ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 15

เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"สวัสดีครับคุณกรณ์... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะการทำงานที่แสนจะ 'สร้างสรรค์' ของพวกคุณอยู่นะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลจนเกือบจะเรียกว่าเยือกเย็นเอ่ยขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุมใหญ่ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมากระทบกับกรอบแว่นโลหะของร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตู รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมเลยแม้แต่น้อย ธนัตถ์... โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์และคู่หูตัวแสบของพิมพ์รตาปรากฏตัวขึ้นในยามวิกาลอย่างไร้ซุ่มเสียง ในมือถือแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว สะท้อนภาพความเงียบงันที่เพิ่งถูกทำลายลงอย่างไม่เป็นทางการ บรรยากาศในห้องประชุมที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดและแรงดึงดูดประหลาดระหว่างคนสองคน ชะงักงันลงทันที พิมพ์รตาที่เพิ่งรู้ตัวว่าใบหน้าของตนเองอยู่ห่างจากปลายคางได้รูปของกรณ์ไม่ถึงคืบ สะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต เธอผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้พลาสติกไถลไปกับพื้นเกิดเสียงดังครูดคราด ทำลายความเงียบยามดึกดื่นเที่ยงคืนได้อย่างราบคาบ "นะ... นัด! นายมาทำไมเนี่ย ตกใจหมด!" พิมพ์รตาแหวใส่เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู มือบางรีบยกขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยไม่เป็นทรงอย่างลนลาน ดวงตากลมโตหลบวูบ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับผู้กำกับหน้านิ่งที่ยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม กรณ์ไม่ได้แสดงอาการลนลานหรือตื่นตระหนกออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ผละตัวออกจากขอบโต๊ะทำงานช้าๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ไร้คลื่นอารมณ์ราวกับเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์หายใจรดต้นคอเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตาดกหนาปรายมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสงบ แต่กรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยพอบ่งบอกให้รู้ว่า เขากำลังนึกรำคาญใจไม่น้อยกับการมาขัดจังหวะในเวลาแบบนี้ "ถ้ากลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าพวกเรากำลังทำอะไร 'สร้างสรรค์' เกินขอบเขตงาน... เธอก็ไม่ควรยืนโน้มตัวลงมาใกล้ผมจนเกินความจำเป็นตั้งแต่แรกครับ, คุณพิมพ์รตา" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่วาจาคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งถูกส่งตรงมาจากริมฝีปากหยได้รูป กรณ์จงใจเน้นคำว่า *สร้างสรรค์* ให้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ พร้อมกับปรายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธปนเขิน พิมพ์รตาถลึงตาใส่ร่างสูงทันที ปากบางอ้าพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่ก็ติดที่ธนัตถ์ยืนกอดอกยิ้มกริ่มมองมาทางพวกเขาอยู่พอดี เจ้าตัวแสบเดินเข้ามาตบไหล่เธอบาเบา พร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน "โอ๊ะๆๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นก้างขวางคอความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง... เอ๊ย! ความสัมพันธ์ในการทำงานอันยอดเยี่ยมของพวกคุณหรอกนะครับ พอดีผมลืมแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุไฟล์สตอรี่บอร์ดชุดแก้ไขรอบดึกไว้ใต้โต๊ะประชุม ก็เลยแวะกลับมาเอา ไม่คิดว่าผู้กำกับจอมเนี๊ยบกับครีเอทีฟสายดีดจะยังอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันข้ามวันข้ามคืนขนาดนี้ ซาบซึ้งใจแทนบริษัทจริงๆ ครับ" ธนัตถ์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ก่อนจะเดินไปหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงาน "ถ้าได้ของแล้วก็เชิญกลับออกไปได้แล้วครับ ดึกมากแล้ว ออฟฟิศไม่ใช่สถานที่สำหรับยืนเสวนาเรื่องไร้สาระ" กรณ์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แววตาคมกวาดมองโปรดิวเซอร์หนุ่มราวกับจะไล่ทางอ้อม "โห... ดุจังเลยครับคุณกรณ์ สมแล้วที่เป็นผู้กำกับมือหนึ่ง สงสัยผมต้องรีบถไถตัวออกไปก่อนที่คุณกรณ์จะใช้สายตาสังหารผมให้ตายคาทีซะแล้ว... พิมพ์ กลับพร้อมกันไหม หรือว่าจะอยู่ 'เคลียร์สคริปต์' ต่อกับผู้กำกับเขาให้เสร็จล่ะ?" ธนัตถ์หันมาขยิบตาให้เพื่อนสาวทีหนึ่ง พิมพ์รตาจึงรีบคว้ากระเป๋าถือของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่แทบไม่ทัน "กลับ! ฉันกลับเดี๋ยวนี้แหละ นายรอฉันด้วย!" พิมพ์รตารีบสาวเท้าเดินหนีออกจากรัศมีสายตาของกรณ์ทันที