"ถ้าคุณกรณ์ยังยืนกรานจะใช้มุมกล้องกดต่ำแบบนี้ ฉันเกรงว่าคอนเซปต์ 'อิสระทางความคิด' ของเลนส์โปรดักشنเราจะกลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อยุคหินไปเลยนะคะ!"
เสียงตวาดกึ่งประชดประชันของพิมพ์รตาก้องสะท้อนไปทั่วสตูดิโอถ่ายทำขนาดใหญ่ แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างของครีเอทีฟสาวที่กำลังยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของผู้กำกับหน้านิ่งแม้แต่น้อย เส้นผมที่มัดรวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยลงมาเคลียกรอบหน้าเนียนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อบางๆ จากการวิ่งวุ่นแก้ปัญหาหน้าเซ็ตมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม
กรณ์ ซึ่งยืนอยู่หลังกล้องตัวใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยราਤกับก้อนหินน้ำแข็ง แต่ดึงหน้ากากอนามัยใต้คางขึ้นมาสวมพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะค่อยๆ ถอดแว่นตาสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะข้างตัวอย่างใจAเย็น
"ถ้าคุณพิมพ์รตาใช้สมองคิดวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งกว่าการวิ่งพล่านไปทั่วกองถ่ายสักนิด คุณก็จะเข้าใจว่าทำไมผมถึงเลือกมุมกล้องนี้" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น มันคือโทนเสียงที่กรณืใช้พิฆาตความมั่นใจของทีมงานมานักต่อนัก "โฆษณาชิ้นนี้ขาย 'ความกล้า' ที่จะฉีกกรอบ ไม่ใช่การกระโดดโลดเต้นอย่างไร้ทิศทางเหมือนเด็กอนุบาล ถ้าเราใช้มุมมองสายตาปกติ คนดูจะรู้สึกแค่ผ่านตา แต่ถ้าเราใช้มุมกดต่ำ... มันจะสร้างความรู้สึกทรงพลัง กดดัน และบังคับให้คนดูต้องเงยหน้ามองความสำเร็จของแบรนด์ นั่นคือจิตวิทยาพื้นฐานที่คุณควรจะเรียนมาตั้งแต่ปีหนึ่งนะครับ"
ประโยคท้ายกระแทกกระทั้นความรู้สึกจนพิมพ์รตากำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอิทธิพลของความโกรธที่กำลังพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้... นอกจากจะปากคอเราะร้ายแล้ว ยังชอบทำตัวเป็นพ่อพระเอกเทศนาสั่งสอนคนอื่นอยู่เรื่อย!
"แต่นี่มันคือสินค้าไลฟ์สไตล์เจาะกลุ่ม Gen Z ค่ะคุณกรณ์! พวกเขาไม่ได้ต้องการความกดดันหรือความยิ่งใหญ่อะไรทั้งนั้น พวกเขาต้องการความเชื่อมโยง ต้องการความเท่าเทียม! ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ ส-ต-อ-รี่-บ-อ-ด ที่ฉันนั่งอดหลับอดนอนเขียนมาสามวันสามคืนมันก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย!" พิมพ์รตาก้าวเท้าเข้าไปประชิดหน้าเซ็ต ใกล้จนกระทั่งกรณ์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
บรรยากาศรอบกองถ่ายเงียบกริบลงในทันที ทีมงานนับชีวิตต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวทำเสียงดัง เสียงชัตเตอร์และเสียงพัดแอร์กลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยินในนาทีนั้น ธนัตถ์ซึ่งยืนหลบมุมอยู่ข้างมอนิเตอร์รีบยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางส่งสายตาปริบๆ ไปทางเรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบที่กำลังยืนกอดอกดูสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
เรณุกากระแอมเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเข้ามาตรงกลางระหว่างสองหัวเรือใหญ่ "เอ่อ... คุณกรณ์คะ คุณพิมพ์คะ ใจเย็นๆ กันก่อนดีไหมคะ เวลาออกกองมันกระชั้นชิดเข้าไปทุกทีแล้วนะ ทางลูกค้าต้องการเห็นเทสต์ช็อตแรกภายในสิบนาทีนี้ ถ้าพวกคุณมัวแต่มาเถียงกันเรื่องมุมกล้อง โปรเจกต์นี้ได้ล่มไม่เป็นท่าแน่ๆ ค่ะ"
"ผมไม่ได้เถียงครับ ผมแค่อธิบายความจริงให้คนที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งฟัง" กรณ์ตอบกลับเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าบึ้งตึงของพิมพ์รตา "ถ้าคุณพิมพ์ยอมรับฟังเหตุผลสักนิดและหยุดเอาความคิดตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล งานคงเสร็จไปนานแล้ว"
"นี่คุณว่าฉันเอาแต่ใจเหรอ?!" พิมพ์รตาปรี่เข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนหน้าผากเกือบจะชนกับแผงอกกว้างของอีกฝ่าย หากไม่ใช่เพราะความสูงที่แตกต่างกันเธอกคงกระโจนใส่เขาไปแล้ว "ฉันคิดเพื่อแบรนด์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่างหากเล่ะ! คนที่หัวโบราณ ยึดติดกับกรอบเดิมๆ จนสมองแข็งกระด้างเป็นหินแกรนิตน่ะมันคุณต่างหาก คุณกรณ์!"
