เสียงคลิกเมาส์รัวเร็วดั่งจังหวะกลองร็อกในห้องทำงานที่เงียบสงัด เป็นเวลาตีสองครึ่งแล้ว และแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ก็สะท้อนใบหน้าอิดโรยของพิมพ์รตาที่กำลังจ้องมองสטורิบอร์ดกองโตบนหน้าจออย่างเอาเป็นเอาตาย ครีเอทีฟสาวจอมพลังผู้มีพลังงานล้นเหลือในเวลากลางวัน บัดนี้เหลือเพียงร่างที่ขับเคลื่อนด้วยคาเฟอีนและแรงฮึดเฮือกสุดท้าย ขอบตาดำคล้ำระเรื่อจากการหักโหมติดต่อกันสามคืนเพื่อรื้อโครงสร้างโฆษณาชิ้นใหม่ตามโจทย์สุดหินของเรณุกา
“ให้ตายสิ… ตรงนี้มันต้องขยี้ความรู้สึกอีกนิด ไม่งั้นคุณเรณุกาจอมเนี๊ยบมีหวังได้ตีกลับมาแก้รอบที่สามแน่ๆ”
พิมพ์รตาสบพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า ดวงตาคู่สวยพยายามกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนหน้าจอ แต่ความเหนื่อยล้ากลับถ่วงเปลือกตาให้หนักอึ้งลงเรื่อยๆ สุดท้าย ศีรษะทุยที่เต็มไปด้วยไอเดียโลดแล่นก็ค่อยๆ เอนพับลงซบกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว ท่ามกลางกองกระดาษสเกตช์ภาพและแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าระเกะระระกะ
ประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง กรณ์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ก้าวเข้ามาในโซนทำงานของฝ่ายครีเอทีฟด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัย ผู้กำกับหนหน้านิ่งผู้เจ้าระเบียบและขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น กำลังถือเอกสารชุดสุดท้ายที่จะต้องใช้ประชุมในเช้าวันนี้ แต่เมื่อสายตาคมกริบกวาดผ่านโต๊ะทำงานตัวริมห้อง ฝีเท้าของเขาก็ชะงักกึกทันที
ร่างบางของพิมพ์รตานอนฟุบคาโต๊ะ ลมหายใจผ่อนเข้าออกแผ่วเบา เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเคลียแก้มเนียนที่มีรอยกดทับจากท่อนแขนเล็กน้อย บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงค้างหน้าโปรแกรมตัดต่อและสคริปต์โฆษณาที่แก้ไม่เสร็จ
กรณ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นชั่วขณะ ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แววตาคู่คมกลับไหววูบลงเล็กน้อยอย่างไม่มีใครคาดคิด ความรู้สึกบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาในอกคือความไม่สบอารมณ์… ไม่ใช่กับตัวเธอ แต่เป็นความรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นคนทำงานจนไม่รู้จักดูแลตัวเองต่างหาก
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้นอย่างเงียบเชียบ เขาวางกองเอกสารในมือลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอ แก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเจิ่งนองเต็มโต๊ะบ่งบอกว่าเธอพึ่งพาคาเฟอีนปริมาณมากแค่ไหนเพื่อยื้อสังขารตัวเองไว้
กรณ์ขมวดมวลคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เขาหันหลังเดินกลับออกไปที่แพนทรีของออฟฟิศ ชั่วครู่ต่อมา เขาก็กลับมาพร้อมกับแก้วกระดาษบรรจุลาเต้ร้อนกรุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมนมสดตีฟองเนียนช่วยขับไล่บรรยากาศอึมครึมในห้องได้ชะงัก
เขาวางแก้วกาแฟอุ่นจัดลงบนโต๊ะใกล้กับมือเรียวที่วางแบ, อยู่ ชั่วครู่หนึ่ง กรณ์ก้มมองใบยับยี่ของโน้ตกระดาษสีเหลืองที่ติดอยู่ข้างจอ เขาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง บรรจงเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ แต่คมคายสไตล์คนขี้เก๊ก
*“ถ้ายังขืนทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตาจนน็อกคาโต๊ะอีก โปรเจกต์หน้าผมจะปรับลดเรทครีเอทีฟคุณเหลือศูนย์บาท ดื่มซะ แล้วเคลียร์สมองให้มันปลอดโปร่งก่อนจะมาพรีเซนต์งานให้ผมฟัง – K”*
เมื่อวางกระดาษโน้ตทับลงบนฝาแก้วกาแฟเสร็จ กรณ์ก็ยืนมองผลงานของตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ชนิดที่ถ้าธนัตถ์หรือใครมาเห็นคงต้องขยี้ตาซ้ำสอง จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างไร้เสียง ทิ้งให้ห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้…
พิมพ์รตากะพริบตาปริบๆ สมองที่ตื้อตันค่อยๆ ประมวลผล เธอยืดตัวขึ้นตรงอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของการเป็นคนบ้างาน มือขวายกขึ้นขยี้ตาแก้ความพร่ามัว ก่อนจะชะงักกึกเมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากข้างกาย
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นแก้วกาแฟร้อนวางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับกระดาษโน้ตสีเหลืองสดใสที่มีลายมือตวัดเฉียบคมคุ้นตา
“นี่มัน… กาแฟอะไรเนี่ย?”
เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความงุนงง รีบคว้ากระดาษโน้ตขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาผ่านข้อความดุๆ ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแต่แฝงความใส่ใจไว้อย่างแนบเนียน ใบหน้าหวานพลันขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งประหลาดใจ และ… หัวใจเจ้ากรรมที่ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“ยผู้กำกับหน้าตายคนนั้นน่ะนะ… จะมาทำไมดีกับฉันเนี่ย” พิมพ์รตากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ พลางซ่อนรอยยิ้มที่กำลังฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ อย่างยากจะควบคุม
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟอุ่นขึ้นมาสูดกลิ่นหอมกรุ่น เสียงผลักประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของธนัตถ์ที่โผล่พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่น
“พิมพ์! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่กองถ่ายหลักแล้ว คุณเรณุกาโทรมาแจ้งว่าดาราตัวหลักเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยจากการซ้อมคิวบู๊เมื่อกี้!”
พิมพ์รตาสะดุ้งสุดตัว วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแทบไม่ทัน ความง่วงงุนมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตตรงหน้า เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาฉายแววความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ว่าไงนะ! อุบัติเหตุเหรอ? แล้วตอนนี้ผู้กำกับรู้เรื่องนี้หรือยัง?” พิมพ์รตาร้องถามเสียงหลง หัวใจที่เพิ่งเต้นแรงเพราะความเขินเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกของงานโปรดักชัน
ธนัตถ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้ไปที่ประตูด้านนอกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
“รู้แล้ว… และตอนนื้ กรณ์กำลังยืนรอเธออยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ด้วยสีหน้าแบบที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกคนที่เดินผ่านรัศมีสามเมตร!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นเปลี่ยนมุมมอง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!