ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 2

สงครามประสาทขนาดย่อม

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีดำบนโต๊ะสะเทือนจนผิวน้ำกาแฟกระฉอกออกมาเล็กน้อย "ตัวติดกันสองเดือนเต็ม? คุณกรณ์ครับ... นี่บอร์ดบริหารกำลังเล่นเกมโชว์เรียลลิตี้จับคู่ หรือกำลังทำโปรเจกต์โฆษณามูลค่าแปดหลักกันแน่ครับเนี่ย" ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มมาดกวน ดีดีกรีหัวเรือใหญ่ฝ่ายผลิต ดีดตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟาหนังแท้ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองผู้กำกับหน้านิ่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำยามค่ำคืน บรรยากาศรอบตัวช่างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของ กรณ์ ผู้กำกับหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเกรี้ยวกราดในกองถ่าย เขายังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก ไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีหัวเสียของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย "ถ้าคุณธนัตถ์มีปัญหาอะไรกับคำสั่งของบอร์ดบริหาร เชิญไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ชั้นสิบสองได้เลยครับ ผมเป็นแค่ผู้รับมอบหมายหน้าที่ ไม่ใช่คนออกกฎ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ สายตาสีเข้มคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบเหลือบมองไปยังร่างเพรียวบางที่นั่งเงียบอยู่มุมโต๊ะยาว พิมพ์รตา ครีเอทีฟสาวจอมพลังผู้ขึ้นชื่อเรื่องไอเดียพุ่งกระฉูดและปากกล้าเป็นเลิศ ในเวลานี้กลับนั่งกอดอกแน่น เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ได้ยินประโยคเด็ดจากปากเรณุกาเมื่อช่วงหัวค่ำว่าบอร์ดต้องการให้เธอและผู้กำกับจอมเฮี้ยนคนนี้ต้องมานั่งปั่นบรีฟและคุมโปรเจกต์ร่วมกัน "แบบตัวติดกัน" ตลอดสองเดือนเต็ม พิมพ์รตาก็รู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่มาถ่วงอยู่ในอกทันที โปรเจกต์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงของเรณุกาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โจทย์ของลูกค้าคือความสมบูรณ์แบบที่ไร้รอยต่อระหว่างความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีและอารมณ์สุนทรีย์ของมนุษย์ ซึ่งมันตรงกันข้ามกับสไตล์การทำงานของพวกเขาทั้งสองคนอย่างสิ้นเชิง กรณ์ต้องการความเป๊ะทุกองศาแบบภาพยนตร์สารคดีระดับโลก ในขณะที่พิมพ์รตาชอบความสดใหม่ ดิบ และเต็มไปด้วยพลังงานชีวิตที่พร้อมจะฉีกทุกกรอบเดิมๆ "ไม่ต้องไปถึงชั้นสิบสองหรอกครับคุณกรณ์..." พิมพ์รตาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากหยิบปากกาเคมีในมือปาใส่หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายให้หายแค้นก็ตาม "ในเมื่อบอร์ดเขาเมตตาให้เราสองคนมา 'ดูดซับวิชา' ซึ่งกันและกันแล้ว ฉันในฐานะครีเอทีฟหลักของงานนี้ ก็พร้อมจะน้อมรับบัญชาครับ... เอ้ย! คะ... ค่ะ..." เธอเผลออุทานคำลงท้ายผิดพลาดไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างจับผิด กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นคนเก่งอย่างเธอสะดุดขาตัวเอง "ระวังหน่อยนะครับคุณพิมพ์รตา ลิ้นพันกันตั้งแต่เริ่มงานแบบนี้ สองเดือนที่เหลือคงไม่ง่ายแน่ๆ" กรณ์เอ่ยเสียงนุ่ม แต่มันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนธนัตถ์ต้องรีบเข้ามาขัดจังหวะก่อนที่เพื่อนร่วมงานสาวจะระเบิดอารมณ์ใส่ผู้กำกับ "เอาล่ะครับ ในเมื่อผู้ใหญ่เขาจัดสรรปันส่วนให้เรามาสวีท... เอ๊ย มาสุมหัวทำงานร่วมกัน ณ ห้องทำงานส่วนตัวของฝั่งโปรดักชันตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป งั้นเรามาเริ่มเคลียร์บรีฟข้อแรกที่เถียงกันไม่จบตั้งแต่บ่ายดีกว่าครับ" ธนัตถ์รีบดึงแฟ้มเอกสารสีส้มขึ้นมากลางโต๊ะ ก่อนจะถอยฉากออกไปยืนพิงกระจกด้านหลังทำตัวเป็นผู้ชมแถวหน้าทันที นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาเที่ยงคืนตรง บรรยากาศภายในห้องทำงานกระจกใสเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษพลิกเปิดและเสียงคลิกเมาส์เป็นระยะ ไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบให้เห็นเงาทอดตัวยาวของคนทั้งคู่ที่ต้องมานั่งเผชิญหน้ากันตามลำพังท่ามกลางกองเอกสารมหาศาล "ฉากเปิดตัวรถยนต์ในเล่มบรีฟของคุณ มันเชยสะบัดเลยนะครับคุณพิมพ์รตา" กรณ์เปิดประเด็นขึ้นทันทีหลังจากกวาดสายตาอ่านหน้าแรกของเล่มคอนเซปต์โฆษณาที่เธอเพิ่งแก้มาหมาดๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเบาๆ สื่อถึงความไม่ประทับใจ พิมพ์รตาหันขวับทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "เชยตรงไหนคะ... เอ้ย! ตรงไหนครับ! นั่นคือท็อปปิ้งไอเดียที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองรุ่นใหม่ที่โหยหาธรรมชาติเลยนะคุณกรณ์ คุณต่างหากที่มองโลกผ่านเลนส์แคบๆ จนไม่ยอมรับความงามแบบดิบๆ ของมนุษย์" "ผมมองความจริงครับ ไม่ใช่ความเพ้อฝัน" กรณ์วางปากกาลงเงียบๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ "ลูกค้าจ่ายเงินสิบล้าน ไม่ได้ต้องการสารคดีชีวิตร้าวรานกลางกรุง เขาต้องการภาพลักษณ์ที่พรีเมียม หรูหรา และทรงพลัง คุณเข้าใจคำว่า 'Luxury' ผสม 'Innovation' ไหมครับ หรือสมองคุณตอนนี้มีแต่เรื่องไอเดียอินดี้ข้างถนน?" คำพูดที่เฉียบคมและสายตาที่มองมาอย่างเหนือกว่า ทำให้พิมพ์รตาเลือดขึ้นหน้า เธอลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเสียงดังลั่น มือเรียวท้าวลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณอยากได้แค่ความหรูหราแบบหุ่นยนต์ไร้จิตวิญญาณ ทำไมไม่จ้าง AI มากำจัด... เอ๊ย กำกับแทนล่ะคะ! เอ้ย... ครับ!" พิมพ์รตาเกือบกัดลิ้นตัวเองรอบที่สองเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงติดติดสำเนียงเดิม ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากของกรณ์ที่ระบายขึ้นอย่างชัดเจน เธอกยิ่งฮึดฮัดด้วยความขัดใจ "นี่คุณกรณ์! อย่ามาหัวเราะเยาะฉันนะ ฉันอุตส่าห์อดหลับอดนอนคิดไอเดียนี้มาสามวันสามคืนเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ!" "เพื่อผม?" กรณ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลากยาว นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคหลัง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว ความสูงโปร่งและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วเข้มโชยเข้าแตะจมูก จนพิมพ์รตาต้องชะงัก ถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบชั้นวางหนังสือด้านหลัง ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน กรณ์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนอย่างเคย แต่กลับมีความร้อนแรงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน ราวกับเปลวสุริยันที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "ถ้าคิดถึงผมมากขนาดอดหลับอดนอนเพื่อทำงานร่วมกัน..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเธอ "ทำไมตอนประชุมเมื่อบ่าย คุณถึงเถียงผมคอเป็นเอ็นล่ะครับ หืม?" หัวใจของพิมพ์รต้ารัวกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอพยายามจะถอยหนีแต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือเต็มรัก มือใหญ่ข้างหนึ่งของกรณ์ยกขึ้นวางทาบลงบนชั้นหนังสือด้านข้างกักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ "ถอยไปเลยนะคุณกรณ์..." เธอพยายามส่งเสียงดุกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำกับดวงตาที่หลบวูบไม่กล้าสบตากลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังเสียกระบวนท่าอย่างหนัก "ถ้าเราต้องตัวติดกันสองเดือน..." กรณ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนขนลุกซู่ น้ำเสียงของเขาจริงจังและทรงพลังจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "คุณคิดเหรอครับ ว่าเราจะรอดไปได้โดยที่ไม่เผลอใจไปมากกว่าเรื่องงาน?" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจสั่นลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับเสียงฝีปากก้าวเดินหนักๆ และเสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นจากด้านนอก "คุณกรณ์ครับ! แย่แล้วครับ! ฝ่ายเรณุกาเพิ่งส่งอีเมลมาด่วนตอนตีหนึ่ง บอกว่าบอร์ดบริหารเปลี่ยนใจอีกรอบแล้วครับ!" เสียงของธนัตถ์ตะโกนแทรกเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องโดยไม่ทันได้เคาะประตูก่อน ทำให้กรณ์ต้องผละตัวถอยห่างจากพิมพ์รตาด้วยความเสียดายอย่างเนียนตา ขณะที่พิมพ์รตารีบยกมือขึ้นสางผมแก้เขิน พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด กรณ์หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทของครีเอทีฟสาวด้วยสายตาพิฆาต ที่ดันเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญในเสี้ยววินาทีนั้นพอดี ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงหายใจหอบถี่พิงชั้นหนังสืออยู่ "เปลี่ยนใจเรื่องอะไรอีกครับคุณธนัตถ์" กรณ์ถามลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ธนัตถ์ชูหน้าจอแท็บเล็ตในมือขึ้นสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "พวกเขายกเลิกบรีฟเดิมทั้งหมดแล้วครับ... และบอกว่าต้องการให้พวกคุณสองคน 'ย้ายไปเก็บตัวทำงานร่วมกันต่างจังหวัด' ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไปแบบไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าจะได้คอนเซปต์ใหม่ที่ถูกใจ!" คำว่า "ย้ายไปเก็บตัวต่างจังหวัดด้วยกัน" ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องประชุมในยามวิกาล พิมพ์รตาเบิกตากว้าง หันขวับไปสบตากับผู้กำกับหน้านิ่งที่กำลังจ้องมองเธอกลับมาพอดี แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%