ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 16

เปิดฉากโปรเจกต์ใหญ่รอบสอง

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ผมให้เวลาคุณสิบวินาทีในการอธิบายว่าแฟ้มในมือคุณ ไม่ได้แปลว่าเราต้องนรกแตกกันอีกรอบ... เรณุกา" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราwanรูปปั้นหินสลัก บัดนี้กลับมีรอยย่นตรงหว่างคิ้วอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบมองแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือของเอเจนซี่สาวราวกับมันคือวัตถุระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ เรณุกายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบตามแบบฉบับของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า หล่อนก้าวเข้ามาในห้องประชุมกระจกใสอย่างเชื่องช้า เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟังเสียเหลือเกิน "สิบวินาทีคงน้อยไปหน่อยสำหรับโปรเจกต์ระดับชาติชิ้นนี้นะครับ คุณผู้กำกับ" เรณุกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย หล่อนโยนแฟ้มเอกสารเล่มหนาลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงกระดาษหนาทึบกระทบพื้นไม้ยืนยันถึงความสำคัญของเนื้อหาข้างใน "ผู้บริหารไฟเขียวแล้ว และพวกคุณสองคน... ถูกเลือกให้เป็นเดอะชูตติ้งสตาร์ของแคมเปญนี้" พิมพ์รตาที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจจนแทบจะถลون หล่อนขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมทันทีราวกับแมวป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ พลังงานความดีดในตัวพุ่งพล่านขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา "เดี๋ยวนะคะ... เอ๊ย! เดี๋ยวนะครับ! หมายความว่าไงที่ว่าพวกเรา?" พิมพ์รตาเกือบหลุดสำเนียงหญิงสาวออกมา แต่ก็รีบดัดเสียงห้วนๆ กลับให้อยู่ในโหมดทำงานทันทีเมื่อสายตาคมปลาบของกรณ์หันมามองเป็นเชิงตำหนิ "ฉันหมายถึง... ทำไมต้องเป็นบริษัทเรา? แล้วทำไมต้องเป็นฉันกับอีตาผู้กำกับหน้าปูนนี่คู่กันด้วย งานโฆษณาชิ้นโบแดงที่ว่ามันคืออะไร ทำไมไม่บอกล่วงหน้า!" "เพราะฉันชอบความฉิบหายที่พวกเธอสร้างร่วมกันมันดูมีเคมีดีมั้งคะ" เรณุกายิ้มกริ่ม ตอบกลับด้วยประโยคที่ทำเอาพิมพ์รตาสำลักน้ำลายตัวเอง "เปิดแฟ้มดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'นรกมีจริง' มันหน้าตาเป็นยังไง" กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ มือหนายื่นไปหยิบแฟ้มสีดำขึ้นมาเปิดช้าๆ สายตาคมกวาดมองตัวอักษรและภาพร่างสตोरीบอร์ดที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ทว่าหัวใจของคนทั้งสามกลับเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน กรณ์ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่พลิกหน้ากระดาษผ่านไป โครงหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นจนเห็นสันจรามชัดเจน "แคมเปญเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธง... งบประมาณแปดหลัก..." กรณ์พึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกดดันที่ถาโถมเข้ามา "และกำหนดส่งมอบงานคือ... เดือนหน้า?" "ใช่ครับคุณกรณ์ และที่สำคัญที่สุด..." เรณุกาหุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "โจทย์ครั้งนี้คือการผสานความต่างสุดขั้ว ระหว่างศิลปะภาพยนตร์แนวอาร์ตเฮาส์ที่คุณถนัด กับความบ้าคลั่งหลุดโลกในแบบฉบับครีเอทีฟสายดีดอย่างคุณพิมพ์รตา ถ้างานนี้แป้ก... ไม่ใช่แค่บริษัทพวกคุณที่จะเจ๊ง แต่ชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับดาวรุ่งของคุณ... จะกลายเป็นแค่เรื่องตลกในวงการ" คำพูดของเรณุกากรีดแทงเข้าไปในใจของกรณ์อย่างจัง ปมในใจเรื่องความคาดหวังของครอบครัวสายศิลปินที่คอยตามหลอกหลอนมาตลอดถูกกระุกขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม ในขณะเดียวกัน พิมพ์รตาที่แอบชะเง้อคอมองดูเนื้อหาในแฟ้มร่วมด้วย ก็ถึงกับอ้าปากค้าง สมองที่ปกติมักจะคิดงานเร็วจ๋อยกลับหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อเห็นรายละเอียดบรีฟงานที่ทั้งยาก ทั้งบ้าบิ่น และท้าทายขีดจำกัดมนุษย์สุดๆ "บ้าไปแล้ว..." พิมพ์รตาพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้าง "ให้ถ่ายทำฉากไล่ล่ารถยนต์ไฟฟ้ากลางทะเลทรายจำลอง โดยที่อารมณ์ของหนังต้องมีความโรแมนติกแบบฝรั่งเศสเนี่ยนะ? ใครเป็นคนคิดบรีฟบ้าๆ แบบนี้เนี่ย!" "ฉันเองค่ะ" เสียงหวานแต่เฉียบขาดของเรณุกาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจ "และถ้าพวกคุณคิดว่าจะปฏิเสธล่ะก็... เชิญเขียนใบลาออกไปตอนนี้ได้เลย เพราะฉันมีสำรองไว้อีกสิบบริษัทที่ต่อแถวรอเสียบอยู่" ประโยคเด็ดขาดนั้นปิดตายทุกทางหนี พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนหันไปมองหน้ากรณ์เพื่อหาแนวร่วม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าเรียบเฉยที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันแน่นนั้นฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังเดือดดาลอยู่ภายในไม่แพ้กัน "เราจะรับงานนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ กรณ์ปิดแฟ้มเอกสารเสียงดังสนิท *ปัง!