เสียงกระดิ่งเตือนความถี่ต่ำระดับนาโนสี่ครั้ง คือท่วงทำนองแห่งความตายที่ ดร.ศิลา คุ้นเคยดีกว่าเสียงหัวใจตัวเอง
รหัสความปลอดภัยระดับเจ็ดที่เธอเพิ่งป้อนลงในแผงควบคุมระบบระบายอากาศของสถานีวิจัยร้างเซคเตอร์แปด ไม่ได้ปลดล็อกประตูนิรภัยอย่างที่อัลกอริทึมพยากรณ์ไว้ มันกลับจุดชนวนกลไกเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้า แรงสั่นสะเทือนระดับไมโครสั่นสะเทือนผ่านพื้นผิวโลหะขึ้นมาถึงฝ่าเท้า ก่อนที่เสียงฮัมต่ำๆ ของสนามพลังงานรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นเสียงหวีดแหลมบาดแก้วหู
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนในท่อระบายอากาศแคบๆ พลิกผันเป็นสีแดงฉานทันที
*กับดัก*
สมองส่วนหน้าของศิลาประมวลผลเร็วกว่าอัตราการเต้นของหัวใจ พื้นผิวโลหะเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวจากความร้อนสูงที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยคลื่นไมโครเวฟเข้มข้น อากาศรอบตัวกลายเป็นไอระเหยที่พร้อมจะหลอมละลายปอดของเธอให้กลายเป็นจุลภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที หากเธอก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แรงระเบิดจากห้องควบคุมฝั่งตรงข้ามจะสับเธอกระจุยเป็นชิ้นๆ ในสุญญากาศ
ดวงตาสีนิลของนักวิเคราะห์จิตวิทยาอาชญากรรมหรี่ลงอย่างเยือกเย็น ท่ามกลางความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอไม่มีแม้แต่เวลาจะสบถ ความทรงจำเกี่ยวกับพี่สาวที่เคยถูกกลืนหายไปในเหตุการณ์หลุมดำแว้บเข้ามาในหัว ราวกับจักรวาลกำลังเยาะเย้ยความพยายามของเธอ
ทว่า... ก่อนที่คลื่นความร้อนระลอกแรกจะเผาไหม้เส้นผม
ร่างเงาหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านความมืดเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าฟิสิกส์ปกติ
แรงกระชากอันมหาศาลที่เอวทำให้ร่างของศิลาลอยหวือหลุดจากรัศมีของคลื่นความร้อน กลิ่นอายเฉพาะตัวของโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นอายของ ozonated air พุ่งเข้าปะทะจมูก ก่อนที่ทั้งเธอและร่างนั้นจะกระแทกเข้ากับผนังโลหะอีกด้านอย่างแรงเพื่อลดแรงเหวี่ยง
*ตึ้ง!*
เสียงลมหายใจหอบถี่ดังประสานกันในความเงียบอันอึดอัด ไคใช้ร่างกายของเขาเองเป็นโล่กำบังปกป้องเธอจากเศษซากโลหะที่กระเด็นมาจากการระเบิด แผ่นอกกว้างของชายหนุ่มสะท้อนขึ้นลงรุนแรงผ่านเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเซอร์ๆ ขณะที่แขนแกร่งยังคงโอบรัดเอวของเธอไว้แน่นแนบชิด
"ดูเหมือนคุณจะมีความสามารถพิเศษในการหาเรื่องใส่ตัวในเวลาที่จำกัดได้ยอดเยี่ยมมากนะ Dr. Sila"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเฉียดตายแค่ไหน แต่แววตาแพรพราวระคนกวนประสาทของไคก็ยังคงปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบถี่
ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจจากระเบิด แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย เธอยกมือขึ้นดันแผงอกของเขาออกเบาๆ แม้ในใจจะรู้ดีว่าเรี่ยวแรงของเธอไม่มีทางเทียบเขาได้เลย
"ถ้าคุณมาช้ากว่านั้นอีกสามวินาที ฉันคงไม่ต้องมานั่งทนฟังคำพูดกวนประสาทของคุณแบบนี้หรอกนะ คุณไค" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นชาจนน่าทึ่ง แม้ปลายนิ้วของเธอจะยังคงสั่นระริกเล็กน้อยจาก adrenaline ที่หลั่งพล่าน
ไคหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับหมาป่าในคืนเดือนมืดมองสำรวจใบหน้าของเธอตั้งแต่ดวงตาที่ฉายแววท้าทายไล่ลงมาจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
"น่าเสียดายแย่ ถ้าคุณตายตรงนี้ ใครจะช่วยผมไขปริศนารหัสลับของสหพันธ์ที่ถูกซ่อนไว้ในสมองอันแสนปราดเปรื่องของคุณล่ะ จริงไหม?" ไคยิ้มมุมปาก มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้โอบเธอไว้ค่อยๆ ปัดเศษฝุ่นควันออกจากไหล่ของเธออย่างถือวิสาสะ "อีกอย่าง... ผมไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร และไม่อยากให้ของสวยๆ งามๆ แบบนี้ต้องกลายเป็นคาร์บอนในสุญญากาศหรอกนะ"
"คำชมของคุณเจือไปด้วยสารพิษเสมอสินะ" ศิลาหรี่ตาลง ประเมินท่าทีของแฮกเกอร์หนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ "คุณรู้ว่าที่นี่มีกับดัก... ทำไมคุณถึงปล่อยให้ฉันเดินเข้าไปคนเดียว?"
รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของไคจางหายไปชั่วพริบตา แทนที่ด้วยความนิ่งลึกที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคู่นั้นมองทะลุเข้ามาในแววตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านลึกไปถึงความทรงจำที่เธอพยายามซ่อนไว้
"ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าไว้ใจระบบของเซคเตอร์นี้... แต่คนฉลาดอย่าง ดร.ศิลา มักจะเชื่อมั่นในตรรกะของตัวเองมากกว่าคำเตือนจากเงามืดเสมอ" ไคขยับตัวถอยหลังออกห่างเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างทางกายภาพ แต่สายตายังคงล็อกเป้าอยู่ที่เธอ "บางครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นก็มีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าชีวิตนะ คุณหมอ"
ศิลานิ่งเงียบ คำพูดของเขามีน้ำหนักมากกว่าที่เธอยอมรับ เธอหันกลับไปมองซากความเสียหายเบื้องหน้า ระบบความร้อนสงบลงแล้ว เหลือเพียงควันจางๆ และกลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้า แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ร่องรอยการระเบิด
บนแผงควบคุมที่ถูกทำลายครึ่งหนึ่ง มีรอยขูดขีดบางอย่างที่เพิ่งถูกสลักขึ้นด้วยความร้อน มันไม่ใช่รหัสผ่านของสหพันธ์ และไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ
มันคือสัญลักษณ์รูป "ตาชั่งที่เอียงลาด" — สัญลักษณ์เดียวกับที่พี่สาวของเธอบันทึกไว้ในไฟล์ลับก่อนจะหายสาบสูญไปในหลุมดำเมื่อห้าปีก่อน
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก 3 วินาที หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกสะกดไว้ภายใต้ใบหน้าอันเยือกเย็น เธอยื่นมือออกไปสัมผัสรอยสลักนั้นอย่างระมัดระวัง
ไคที่ยืนมองอยู่เงียบๆ หุบยิ้มกวนประสาทลงทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ
"คุณเจออะไร... ศิลา?" ไคถามเสียงต่ำ
ศิลาไม่ตอบ เธอกำลังจะหันไปอธิบายสิ่งที่เธอพบ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนรอยสลักนั้นเต็มแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลัง ทว่ามันไม่ใช่เสียงของมนุษย์... มันคือเสียงโลหะเสียดสีกันของหุ่นยนต์รบลาดตระเวนรุ่น Hunter-X ของสหพันธ์ที่ถูกตั้งค่าให้ "กวาดล้าง" ทุกชีวิตในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร
และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น... จอภาพฉุกเฉินที่ดับไปแล้ว กลับติดพรึบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางจอเบื้องหน้าของทั้งคู่
**[ กำลังเริ่มกระบวนการล้างบางระบบ: อีก 120 วินาที สถานีนี้จะถูกตัดขาดจากจักรวาล ]**
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อีกมิติของความเวิ้งว้างและความลับที่ถูกซ่อนเร้นนี้นะครับ... เนบิวลาสตาร์
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 5
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!