"ถ้าโปรเจกต์นี้ปล่อยให้หลุดมือไปได้ ผมคงต้องพิจารณาใหม่แล้วล่ะครับว่า... เอเจนซี่แถวหน้าอย่างพวกคุณ ยังมีศักยภาพพอจะรับงานระดับประเทศอยู่หรือเปล่า"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความหยิ่งยโสไว้เต็มเปี่ยมดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ เรณุกาขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่ธนัตถ์ถึงกับเผลอพ่นลมหายใจพรืดออกมาอย่างเหลืออด แต่คนที่ออกอาการชัดเจนที่สุดกลับไม่ใช่สองคนนั้น
กรณ์ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังจอโปรเจกต์เตอร์ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งจนคนรอบข้างสัมผัสได้ ผู้กำกับหน้านิ่งกำลังแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเงียบเชียบ ซึ่งใครที่รู้จักเขาดีจะรู้ว่า... นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง
ชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามคือ "ภาคิน" ผู้กำกับมือทองจากค่ายคู่แข่งที่เพิ่งคว้ารางวัลระดับเอเชียมาหมาดๆ การปรากฏตัวของเขาในฐานะที่ปรึกษาพิเศษที่ลูกค้าดึงเข้ามาเสริมทัพ ทำให้บรรยากาศการทำงานเดือดดาลขึ้นมาทันตาเห็น
"ผมว่าโจทย์ที่ทางคุณเรณุกามอบให้ มันชัดเจนในตัวอยู่แล้วนะครับคุณภาคิน" พิมพ์รตาเอ่ยขึ้น รอยยิ้มหวานหยดที่มักจะประดับบนใบหน้ายามทำงานถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มการค้าที่เฉียบคม ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างปิดไม่มิด "แต่ถ้าครีเอทีฟฝั่งเรามัน 'ไม่ว้าว' พอในสายตาคนนอก... ทางเราก็ยินดีรับฟังความเห็นครับ แต่ไม่ใช่การครอบงำไอเดียแบบที่พยายามจะทำอยู่ตอนนี้"
ภาคินหัวเราะในลำคอ สายตาแพรวพราวทอดมองครีเอทีฟสาวจอมพลังตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจอย่างเปิดเผย "คุณพิมพ์รตานี่ดุเหมือนแมวป่าเลยนะครับ น่าสนใจดี ผมชอบ... ถ้าโปรเจกต์นี้เสร็จเมื่อไหร่ สนใจย้ายค่ายมาทำงานร่วมกับผมไหมครับ รับรองว่าผมจะให้คุณเป็นอิสระเต็มที่ ไม่ต้องมาทนทำงานกับผู้กำกับที่ไร้ความยืดหยุ่นบางคนหรอก"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องประชุมก็ดิ่งฮวบทันที
กรณ์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมดังขึ้นเป็นจังหวะก้าวที่หนักแน่น ร่างสูงก้าวเข้าไปยืนบังหน้าพิมพ์รตาไว้ครึ่งตัวโดยอัตโนมัติ มือหนายกขึ้นกอดอก สายตาคมกราบกรานมองคู่แข่งร่วมวงการด้วยแววตาที่คมกริบดั่งใบมีดโกน
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีแทนทีมงานของผมครับคุณภาคิน" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดต่ำจนน่าขนลุก "แต่โปรเจกต์นี้... กำกับโดยผม ทีมครีเอทีฟก็เป็นคนของผม ถ้าคุณว่างมากจนมีเวลามาทาบทามคนอื่นกลางที่ประชุม ผมเกรงว่าคุณควรเอาเวลาไปทบทวนสตอรี่บอร์ดของตัวเองที่เพิ่งโดนลูกค้าตีตกไปเมื่อวานซืนจะดีกว่านะครับ"
พิมพ์รตาที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบกะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อครู่... เมื่อครู่ผู้กำกับหน้านิ่งจอมเฮี้ยบคนนี้กำลังปกป้องเธออยู่หรือเปล่า? น้ำเสียงหวงก้างแบบเนียนๆ นั่นมันคืออะไรกัน ทำไมถึงทำให้คนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าได้อย่างประหลาด
เรณุกากระแอมเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มคุกรุ่น "เอาล่ะค่ะๆ ในเมื่อคุณภาคินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมแล้ว เรามาร่วมมือกันทำให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดดีกว่าค่ะ ส่วนเรื่องอื่น... ไว้ค่อยคุยกันนอกรอบนะคะ"
การประชุมดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่อึดอัดและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา ภาคินยังคงหาจังหวะหยอดคำพูดจาเชิงจีบและชื่นชมพิมพ์รตาเป็นระยะ ซึ่งทุกครั้งที่มีการกระทำดังกล่าว กรณ์จะแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเคาะปากกาเสียงดัง การแทรกแซงด้วยการวิจารณ์งานอย่างไร้เยื่อใย หรือแม้แต่การส่งสายตาดุๆ ไปให้ครีเอทีฟสาวที่ดันไปยิ้มรับมุกตลกของคู่แข่ง
กระทั่งการประชุมอันยาวนานสิ้นสุดลง ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องประชุมทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงกรณ์และพิมพ์รตาที่กำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม
"คุณพิมพ์รตา" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ครีเอทีฟสาวสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกรออยู่ "คะ? มีอะไรจะติติงสตอรี่บอร์ดอีกเหรอคะผู้กำกับกรณ์"
"วันหลัง..." กรณ์เว้นจังหวะ ดวงตาสีเข้มมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "อย่าไปยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้ผู้กำกับปากเสียแบบนั้นอีก"
พิมพ์รตาอ้าปากค้างเล็กน้อย นึกฉุนขึ้นมาทันที "ฉันจะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องของฉันไหมคะคุณกรณ์ อีกอย่าง คุณภาคินเขาก็พูดจาดี มีมารยาท ไม่ได้หน้าบึ้งตึงใส่คนอื่นเหมือน..."
"ผมหน้าบึ้งแล้วมันทำไม?" กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละก้าว ร่างสูงใหญ่บีบบังคับให้พิมพ์รตาต้องถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอจนคนถูกมองหายใจติดขัด
"เอ่อ... ถอยไปหน่อยค่ะ คุณเข้ามาใกล้เกินไปแล้วนะ" พิมพ์รตารีบยกแฟ้มเอกสารขึ้นมากั้นกลางระหว่างอกของเขากับตัวเธอเอง หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ผมแค่จะเตือนด้วยความหวังดี" กรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ "ไอ้หมอนั่นมันไม่ได้หวังดีกับงาน... แต่มันหวังอย่างอื่น และผม... ไม่ชอบให้ใครมามองของๆ ผมด้วยสายตาแบบนั้น"
คำว่า 'ของๆ ผม' หลุดออกมาจากปากผู้กำกับหน้านิ่งอย่างหน้าตาเฉย พิมพ์รตาเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดที่จู่ๆ ก็พุ่งชนหัวใจเต็มแรง
ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากท้วงติงอะไร ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยธนัตถ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ไอ้กรณ์! พิมพ์! แย่แล้ว... ทางค่ายของคุณภาคินปล่อยข่าวโจมตีคอนเซปต์โฆษณาของเราลงเพจเบื้องหลังกองถ่ายแล้ว บอกว่าไอเดียเราก๊อปปี้มาจากงานเมืองนอก!"
กรณ์ผละถอยออกห่างจากพิมพ์รตาช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบสนิทดั่งเดิม ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธกริ้วที่น่ากลัวยิ่งกว่าเก่า
เขาก้มลงมองพิมพ์รตาที่ยังคงมีอาการตื่นตระหนก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท
"เตรียมตัวให้พร้อม... เราจะไปตบหน้าพวกมันกลางงานแถลงข่าวพรุ่งนี้"
———————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้กันเสมอนะครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 17
คู่แข่งตัวฉกาจปรากฏตัว
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!