เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องตัดต่อชั้นสิบสองดังขึ้นจนพิมพ์รตาต้องสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณความดีดของเธอถูกแช่แข็งลงทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าของกรณ์ ผู้กำกับหน้านิ่งที่วันนี้ดูราวกับภูเขาไฟพร้อมระเบิด
"คุณรื้อสตอรี่บอร์ดชุดนี้ใหม่ทั้งหมด... ด้วยเหตุผลอะไรครับคุณพิมพ์รตา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกรณ์ไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังพอจะทำให้ห้องตัดต่อทั้งห้องเงียบกริบ ธนัตถ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองแล้วทำทีเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที
"เหตุผลเหรอคะ... เอ๊ย เหตุผลสhิคะคุณกรณ์!" พิมพ์รตาเผลอหลุดเสียงสูงอย่างลืมตัวก่อนจะรีบดึงมา Canned-mode ความเป็นมืออาชีพกลับมา "ก็เพราะว่าโจทย์ของเรณุกาต้องการความสดใหม่ กระชากเรตติ้งในสามวินาทีแรก ถ้าเรายังใช้มุมกล้องแบบแพนยาวคลาสสิกตามที่คุณต้องการ สินค้าตัวนี้จะกลายเป็นสารคดีท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไปนะคะ ไม่ใช่โฆษณาน้ำอัดลมพรีเมียม!"
กรณ์ไม่ตอบทันที เขายื่นมือเรียวยาวหยิบแฟ้มงานชิ้นนั้นขึ้นมาพลิกดูทีละหน้า นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังตีกันในหัว แสงไฟสลัวจากห้องตัดต่อสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามได้รูปของเขา ทำให้พิมพ์รตาที่ยืนจ้องอยู่เผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เมื่อครรลองความโกรธกำลังพุ่งพล่าน
ผู้ชายคนนี้ต่อให้หน้าบึ้งแค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีเสน่ห์แบบที่ละสายตาไม่ได้... *บ้าจริง พิมพ์รตา เธอคิดอะไรเนี่ย!*
"มุมกล้องแพนยาวคลาสสิกที่คุณว่า... มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเชยหรอกนะครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมตวัดกลับมามองเธออย่างจริงจัง "แต่มันคือวิธีเดียวที่ผมใช้บันทึก... เรื่องราวที่ผมอยากเล่า"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยในประโยคหลังทำให้พิมพ์รตาขมวดคิ้ว ความดื้อรั้นในตัวถูกแทนที่ด้วยความสงสัยชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวของกรณ์ในตอนนี้ไม่ได้ฉายแววความเย่อหยิ่งเย็นชาเหมือนเคย หากแต่มีร่องรอยความเปราะบางบางอย่างซ่อนอยู่ลึกใต้ก้นบึ้งของนัยน์ตาคู่นั้น
"หมายความว่ายังไงคะ" พิมพ์รตาถามเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
กรณ์ถอนหายใจยาว วางแฟ้มลงบนโต๊ะก่อนจะหันหลังเดินไปเปิดลิ้นชักตู้เก็บของด้านหลัง เขาดึงกล่องฟิล์มภาพยนตร์เก่าคร่ำครึฝุ่นเกาะหนาเตอะออกมากล่องหนึ่ง วางมันลงตรงหน้าเธอ
"นี่คือผลงานหนังสั้นเรื่องแรกของผม... เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ผมยังเชื่อมั่นว่าศิลปะในแบบของผมจะเปลี่ยนโลกได้" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน "และนั่นก็คือวันที่พ่อของผม ซึ่งเป็นผู้กำกับระดับตำนาน เดินออกจากโรงหนังกลางคันโดยไม่หันกลับมามองเลยสักนิด... ท่านบอกว่างานของผมมันไร้แก่นสาร เป็นแค่เด็กอวดดีที่พยายามวิ่งตามเงาของตัวเอง"
พิมพ์รตามองหน้ากรณ์ นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ภาพของผู้กำกับหน้านิ่ง เจ้าระเบียบ และสมบูรณ์แบบในสายตาทุกคน พังทลายลงเหลือเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังคงแบกรับคำตัดสินของพ่อไว้บนบ่าตลอดทศวรรษ
"คุณ... เลยใช้ความเนี๊ยบและความสมบูรณ์แบบมาตลอด เพื่อไม่ให้ใครจับผิดได้อีกว่างั้นเถอะ" พิมพ์รตาเอ่ยเบาๆ สายตาที่มองเขาเปลี่ยนจากความหมั่นไส้กลายเป็นความเข้าใจลึกซึ้ง
กรณ์หันมาสบตาเธอ แววตาสั่นไหวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบซ่อนมันไว้ใต้มาดนิ่งขรึมตามเดิม "มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจหรอกครับ หน้าที่ของคุณคือทำโฆษณาชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด ไม่ใช่มานั่งวิเคราะห์จิตวิทยาผม"
"ปากแข็งชะมัด" พิมพ์รตาพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว "รู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงอยากแก้สตอรี่บอร์ดนี้... ไม่ใช่เพราะฉันเกลียดสไตล์คุณหรอกนะ แต่เพราะฉันอยากให้โลกได้เห็นว่า... มุมมองที่คุณพยายามซ่อนไว้ มันเจ๋งแค่ไหนต่างหากล่ะ"
คำพูดที่จริงใจและตรงไปตรงมาของครีเอทีฟสาวสายดีด ทำให้กรณ์ถึงกับชะงัก หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายต่อเสียงวิจารณ์กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขามองรอยยิ้มที่ปราศจากความเยาะเย้ยของพิมพ์รตา ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กำลังแผ่ซ่านเข้ามาในอก
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อกรณ์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น จนแทบจะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของพิมพ์รตา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ของเธอผสมผสานกับความเงียบงันในห้องตัดต่อ ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียดด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"คุณกำลังบอกว่า... งานของผมไม่ได้แย่เหรอครับ" กรณ์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ
พิมพ์รตาถอยหลังไปนิดหนึ่งเมื่อแผงอกกว้างเข้าใกล้เกินไป หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวยิ่งกว่าตอนพรีเซนต์งานให้ลูกค้ามหาโหดฟังเสียอีก เธอกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ พยายามรักษาสติแล้วเงยหน้าตอบด้วยรอยยิ้มท้าทายตามสไตล์
"ก็... ต้องดูว่าคุณจะยอมเปิดใจร่วมมือกับครีเอทีฟคนนี้แก้สตอรี่บอร์ดใหม่รึเปล่าล่ะคะ ผู้กำกับกรณ์"
กรณ์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทรงพลังจนทำเอาคนมองแทบหยุดหายใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะขอบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะใกล้กับมือของพิมพ์รตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน
"ถ้าอย่างนั้น..." กรณ์กระซิบเสียงพร่าต่ำชิดริมฝีปากเธอ "คืนนี้เราคงต้องอยู่เคลียร์กันยาวจนเช้าแล้วล่ะครับ... คุณพิมพ์รตา"
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเคลิบเคลิ้มในทันที ก่อนที่บานประตูห้องตัดต่อจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของเรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"กรณ์! พิมพ์! แย่แล้ว ลูกค้าเปลี่ยนบรีฟด่วนกลางดึก บอกว่าต้องการเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมดตอนนี้เลย!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวนี้นะครับ
"ปราณธาตุเก้าสุริยัน"
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 7
ความลับในอดีตของกรณ์
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!