เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามกะพริบเป็นสีแดงฉาน สาดไล้ไปตามผนังโลหะของห้องควบคุมหลักราวกับคราบเลือดที่เต้นระบำ มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่เป็นเสียงคำรามครั้งสุดท้ายก่อนที่สถานีอวกาศ "นอฟคาน" จะตัดการเชื่อมต่อจากโครงข่ายหลักของสหพันธ์ เพื่อเข้าสู่โหมดพลังงานฉุกเฉินขั้นเด็ดขาด
ความมืดสนิทเข้ากลืนกินพื้นที่ภายในชั่วพริบตา เมื่อหลอดไฟนีออนทังสเตนดับลง เหลือเพียงแสงเรืองรองสีส้มสลัวจากแผงควบคุมสำรองที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระยะสุดท้าย บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่
ดร.ศิลา ยืนนิ่งอยู่หน้าจอคอนโซลหลัก นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์สัมผัส แสงสีส้มสลัวสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและดวงตาคู่คมที่ฉายแววความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด ความเงียบงันในห้วงสุญญากาศภายนอกตัวสถานีดูราวกับจะรั่วไหลเข้ามาในห้องนี้ กดดันให้ทุกอณูอากาศรอบตัวหนักอึ้ง
"ระบบระบายความร้อนหลักล่มสลับกับระบบจ่ายไฟสำรอง... เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบนาที ก่อนที่อุณหภูมิในห้องนี้จะลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น แต่มั่นคงราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเหล็กกล้า แม้ความตึงเครียดจะแผ่ซ่านอยู่ในทุกมัดกล้ามเนื้อของเธอ
ความมืดและความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามา ไม่ได้ทำให้ไคขยับถอยห่าง กลับกัน แฮกเกอร์อัจฉริยะก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลังของเธออย่างเงียบเชเชียบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของโอโซนผสมผสานกับความเคร่งเครียดลอยแตะจมูก ไคทิ้งน้ำหนักพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานด้านข้าง แสงสลัวขับเน้นสันจมูกคมและมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มเยาะที่ซ่อนความอ่อนล้าและบาดแผลลึกไว้ภายใน
"คุณดูใจเย็นเกินไปนะ ดร.ศิลา... หรือว่าคุณกำลังเพลิดเพลินกับความมืด ที่ทำให้เราไม่ต้องมองตาอารมณ์ที่แท้จริงของกันและกัน" ไคเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เจือความเย้าแหย่ตามนิสัย แต่แววตาที่จ้องมองแผ่นหลังของเธอกลับปราศจากความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง มันคือสายตาของนักล่าที่มองเหยื่อ... หรืออาจเป็นชายผู้กำลังปกป้องสิ่งที่เขารักที่สุดด้วยชีวิต
ศิลาชะงักมือเล็กน้อย เธอยังคงไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ "ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยากับคุณหรอกนะ ไค... ข้อมูลการทดลองหลุมดำของพี่สาวฉันถูกเข้ารหัสไว้ด้วยอัลกอริทึมระดับสูงสุด ถ้าสถานีดับสนิท ข้อมูลนั่นจะถูกลบอัตโนมัติ และคุณเองก็จะไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการจากสหพันธ์เช่นกัน"
ไคหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบสงบ เขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนศิลาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ทะลุผ่านเนื้อผ้าชุดปฏิบัติการ
"ข้อมูลบ้าบออะไรนั่น... สำหรับผมแล้ว มันมีค่าไม่เท่าความปลอดภัยของคุณในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ" ไคเปลี่ยนน้ำเสียงจากกวนประสาทเป็นจริงจังอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดและมืดมิดทำให้กำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนเริ่มสั่นคลอน
ศิลาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า แรงปะทะทำให้ไหล่ของเธอเกือบชนเข้ากับอกของเขา ดวงตาของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ แสงสีส้มวับๆ แวมๆ จากแผงควบคุมสาดกระทบใบหน้าของไค เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและแววตาที่สั่นไหวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรกันแน่ ไค? ทำไมคุณถึงเสี่ยงชีวิตมาติดอยู่ในสถานีที่กำลังจะกลายเป็นสุสานแห่งนี้กับฉัน?" ศิลาเค้นถาม น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวจากแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ไคไม่ตอบในทันที เขาเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่กรอบแว่นของเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ขัดแย้งกับสถานการณ์รอบด้านอย่างสิ้นเชิง
"เพราะในจักรวาลที่เคว้งคว้างและเต็มไปด้วยคำโกหกนี้... มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมมั่นใจ" ไคกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและเร่าร้อน "นั่นคือความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ... ดร.ศิลา"
ความมืดรอบตัวราวกับละลายหายไป เหลือเพียงอุณหภูมิร่างกายที่หลอมรวมกัน ความตึงเครียดจากวิกฤตการณ์ภายนอกถูกแทนที่ด้วยแรงปรารถนาอันลึกซึ้งที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากของความเป็นมืออาชีพ ศิลานิ่งงัง สมองที่เคยวิเคราะห์เหตุผลได้อย่างเฉียบคมตอนนี้กลับว่างเปล่า หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอรู้ดีว่านี่คือความผิดพลาด เป็นความสัมพันธ์บนเส้นด้ายสีเทาที่อันตรายถึงชีวิต แต่อุดมการณ์และเหตุผลทั้งหมดกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อริมฝีปากของไคโน้มลงมาประทับบนเรียวปากของเธออย่างเนิบนาบ หน่วงหนัก และเต็มไปด้วยความโหยหา
มันไม่ใช่ความเร่าร้อนชั่ววูบ แต่เป็นรสชาติของการสูญเสีย การรอคอย และการยอมจำนนต่อโชคชะตา ศิลาหลับตาลง ปล่อยให้มือของเธอเอื้อมไปโอบรอบลำคอของเขา ดึงรั้งเข้าหาตัวราวกับต้องการยืนยันว่าตัวตนของชายคนนี้มีอยู่จริงในห้วงสุญญากาศอันโดດเดี่ยวนี้
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เคลิบเคลิ้มและเปราะบางนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับหนึ่งก็ดังขึ้นแทรกอย่างกระชากอารมณ์—*ปิ๊ب! ปิ๊ب! ปิ๊บ!*
ไม่ใช่เสียงจากระบบไฟฟ้า แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยจากการตรวจจับสิ่งแปลกปลอม
ศิลาผละออกจากอ้อมแขนของไคด้วยความตกใจ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที หน้าจอคอนโซลหลักที่ดับสนิทไปเมื่อครู่กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งโดยปราศจากการควบคุมจากพวกเขา
ข้อความรหัสลับสีเขียวมรกตสว่างจ้าขึ้นกลางจอ พร้อมกับไฟล์ข้อมูลใหม่ที่ถูกอัปโหลดเข้ามาในระบบภายในเสี้ยววินาทีจากแหล่งกำเนิดภายนอกสถานี—แหล่งกำเนิดที่พวกเขาคิดว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปแล้ว
ชื่อไฟล์ระบุไว้ชัดเจนว่า: *Project_Ariadne_Final_Report.enc* และใต้ชื่อไฟล์นั้น ปรากฏชื่อของผู้ส่งที่ทำให้ทั้งศิลาและไคต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
...ชื่อของพี่สาวของศิลา ผู้ที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ระเบิดหลุมดำเมื่อห้าปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าห้วงสุญญากาศแห่งความจริงนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เนบิวลาสตาร์
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 28
คืนเดือนดับในห้วงลึก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!