เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังห้องควบคุมไม่ได้เป็นเพียงแค่คลื่นสั่นสะเทือนบนพื้นโลหะ มันคือเข็มนาฬิกานับถอยหลังที่บีบให้ช่องว่างระหว่างความเป็นและความตายแคบลงจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจ
ดร.ศิลาไม่หันกลับไปมองต้นเสียง แววตาของเธอนิ่งสนิทสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอนโซลหลักที่กำลังประมวลผลข้อมูลการเข้ารหัสขั้นสุดท้าย นิเรียวเรียวของเธอยังคงพรมลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วที่ไม่ตกหล่น ทว่าเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดขึ้นตามขมับกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทรยศต่อความเยือกเย็นนั้น
เบื้องหน้าของเธอ ไคก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ แผ่นหลังกว้างของเขาแนบชิดกับไหล่เธอโดยสัญชาตญาณ มือขวาเลื่อนลงไปปลดล็อกซองบรรจุมีดสนามพลาสม่าที่ต้นขา เสียงคลิกเบาๆ ในความเงียบสงัดคือภาษาพูดของมืออาชีพที่เข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญของเราจะเดินมาถึงเร็วกว่าที่คำนวณไว้สิบสองวินาทีนะครับ ดร.ศิลา" เสียงกระซิบต่ำของไคเจือรอยยิ้มหยันที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวนิดหน่อยใบมีดที่พร้อมเฉือน
"เพราะนายคำนวณเผื่อเวลาให้ความใจเย็นของตัวเองมากเกินไปต่างหาก ไค" ศิลาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ "ถ้าข้อมูลก้อนนี้ยังดึงออกจากเซิร์ฟเวอร์หลักไม่ได้ ต่อให้เราฆ่าคนที่อยู่หลังประตูกนั้นได้หมด เราก็ยังเป็นฝ่ายแพ้อยู่ดี"
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูกั้นห้องควบคุมพอดี
ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ ชั่วขณะหนึ่งไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ฟังดูคล้ายเสียงคำรามในลำคอของสัตว์ร้ายที่รอคอยเวลาขย้ำเหยื่อ จากนั้น—เสียงเคาะนิ้วสามครั้งลงบนบานประตูโลหะหนาหนักก็ดังขึ้น เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและทรงอำนาจ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"เปิดประตูเถอะครับ คุณศิลา... และคุณคาร์เตอร์" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังลอดผ่านระบบสื่อสารฉุกเฉินเข้ามา มันคือเสียงของ ผู้บัญชาการเรย์มอนด์ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้กุมความลับทั้งหมดของสถานีอวกาศแห่งนี้ "การเล่นซ่อนหาในสุญญากาศมันเหนื่อยเปล่า และพวกคุณก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้นขอบเขตแรงโน้มถ่วงนี้ไปได้หรอก"
ศิลาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของโลหะและโอโซนในห้องควบคุมผสมปนเปกันจนน่าเวียนหัว ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน—วันที่พี่สาวของเธอต้องสังเวยชีวิตให้กับความลับเน่าเฟะของสหพันธ์—ผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอซ้ำ ความเจ็บปวดนั้นยังคงสดใหม่และแหลมคม แต่ในวินาทีนี้ ความโกรธเกรี้ยวถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นความด้านชาที่เด็ดเดี่ยว
เธียหันไปมองชายหนุ่มข้างกาย ไคกำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นและบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด ในโลกที่ทุกอย่างสามารถคำนวณและซื้อขายได้ด้วยอัลกอริทึม ความจริงใจในยามวิกฤตคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุด แต่พวกเขากลับมีมันให้แก่กันในปริมาณที่มากเกินพอ
"ถ้าเราก้าวออกไปจากห้องนี้พร้อมกัน โอกาสรอดคือศูนย์เปอร์เซ็นต์" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นในทุกพยางค์ "แต่ถ้าเราเลือกทางนี้..." เธอกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความ *[Transfer Complete]* ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ไคมองตัวเลขการถ่ายโอนข้อมูลที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็น—รอยยิ้มของมนุษย์ที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างเต็มใจ หลังจากพยายามวิ่งหนีมันมาตลอดชีวิต
"ผมไม่เคยเป็นคนชอบความน่าจะเป็นอยู่แล้วครับ ดร.ศิลา" ไคขยับเข้าไปใกล้เธอจนไหล่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มท่ามกลางบรรยากาศหนเหน็บ "ตั้งแต่ผมเลือกที่จะดึงคุณเข้ามาพัวพันในเกมนี้ ชีวิตของผมก็ไม่มีคำว่าถอยหลังอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
ศิลาเงยหน้าสบตาเขา นัยน์ตาสีอ่อนไหวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่แข็งกร้าว เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือของไคที่ถือมีดพลาสม่าไว้แน่น บีบมันเพื่อเป็นการส่งสัญญาณยืนยันครั้งสุดท้าย
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... เราจะเดินไปจนถึงที่สุดของเส้นทางนี้ ไค" เธอกล่าวคำมั่นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชีวิต
"จนถึงที่สุดครับ... ไม่ว่าปลายทางนั้นจะเป็นสุญญากาศที่ว่างเปล่า หรือหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งก็ตาม" ไคตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
สิ้นเสียงของไค ประตูห้องควบคุมหลักก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงดันพลาสม่าจากภายนอก ควันขาวโพลนพวยพุ่งเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างเงาของกลุ่มเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่แสงเลเซอร์นับร้อยจะพุ่งเข้าใส่ ศิลาและไคกลับไม่ได้ถอยหนี พวกเขาพร้อมใจกันกระโจนเข้าหาแผงควบคุมฉุกเฉินกลางห้อง และกดสับคันโยกสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าแตะต้อง—คันโยกที่ทำหน้าที่ปลดล็อกระบบปล่อยตัวแคปซูลนิรภัยฉุกเฉินพุ่งทะลวงสู่อวกาศนอกวิถีโคจร
แรงกระชากมหาศาลจากการดีดตัวทำให้ห้องควบคุมทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิลาเซถลาเข้าสู่อ้อมแขนของไคที่คว้าเอวเธอไว้แน่น แรงโน้มถ่วงเทียมดับวาทุกสิ่งรอบตัวลอยเคว้งคว้าง ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหว
แต่ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะพุ่งทะยานผ่านชั้นบรรยากาศออกสู่ความมืดมิดไร้ขอบเขต หน้าจอฉุกเฉินสำรองที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นผิวคอนโซล ซึ่งไม่ควรจะมีการเข้าถึงใดๆ ได้อีก ก็สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความเสียงอัตโนมัติที่ถูกส่งตรงมาจากฐานบัญชาการลับดาวอังคาร—ดาวเคราะห์ที่พี่สาวของศิลาน่าจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน
*[ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ดร.ศิลา และคุณคาร์เตอร์ ข้อมูลที่คุณถืออยู่คือกุญแจดอกสุดท้าย และเป้าหมายที่แท้จริงของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้]*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าความเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 22
พันธสัญญาชั่วคราว
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!