ความใกล้ชิดที่ระยะห่างเหลือเพียงคืบทำให้ทั้งคู่ต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของกันและกัน กรณ์ก้มมองหญิงสาวที่กำลังเงยหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับไปด้วยหยาดน้ำใสๆ จากความคับแค้นใจ แต่มันกลับสะท้อนภาพใบหน้าของเขาไว้อย่างชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของผู้กำกับหน้านิ่งกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอใช้ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอายความตึงเครียดของกองถ่าย
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่ถือสคริปต์อยู่เผลอบีบกระดาษจนยับยู่ยี่
"ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก... ก็เชิญไปเซ็ตกล้องเองเลยครับ" กรณ์เอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ทว่าด ch กลับดุดันและจริงจังจนน่ากลัว "ถ้าคุณคิดว่ามุมของคุณมันเวิร์กกว่าผม ทำให้ผมดูสิครับ พิมพ์รตา"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นการท้าทายธรรมดา แต่มันแฝงไปด้วยความเย้ายวนใจแบบผู้ใหญ่ที่ทำให้พิมพ์รตารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าและลำตัว เธอชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุอก ไม่ใช่เพราะความโกรธอีกต่อไปแล้ว... แต่เป็นเพราะประกายตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะแผดเผาให้เธอมอดไหม้ไปกับความใกล้ชิดนี้
"ก็ได้! ถ้าผลงานออกมาพังไม่เป็นท่า คุณนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าลูกค้า!" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง เธอเอื้อมมือไปคว้าขาตั้งกล้องแล้วออกแรงดึงมันมาทางฝั่งตัวเองอย่างแรง ทว่าด้วยความรีบร้อนและแรงเหวี่ยงที่มากเกินไป ทำให้ขาตั้งกล้องเสียหลักล้มลงมาทางด้านที่กรณ์ยืนอยู่!
"ระวัง!"
กรณ์พุ่งตัวคว้าเอวบางของพิมพ์รตาก่อนที่เธอจะล้มลงไปพร้อมกับอุปกรณ์ราคาแพง แรงกระชากทำให้ร่างทั้งสองร่างเซถลาล้มลงไปกองบนเบาะกำมะหยี่สีดำสำหรับเข้าฉากด้วยกัน เสียงอุทานตกใจของทีมงานดังประสานกันระงม แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้ยินเสียงรอบตัวอีกต่อไปแล้ว
พิมพ์รตาล้มทับอยู่บนอกแกร่งของกรณ์ แขนเรียวทั้งสองข้างยันอยู่กับแผงอกของเขาเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้แนบชิดจนเกินไป แต่ทว่าระยะห่างตอนนี้แทบจะไม่มีเหลือเลย ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ดวงตาสีเข้มของกรณ์จ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของหญิงสาว ก่อนที่สายตาของเขาจะค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงมาหยุดที่นัยน์ตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก
"คุณ... ปล่อยฉันนะ" พิมพ์รตากระซิบเสียงสั่น พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้น แต่ทว่ามือหนาของกรณ์กลับโอบกระชับอยู่ที่เอวบางของเธอแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ราวกับร่างกายมันขยับไปเองก่อนที่สมองจะสั่งการ
"ยังหรอกครับ..." กรณ์กระซิบตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่ากว่าปกติ นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดมันเอาไว้มาตลอดหลายสัปดาห์ "ในเมื่อคุณบอกว่าผมเอาแต่ใจ... งั้นผมขอเอาแต่ใจกับคุณตรงนี้เลยแล้วกัน"
"อุ๊ย! ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะรัก... เอ้ย! ขัดจังหวะการทำงานหรือเปล่าพอดีสายของทางเอเจนซี่ใหญ่โทรเข้ามาพอดี!"
เสียงตะโกนลั่นของธนัตถ์ที่จงใจกระแอมเสียงดังพร้อมกับเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้ฉาก ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยความเร่าร้อนลงในพริบตา พิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลุกลน ส่วนกรณ์ก็ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉยราਤไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าใบหูทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
"มีอะไรครับ ธนัตถ์" กรณ์ถามเสียงเข้ม กลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน
ธนัตถ์ยิ้มกริม พลางชูโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นสูง "คุณเรณุกาฝากบอกว่า... ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของฝั่งลูกค้าตัวจริงเสียงจริง กำลังเดินทางมาถึงสตูดิโอในอีกห้านาทีนี้แล้วครับ และเขาต้องการดูการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของ 'ผู้กำกับ' กับ 'ครีเอทีฟ' ด้วยตาตัวเอง!"
———————————————
*ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยใจจริงนะครับ*
**— ปราณธาตุเก้าสุริยัน —**
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 18
ไอเดียเดือดกลางกองถ่าย
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!