กองถ่ายโฆษณาช่วงบ่ายกลางแจ้ง ณ ลานอเนกประสงค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดราวกับสนามรบขนาดย่อม แสงแดดที่แผดเผาในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความมืดครึ้มของเมฆฝนก้อนใหญ่ที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็ว แรงลมกระโชกแรงพัดเอาฝุ่นละอองและใบไม้ปลิวว่อน เสียงตะโกนสั่งการของกรณ์ดังแข่งกับเสียงฟ้าคำรามที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัย
"ทุกคนเก็บอุปกรณ์ที่โดนน้ำไม่ได้ด่วน! เรณุกา ทางฝั่งลูกค้าอนุมัติให้เบรกกองชั่วคราวได้เลยครับ!" กรณ์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ตวัดสายตาคมกริบมองรอบกองถ่ายด้วยความสุขุม แม้สถานการณ์จะอลหม่าน แต่ท่าทีของเขากลับนิ่งสนิทราวกับศูนย์กลางของพายุ
พิมพ์รตาที่วิ่งวุ่นช่วยทีมงานเก็บสต็อกสินค้าประกอบฉากหอบหายใจจนตัวโยン เธอปาดเหงื่อที่เปียกชื้นหน้าผากลวกๆ ก่อนจะหันไปเจอธนัตถ์ที่วิ่งถือลังกระดาษผ่านหน้าไปพอดี
"ยัยพิมพ์! ฝนจะมาแล้ว ร่มอยู่ในกระเป๋าแกหรือเปล่า" ธนัตถ์ตะโกนถามเสียงดังแข่งกับเสียงลม
"อยู่ในกระเป๋าเป้ที่กองมอนิเตอร์นู่น! นายรีบวิ่งไปเอาสิ" พิมพ์รตาตะโกนตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเต็นท์กองอำนวยการที่อยู่ห่างออกไปเกือบยี่สิบเมตร แต่ยังไม่ทันที่ธนัตถ์จะขยับตัว เม็ดฝนเม็ดแรกก็ร่วงเผาะลงมากระทบพื้นคอนกรีต ก่อนที่ห้วงนภาจะโถมกระหน่ำเทสายฝนลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาในเสี้ยววินาที
ชั่วพริบตานั้น ทุกคนต่างวิ่งหาที่หลบฝนกันอลหม่าน พิมพ์รตากำลังจะวิ่งฝ่าสายฝนไปยังเต็นท์ใหญ่ แต่ทว่าข้อเท้าของเธอเกิดพลิกวูบจากการเหยียบพลาดบนพื้นต่างระดับ เธอหลับตาปี๋เตรียมรับความเปียกปอนและแรงกระแทกจากพื้นแข็ง
ทว่า... แรงกระแทกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
ท่อนแขนแกร่งและอบอุ่นตวัดโอบเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยเจือจางด้วยกลิ่นหอมสะอาดของบุรุษเพศลอยเข้าแตะจมูก เมื่อเธอลืมตาขึ้น ก็พบว่าตนเองกำลังแนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของกรณ์ ผู้กำกับหน้านิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น
"ซุ่มซ่ามจริงนะครับคุณครีเอทีฟ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูกvของเธอ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดรอบกาย
พิมพ์รตาสะดุ้งเฮือก รีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ประจวบเหมาะกับที่กรณ์กางร่มพับสีดำคันเล็กออกพอดี ร่มคันนั้นมีขนาดกะทัดรัดเกินกว่าจะปกป้องคนตัวโตสองคนให้พ้นจากละอองฝนที่สาดส่องเข้ามาได้
"ข... ขอบคุณค่ะ เอ๊ย! ขอบคุณครับ" พิมพ์รตาเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามผิดเพี้ยนเพราะความตื่นตระหนก กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมปลาบมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของหญิงสาวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก
"ถ้าไม่อยากเปียกจนไม่เหลือภาพลักษณ์ครีเอทีฟคนเก่ง ก็ขยับเข้ามาอีกนิดสครับ" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความบังคับกลายๆ ในเมื่อร่มคันเล็กนิดเดียวและลมฝนก็พัดแรงจนแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่ พิมพ์รตาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวเข้าไปยืนชิดติดกับเขา
ระยะห่างระหว่างกันแทบจะเป็นศูนย์ ไหล่บางชนเข้ากับแผ่นอกหนา ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่รินรดกันในพื้นที่แคบๆ ใต้ร่มคันเดียวกัน ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุม แม้รอบตัวจะมีเสียงฝนตกหนักอึงอล แต่เสียงหัวใจของพิมพ์รตากลับดังชัดเจนเสียจนเธอกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน
กรณ์ก้มมองหญิงสาวที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างกาย ดวงตาคมกริบมองสำรวจแพขนตางอนที่เปียกชื้นด้วยละอองน้ำ และริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามเก็บกดไว้ภายใต้มาดผู้กำกับหน้านิ่งเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"มองอะไรคะ... เอ๊ย มองอะไรเล่า" พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นต่อว่าเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า แต่ดวงตากลมโตดันประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว สบตากันในระยะประชิดที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกく
"เปล่าครับ..." กรณ์ตอบเสียงแผ่วเบaอย่างผิดวิสัย ปลายจมูกโด่งของเขาอยู่ห่างจากแก้มเนียนของเธอเพียงแค่คืบเดียว ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้าของคนทั้งคู่ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงภาษาจากสายตาที่สื่อสารความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลโข
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ
"คุณกรณ์ครับ! คุณพิมพ์! อยู่แถวนี้หรือเปล่า ทีมงานฝั่งมอนิเตอร์เรียกประชุมด่วนแล้วครับ!" เสียงของธนัตถ์ตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างที่กำลังวิ่งตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่
กรณ์ดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว เขากระชับร่มในมือให้บังตัวพิมพ์รตาแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
"ไปกันเถอะครับ ก่อนที่งานจะเสียหายไปมากกว่านี้"
พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม พยักหน้ารับเบาๆ แล้วก้าวเดินไปพร้อมกับเขาภายใต้ร่มคันเดียวกัน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ปมความรู้สึกในใจของทั้งคู่ได้ถูกผูกเข้าหากันอย่างแน่นหนาจนยากจะแกะออกเสียแล้ว... และในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นมุมตึกเพื่อไปสมทบกับทีมงาน สายตาของกรณ์ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้ากองอำนวยการ—บุคคลที่ทำให้ฝ่ามือของเขาต้องกำรặtด้ามร่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
"ปราณธาตุเก้าสุริยัน"
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 6
อุบัติเหตุใต้ร่มคันเดียวกัน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!