เธอไม่อยากอยู่ตรงนั้นให้อีกฝ่ายใช้คำพูดนิ่มๆ เชือดเฉือนหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำของเธออีกต่อไป เสียงฝีเท้าของธนัตถ์และพิมพ์รตาก้าวออกไปจากห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดลง ทิ้งให้ห้องประชุมขนาดใหญ่กลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง กรณ์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างสูงโปรดปรานความสงบ แต่ในเวลานี้ ความเงียบรอบตัวกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเหมือนเคย กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นกายเฉพาะตัวของพิมพ์รตาทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศ ชวนให้หวนนึกถึงสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบมองไปยังเก้าอี้ตัวที่หญิงสาวเพิ่งลุกขึ้นยืน มือหนายื่นออกไปแตะลงบนพนักพิงเบาๆ ราวกับต้องการพิสูจน์ว่าความใกล้ชิดเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน *“ถ้ากลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิด... เธอก็ไม่ควรยืนโน้มตัวลงมาใกล้ผมตั้งแต่แรก”* เขาก่นด่าความปากไวของตัวเองในใจ ทำไมเขาต้องพูดจาถางถางเธอแบบนั้นออกไปทุกที ทั้งที่ความจริงแล้ว... ในวินาทีที่ใบหน้าของเธอลอยอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นไหวและสะท้อนเงาของเขาชัดเจน หัวใจของเขากลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยเผชิญมาก่อนตลอดหลายปีในฐานะผู้กำกับผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ภายใต้การควบคุม กรณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อระบายความร้อนรุ่มที่สุมอยู่บริเวณอก เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพสตอรี่บอร์ดขึ้นมาพลิกเปิดดู หน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและโน้ตย่อด้วยลายมือยุ่งเหยิงที่เป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์รตา มีรอยวงกลมเน้นย้ำข้อความสำคัญ พร้อมกับรอยวาดรูปการ์ตูนหน้าบูดเบี้ยวที่แอบแซวเขาไว้ที่มุมกระดาษ มุมปากหยได้รูปยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เรณุกาคงไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มนี้ ธนัตถ์ก็ไม่มีวันได้เห็น มีเพียงสิ่งของและเรื่องราวเหล่านี้เท่านั้นที่เก็บซ่อนมุมอ่อนโยนที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น เวลาล่วงเลยไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงตีสอง กรณ์ตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์และเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทที่พาดไว้บนพนักพิงมาพาดบ่า ก้าวเดินออกจากห้องประชุมด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ แสงไฟในออฟฟิศถูกดับลงทีละโซนจนเหลือเพียงแสงสว่างสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉิน ขณะที่เขากำลังจะเดินไปถึงประตูทางออกเพื่อไปยังลานจอดรถ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็กปลิวตกลงอยู่ที่พื้นใกล้กับโต๊ะทำงานของพิมพ์รตา ด้วยความเคยชินในการเป็นคนใส่ใจรายละเอียด กรณ์จึงก้มลงเก็บมันขึ้นมาพลิกดู ข้อความลายมือหวัดๆ เขียนไว้ว่า: *“ผู้กำกับหน้านิ่ง... พรุ่งนี้ห้ามดุเรื่องไอเดียโฆษณาอีกนะ ไม่งั้นจะงอนจริงด้วย! - จาก ครีเอทีฟสายดีด”* กรณ์จ้องมองข้อความนั้นนิ่งนาน รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมเปิดใจให้ใครง่ายๆ เส้นแบ่งระหว่าง "ผู้กำกับ" และ "ครีเอทีฟ" ที่เขากีดกันไว้ด้วยกำแพงความเยชาและกฎระเบียบ บัดนี้... มันเริ่มเลือนรางลงทีละน้อย จนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปแล้ว ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะเก็บกระดาษโน้ตแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากบริเวณโถงทางเดินลิฟต์ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าที่ควรจะถูกล็อกไปแล้วดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในยามวิกาลแบบนี้ ใครกันที่มีคีย์การ์ดสามารถเข้ามาถึงหน้าประตูออฟฟิศชั้นในได้? ร่างสูงก้าวเดินไปตามทางเดินมืดสลัวด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคมกริบเพ่งมองผ่านกระจกใสออกไปยังเงาร่างที่ยืนอยู่ด้านนอก และเมื่อแสงไฟฉุกเฉินกะพริบส่องกระทบใบหน้าของผู้ที่มาเยือนในยามวิกาล กรณ์ก็ต้องชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ ไม่ใช่รปภ. ไม่ใช่แม่บ้าน... แต่เป็นร่างของเรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบที่ยืนกอดอกส่งยิ้มเย็นเยียบให้เขาผ่านบานกระจก โดยในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทพร้อมกับประกาศิตคำสั่งด่วนที่ถูกส่งตรงมาจากผู้บริหารระดับสูง! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในใจของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%