เสียงเตือนสีแดงฉานจากแผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยกระพือวาบ สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมของดร.ศิลาที่กำลังขมักเขม้นปลดรหัสผ่านชั้นที่เจ็ด ความหนาแน่นของออกซิเจนในห้องนิรภัยใต้ฐานปฏิบัติการร้างแห่งนี้ลดฮวบลงทุกวินาที ความเย็นยะเยือกของบรรยากาศภายนอกสถานีอวกาศแทรกซึมผ่านรอยต่อผนังโลหะเข้ามาจนผิวเนื้อชาหนึบ แต่เหงื่อกาฬกลับซึมชื้นตามไรผมของนักวิเคราะห์สาว
"อีกสามสิบวินาที โดรนรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติจะล็อกเป้าหมายที่ความร้อนระดับร่างกายมนุษย์ครับ ดร.ศิลา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ตามเคยของไอดังขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนหนวกหู ชายหนุ่มนั่งยองอยู่เบื้องล่างแผงวงจรหลัก มือเรียวยาวระรัวบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น สัญชาตญาณดิบของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษผสมผสานกับมันสมองระดับอัจฉริยะของแฮกเกอร์ใต้ดิน ทำให้เขาเป็นเพียงปราการด่านสุดท้ายที่กั้นระหว่างพวกเขากับความตายในสุญญากาศ
ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองคนพูด สมาธิของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับการคำนวณอัลกอริทึมซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในระบบป้องกันของสหพันธ์ "ถ้าคุณยังมัวแต่พูดจาไร้สาระ เผื่อแผ่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้ผมฟัง ผมคงต้องขอเตือนว่า รหัสผ่านตรงหน้ากำลังจะรีเซ็ตตัวเองและเปลี่ยนเราให้กลายเป็นผุยผงในเตาเผาพลาสม่า"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมของเธอไม่ได้ทำให้ไอรอยยิ้มจางหาย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นเล็กน้อยในความมืดสลัวของห้องควบคุม
"ใจเย็นน่า คุณหมอ... ความตายในสุญญากาศมันไม่ได้แย่อย่างที่ตำราจิตวิทยาอาชญากรรมของคุณเขียนหรอกครับ มันแค่หนาวเหน็บและว่างเปล่า... คล้ายกับความรู้สึกในใจคุณตอนนี้ไม่มีผิด" ไอดึงสายเคเบิลเส้นสุดท้ายออกมาจากแผงควบคุม ประกายไฟสีน้ำเงินวาบขึ้นวับหนึ่ง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนสีแดงที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลอย่างกะทันหัน ความกดอากาศในห้องเริ่มกลับคืนสู่ภาวะสมดุล
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงออกซิเจนกลับเข้าสู่ปอด อกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงระรัว เธอหันไปจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนพื้นโลหะเย็นเฉียบ รอยเปื้อนคราบเขม่าบนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มไม่ได้ลดทอนเสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
"คุณนี่มัน..." ศิลาถอนหายใจยาว พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "บางครั้งผมก็สงสัยว่าคุณเกิดมาเพื่อเป็นอาชญากร หรือแค่เกลียดกฎระเบียบของสหพันธ์จนยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงเล่นแบบนี้"
ไอยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหน้าเธอในระยะที่ทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัว—ผสมผสานระหว่างกลิ่นโอโซนจางๆ และความดุดันของชายชาติทหาร—ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"ผมไม่ได้เกลียดกฎระเบียบหรอกครับ ดร.ศิลา... ผมแค่มองเห็นช่องโหว่ในระบบที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด และบังเอิญว่า... ผมเกลียดคนพวกนั้นที่สุดเช่นกัน" ไอยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่แผงควบคุมด้านหลังศีรษะของหญิงสาวเพื่อปลดล็อกสลักนิรภัยของประตูชั้นในสุด "ก้มลงหน่อยครับ ถ้าไม่อยากให้ศีรษะสวยๆ ของคุณต้องกลายเป็นประติมากรรมโมเดิร์นอาร์ตชิ้นใหม่"
สัมผัสแผ่วเบาที่ต้นคอทำให้ศิลาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอบิดเกร็งชั่วขณะก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อตระหนักว่าเขาเพียงแค่ช่วยชีวิตเธอไว้—อีกครั้ง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตและความเป็นความตายสร้างแรงดึงดูดประหลาดขึ้นในพื้นที่สุญญากาศแห่งนี้ เป็นสนามแม่เหล็กทางจิตวิทยาที่ดึงดูดขั้วตรงข้ามให้เข้าหากันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ประตูนิรภัยบานมหึมาเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบเป็นระยะ ทว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ทางออกสู่อิสรภาพอย่างที่ควรจะเป็น
ไอยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ศิลาหยุดนิ่ง สายตาคมกวาดมองไปตามความมืดเบื้องหน้า สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยขั้นวิกฤต พื้นทางเดินโลหะมีร่องรอยของการถูกลากผ่าน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ระบบรักษาความปลอดภัยที่ควรจะถูกปิดตายไปแล้ว กลับส่งเสียงฮัมเบาๆ ขึ้นมาใหม่อย่างเป็นระบบ
"เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนครับ..." ไอกระซิบแผ่วเบาชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูขาวสะอาด ทำให้ศิลาขนลุกชันไปทั่วร่าง "ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารอรับเราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
ในความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเลือดสูบฉีด ไอยื่นมือไปคว้าข้อแขนเรียวของศิลาไว้กระชับแน่น ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวถอยหลังเข้าสู่มุมมืดของเสาเหล็กโครงสร้างสถานี ทันใดนั้น แสงไฟฉายกำลังสูงสีขาวนวลก็สาดส่องกวาดผ่านทางเดินที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทเหล็กหลายคู่ดังสะท้อนก้องกังวานใกล้เข้ามาทุกที
ศิลากลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นตรงมุมทางเดิน เงาร่างนั้นสวมชุดเกราะเต็มยศของหน่วยปฏิบัติการลับสหพันธ์—หน่วยเดียวกันกับที่เคยสังหารพี่สาวของเธอเมื่อหลายปีก่อน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของนักวิเคราะห์สาวแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ความน่ากลัวของอาวุธในมือพวกเขา หากแต่เป็นสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนอกเสื้อเกราะ... มันคือตราสัญลักษณ์ประจำตัวของ ดร.อรุณ ผู้เป็นอาจารย์และผู้มีพระคุณที่ยังคงลี้ภัยอยู่ในระบบโครงข่ายหลักของสหพันธ์
ไอเหลือบมองเสี้ยวหน้าของศิลาที่ซีดเผือดลงในความมืด เขารู้ดีว่าความทรงจำอันเจ็บปวดกำลังกัดกินจิตใจเธอแค่ไหน ชายหนุ่มจึงขยับตัวเข้ามาบังร่างของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวข้างใบหู
"ตั้งสติไว้ครับคุณหมอ... เกมกระดานนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นเปิดไพ่ใบที่จริงจังที่สุดต่างหากล่ะครับ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคลื่นวิทยุกระแสจิตนี้ไปกับผมนะครับ... เนบิวลาสตาร์
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 9
เส้นขนานที่เริ่มเข้าหา
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!