดที่ถูกถอดรหัสออกมาได้ครึ่งหนึ่ง
ยานสำรวจพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกแก๊สดำทะมึนของดาวเคราะห์น้อยร้าง สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อฝ่าชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้า ก่อนจะจอดสนิทนิ่งสนิทเข้ากับโครงสร้างโลหะขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคน คือประตูนิรภัยบานมหึมาที่มีตราสัญลักษณ์ของสหพันธ์ดาราจักรถูกกัดกร่อนด้วยสนิมอวกาศจนแทบมองไม่เห็น ความมืดมิดที่แผ่ออกมาจากช่องทางเดินด้านในดูราวกับปากของอสูรกายที่อ้าคอยกลืนกินผู้บุกรุก
ศิลากดเปิดใช้งานปืนพกพลังงานในมือ เสียงระบบล็อกเกราะดังขึ้นเบาๆ เธอก้าวลงจากทางลาดของยาน สัมผัสแรกคือความหนบหนืดและกลิ่นอัปชื้นของอากาศที่ไร้การหมุนเวียน ไคเดินตามลงมาติดๆ มือขวาถือแท็บเล็ตวิเคราะห์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดวงตาสอดส่องไปทั่วบริเวณด้วยสัญชาตญาณของนักล่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
"ระวังตัวด้วยครับ" ไคเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความล้อเล่นเป็นครั้งแรก "ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติอาจจะพังไปแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าระบบกลไก... คือพวกมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่ข้างใน"
ทั้งคู่ก้าวเท้าผ่านประตูบานใหญ่เข้าสู่ความเวิ้งว้างภายในห้องทดลองร้าง แสงไฟฉายจากอุปกรณ์ส่องสว่างกวาดผ่านซากเครื่องมือทดลองที่ถูกทุบทำลาย สายไฟระเกะระระกะ และรอยเลือดแห้งกรังสีน้ำตาลเข้มที่กระเซ็นติดผนังยาวเป็นทาง
ศิลาก้มตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะรอยเลือดบนพื้น ความเย็นยะเยือกของโลหะผสมกับความสยดสยองของอดีตทำให้เธอขนลุกชัน "นี่ไม่ใช่รอยเลือดจากการต่อสู้ธรรมดา... มันคือรอยลากศพ"
ไคที่เดินนำไปก่อนหยุดกะทันหัน แสงไฟฉายของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่ผนังห้องโถงกว้างตรงกลาง ซึ่งมีหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ตัวหนึ่งยังคงกะพริบแสงสีแดงเรื่อๆ ราวกับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น
"ดร.ศิลา... มาดูนี่สิครับ" เสียงของไคทุ้มต่ำและจริงจังจนเธอต้องรีบสาวเท้าเข้าไปหา
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ระบบเพิ่งบูทขึ้นมาเองโดยปราศจากการควบคุม ปรากฏภาพวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ในอดีต ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับศิลาราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังถูกตรึงไว้กับแท่นทดลอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน
และก่อนที่ศิลาจะได้อุทานชื่อพี่สาวออกมา ภาพบนจอก็ตัดสลับมาเป็นปัจจุบันทันด่วน ตัวเลขเวลาถอยหลัง 10 วินาที ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติของประตูกั้นรอบตัวพวกเขาที่กระแทกปิดลงอย่างสนิท
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดในชั้นใต้ดิน—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้เป็นของมนุษย์... แต่มันคือเสียงก้าวเดินของหุ่นยนต์รบต้นแบบที่ถูกโปรแกรมให้สังหารผู้บุกรุกอย่างไร้ความปรานี
ไคดึงร่างของศิลาเข้ามาชิดกำแพง ปืนพกในมือของเขาถูกปลดเซฟอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปากในสถานการณ์วิกฤต "ดูท่าทาง... เราจะต้อนรับด้วยแขกที่ไม่ได้รับเชิญซะแล้วล่ะครับ คุณหมอ"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อีกมิติของความเวิ้งว้างและความลับที่ถูกซ่อนเร้นนี้นะครับ... เนบิวลาสตาร์
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 4
ร่องรอยในความมืด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!