ความเงียบภายในห้องควบคุมแรงดันอากาศยานอวกาศรุ่นเก่า หมายเลข FX-7 นั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงเทียมระดับสามจี
แสงไฟนีออนสีส้มสลัวกะพริบถี่เป็นจังหวะตามกระแสไฟฟ้าที่ปั่นป่วนจากตัวเก็บประจุหลัก กลิ่นอับของโอโซนผสมกับหยดเหงื่อบนแผ่นหลังลอยวนอยู่ในอากาศไร้การถ่ายเท บนโต๊ะโลหะกว้าง ไค (Kael) กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายจนเกินงาม มือข้างหนึ่งหมุนปากกาโลหะเล่นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมพินิจมองหญิงสาวตรงหน้าผ่านแว่นตากรอบบางที่สะท้อนแสงไฟกระพริบ
"คุณกำลังเสียเวลา, ดร.ศิลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทลายกำแพงความเงียบด้วยน้ำอยุ่ในทีเย้ยหยัน "ประวัติอาชญากรรมของผมในระบบสหพันธ์ถูกลบเกลี้ยงไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว การที่คุณพยายามรื้อฟื้นแฟ้มคดีของสถานีวิจัยแอนตาเรสขึ้นมาถามผมตอนนี้ มันก็เหมือนกับการพยายามคว_หาเข็มในมหาสมุทร... แถมมหาสมุทรนั้นยังอยู่ในสุญญากาศอีกต่างหากนะครับ"
ศิลาไม่ได้ขยับตัว เธอยังคงยืนกอดอกพิงแผงควบคุมหลัก สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดจ้องมองตรงไปยังดวงตาของชายหนุ่ม เธอไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันเอง—ความเงียบที่ยาวนานพอจะทำให้คนรวนเรได้ แต่วิชานักวิเคราะห์จิตวิทยาอาชญากรรมสอนเธอมาเนิ่นนานว่า มนุษย์ที่พยายามปกปิดตัวตนที่แท้จริง มักจะแพ้ภัยตัวเองเมื่อเวลาผ่านไปในพื้นที่จำกัด
"คุณหมุนปากกาด้วยความเร็วคงที่สี่รอบต่อวินาที... ไค" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่น่าเกรงขาม "อัตราการเต้นของหัวใจของคุณผ่านเซ็นเซอร์ความร้อนจากระยะไกลที่ฉันติดไว้ใต้โต๊ะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว พุ่งสูงขึ้นจากแปดสิบเป็นร้อยสิบครั้งต่อนาทีตอนที่ฉันเอ่ยชื่อ 'แอนตาเรส' และที่สำคัญที่สุด..."
เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะโลหะช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ดวงตาทั้งสองคู่สบกันในระดับเดียวกัน
"...มือขวาของคุณหยุดหมุนปากกาตอนที่ฉันพูดถึง 'หลุมดำจำลอง' นั่นแปลว่าเรื่องพี่สาวของฉัน ไม่ใช่แค่ข้อมูลในสำนวนคดีที่คุณเคยผ่านตา แต่มันคือสิ่งที่คุณ *อยู่ในเหตุการณ์* นั้นด้วยต่างหาก"
รอยยิ้มมุมปากของไคแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนธรรมดาย่อมมองไม่เห็น แต่สำหรับสายตาของศิลา มันคือรอยร้าวบนผนังกระจกหนาที่เฝ้ารอมานานหลายปี
แววตาของไคเปลี่ยนไป ความกวนประสาทเมื่อครู่จางหาย ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังแบบสัตว์ป่าที่จนมุม แต่กระนั้น มุมปากของเขาก็ยังยกยิ้มขึ้นได้ ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความขมขื่นล้ำลึก
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ผมประเมินไว้เสียอีกนะครับ, ดร.ศิลา" ไคค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ร่างสูงโปร่งผ่อนคลายลง แต่กล้ามเนื้อทุกมัดกลับตึงเครียดพร้อมปะทะ "คุณคิดว่าการเอาสถิติทางชีวมาตรมาบีบผม จะทำให้ผมสารภาพเหรอครับว่าผมเป็นคนกดรหัสทำลายล้างระบบระบายความร้อนในวันนั้น?"
"ฉันไม่ได้ต้องการคำสารภาพ" ศิลาตอบทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นแต่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "ฉันต้องการ *ความจริง* ว่าทำไมหน่วยปฏิบัติการลับของสหพันธ์ถึงต้องฆ่าคนนับร้อยในสถานีวิจัยนั้น รวมถึงพี่สาวของฉันด้วย... และคนอย่างคุณ ไค อดีตหัวหน้าทีมวิศวกรระบบเน็ตเวิร์กผู้สาบสูญ ไม่มีทางยอมร่วมมือกับพวกมันแน่ เว้นแต่ว่า... คุณมีเหตุผลบางอย่างที่จำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดนี้"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเดือดดาลขึ้นโดยไม่ต้องมีเสียงตะโกน เคมีอันตรายระหว่างนักวิเคราะห์ผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมกับอาชญากรผู้กุมความลับของจักรวาลพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวราวกับจะบิดเบี้ยว
ไคจ้องมองหญิงสาวลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเจ็บปวด ความดื้อรั้นและเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะอันแข็งแกร่งของศิลา สะท้อนเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึกบางอย่าง—ความรู้สึกผิดบาปที่เขาแบกรับไว้คนเดียวมาตลอดหลายปี—เริ่มสั่นคลอน
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวนาน ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อเกมจิตวิทยาครั้งนี้อย่างไม่เต็มใจนัก เขายื่นมือออกไปแตะแผงควบคุมข้างตัว ปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของยาน หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ แสดงภาพแผนผังโครงสร้างลับของสถานีแอนตาเรสที่ถูกเข้ารหัสไว้เจ็ดชั้น
"คุณอยากรู้ความจริงสินะครับ?" ไคเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "ความจริงก็คือ... ระบบระบายความร้อนในวันนั้นไม่ได้ถูกทำลายเพราะคำสั่งของสหพันธ์ แต่เป็นเพราะ *ผม* เป็นคนกดมันเอง เพื่อหยุดยั้งไม่ให้สิ่งที่พวกมันกำลังทดลอง... หลุดรอดออกไปทำลายระบบสุริยะต่างหากล่ะครับ"
ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ทุกสิ่งที่เธอเคยเชื่อมั่นกำลังพังทลายลงในพริบตาเดียว
ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลำยาน แสงไฟนีออนดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ หน้าจอโฮโลแกรมที่ไคเพิ่งเปิดถูกแฮกและแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ตราประทับของหน่วยรบพิเศษสหพันธ์
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงปลดล็อกประตูนิรภัยด้านหลังห้องควบคุมดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของมนุษย์หลายคนในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิท ที่ก้าวเดินเข้ามาในความมืดพร้อมกับปืนเลเซอร์ปรับแต่งพิเศษในมือ
ไคผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาคว้าข้อมือเรียวของศิลาด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังประตูที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่เราคิดนะครับ, ดร.ศิลา... และพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจาด้วยซ้ำ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคลื่นวิทยุกระแสจิตนี้ไปกับผมนะครับ... เนบิวลาสตาร์
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 10
กับดักจิตวิทยา
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!