* จนพิมพ์รตาต้องสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับเรณุกาตรงๆ แววตาของเขาไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชนดั่งเปลวสุริยัน "ยอดเยี่ยมมากค่ะ สมกับที่เป็นผู้กำกับมือหนึ่งของฉัน" เรณุกายิ้มพอใจ ยกแฟ้มสำรองอีกชุดขึ้นมาวางทับ "รายละเอียดการประชุมนัดแรกพรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรงที่สตูดิโอใหญ่ ห้ามสายเด็ดขาดนะคะคุณผู้กำกับ... ส่วนคุณพิมพ์รตา เตรียมกาแฟมาเผื่อฉันด้วยสักห้าแก้วนะคะ เพราะฉันรู้ว่าคุณคงไม่ได้นอนทั้งคืนแน่ๆ" ว่าแล้วเอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เสียงส้นสูงกระทบพื้นค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งเงียบสนิท ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะช็อตคนให้ไหม้เกรียมได้ทุกเมื่อ พิมพ์รตายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก่อนที่หล่อนจะหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท "นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไงกรณ์! รับงานบ้าบอแบบนี้โดยไม่ปรึกษาฉันก่อนเนี่ยนะ!" พิมพ์รตาโพล่งออกมาด้วยความดีดขั้นสุด น้ำเสียงตื่นตระหนกปนโมโห "งบแปดหลักกับเวลาเดือนเดียวแถมบรีฟสติหลุดแบบนั้น นายคิดว่าเราเป็นซูเปอร์แมนหรือไงถึงจะเสกออกมาได้!" กรณ์หันมามองครีเอทีฟสาวที่กำลังยืนทำหน้ายุ่งเป็นปลาทูแม่กลอง แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับอย่างน่าประหลาด เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้พิมพ์รตาช้าๆ จนหญิงสาวต้องถอยหลังกรูดไปจนชิดกับผนังกระจกใส "กลัวเหรอ... คุณครีเอทีฟปากเก่ง" กรณ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนพิมพ์รตาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล "ใคร... ใครกลัวกันเล่า!" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ว่าเสียงจะเริ่มสั่นพร่าและใบหน้าจะร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ฉันแค่... แค่เสียดายเวลาชีวิตที่จะต้องมานั่งทะเลาะกับคนหน้านิ่งอย่างคุณต่างหากเล่า!" กรณ์ไม่ตอบ เขาก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นไปทาบลงบนกระจกใสข้างศีรษะของพิมพ์รตา เป็นการกักตัวเธอไว้อย่างสมบูรณ์แบบในพื้นที่จำกัด "ทะเลาะกับผม... คุณเก่งอยู่แล้วพิมพ์รตา" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหูจนขนลุกซู่ "แต่ถ้างานนี้พัง... ผมไม่แน่ใจหรอกนะว่าเราจะได้ทะเลาะกันในฐานะเพื่อนร่วมงาน หรือในฐานะอะไรที่มัน... มากกว่านั้น" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำพูดกำกวมที่ชวนใจสั่น พิมพ์รตาอ้าปากจะเถียงกลับแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อใบหน้าของกรณ์โน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามา ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับร่างของธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มจอมป่วนที่ผลักประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ "เฮ้ยพวกนาย! ได้ข่าวว่าเราได้โปรเจกต์ยักษ์มาเหรอวะ— อ้าว... โทษที ขัดจังหวะสวีทกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย เชิญต่อได้เลยนะ เดี๋ยวฉันปิดตาเดินถอยหลังออกไปเอง!" พิมพ์รตาหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก หล่อนผลكอกกรณ์ออกสุดแรงเกิดแล้วกระโดดโหยงถอยหลังไปสามก้าวทันที ส่วนกรณ์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันไปส่งสายตาฆาตกรรมใส่เพื่อนสนิทตัวแสบที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าประตู ธนัตถ์ไหวไหล่ไม่สะทกสะทahan พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูงแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งคู่ต้องชะงัก "เอ่อ... คือว่านะ... พอดีฉันเพิ่งเช็คเมลจากลูกค้าอีกรอบ... และดูเหมือนว่า... เราไม่ได้มีแค่โปรเจกต์เดียวแล้วล่ะวะเพื่อน" ———————————————————————— ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%