เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมกระจกใส เกิดเสียง "ปัง" สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานขนาดใหญ่จนทุกคนสะดุ้ง
เรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ยืนกอดอกมองหน้าทีมงานครีเอทีฟและผู้กำกับด้วยแววตาที่ไม่มีรอยยิ้มเจือปนแม้แต่น้อย
"สอรีบอร์ดชุดนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ... พูดตามตรงนะคะ ฉันผิดหวังมาก" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมของเธอราวกับใบมีดที่กรีดลงกลางความพยายามตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมาของทีม
พิมพ์รตาที่นั่งดีดตัวอยู่บนเก้าอี้ด้วยความกระวนกระวายตั้งแต่เริ่มประชุม ถึงกับตาโตขึ้นทันที ประกายไฟในดวงตาดวงโตวาวโรจน์ขึ้นมาในเสี้ยววินาที ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันข้ามคืนมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความพุ่งพล่านของอดีดครีเอทีฟสายพลังงานล้นเหลือที่พร้อมจะปะทะทุกเมื่อ
"ใช้ไม่ได้ตรงไหนเหรอครับ... เอ่อ หมายถึง ใช้ไม่ได้ตรงไหนคะ... เอ๊ย ใช้ไม่ได้ตรงไหนคะคุณเรณุกา!" พิมพ์รตาเกือบหลุดสรรพนามชายหนุ่มเพราะความเคยชินกับกรณ์ที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ เธอกระแทกเสียงใส่ด้วยความฉุนเฉียว "พวกเราทำการบ้านมาอย่างดี โคตรตรงกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญมันฉีกกฎโฆษณาแบบเดิมๆ ที่คุณบอกว่าอยากได้ไงคะ!"
"ฉีกกฎจนกู่ไม่กลับเลยล่ะค่ะคุณพิมพ์รตา" เรณุกายิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ปลายเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ บนสันแฟ้ม "ลูกค้าใหญ่ของเราไม่ได้ต้องการความ 'เซอร์ไพรส์' จนเสียตัวตนแบรนด์ สินค้าเครื่องสำอางระดับพรีเมียมตัวนี้ ต้องการความหรูหรา สง่างาม และน่าเชื่อถือ ไม่ใช่... อะไรก็ไม่รู้ที่เหมือนหลุดมาจากงานวัดแบบนี้"
"งานวัด!" พิมพ์รตาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวทุบลงบนโต๊ะประชุมจนปากกาที่วางอยู่กระเด็น "นี่คุณเรณุกาตาถั่วหรือเปล่าคะ! นั่นคือไอเดีย 'The Urban Runway' ที่ผสมผสานความดิบของเมืองกรุงกับความงามระดับไฮเอนด์ มันคือศิลปะร่วมสมัยนะ ไม่ใช่งานวัด!"
"ศิลปะที่ขายของไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ขยะเปียกบนโต๊ะทำงานแหละค่ะ" เรณุกาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่เจ็บแสบจนเลือดในกายของพิมพ์รตาร้อนผ่าวเหมือนถูกราดด้วยน้ำมัน
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ธนัตถ์ที่นั่งอยู่มุมห้องพยายามส่งซิกมือไม้พัลวันเพื่อเบรกเพื่อนสนิท แต่สายตาของเรณุกากลับจ้องเขม็งมาที่พิมพ์รตาคนเดียวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันจากลูกค้ารายใหญ่พุ่งถึงขีดสุด ความพยายามนับร้อยชั่วโมงกำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว
"รื้อ... สตอรีบอร์ดใหม่ทั้งหมดค่ะ" เรณุกาสั่งคำขาดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ฉันให้เวลาพวกคุณถึงมะรืนนี้ ส่งดราฟต์ใหม่มาให้ดู ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก ฉันคงต้องพิจารณาเรื่องการถอดโปรเจกต์นี้ออกจากทีมพวกคุณแล้วล่ะค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น เรณุกาก็หยิบกระเป๋าถือแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ความเงียบงันเกาะกุมพื้นที่รอบโต๊ะ
"หน่อยอี...!" พิมพ์รตาสบถเบาๆ ในลำคอ ร่างบางสั่นเทด้วยความโกรธจัด สมองที่เคยแล่นฉิวกลับตื้อตันจนอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ "ผู้หญิงอะไรใจร้ายเป็นบ้า! รื้อใหม่หมด? บ้าไปแล้ว! จะเอาเวลาไหนไปนอน! จะเอาสมองส่วนไหนมาคิดใหม่ตั้งสามสิบสเปซในเวลาสองวันวะเนี่ย!"
เธอทิ้งตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้อีกครั้ง เอามืองุมหัวตัวเองอย่างหัวเสีย ปากก็บ่นพึมพำระบายความอัดอั้นตันใจออกมาไม่หยุดหย่อน ธนัตถ์รีบเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากในสถานการณ์นี้
ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำของครีเอทีฟสาว กรณ์ ซึ่งนั่งเงียบเป็นรูปปั้นหินมาตลอดตั้งแต่ต้นการประชุม กลับยังคงรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด
ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงไร้ความรู้สึก ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหัวเสียแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเศษซากสตอรีบอร์ดที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะอย่างใช้ความคิด มือเรียวยาวหยิบแผ่นสเกตช์ภาพฉากที่เรณุกาเพิ่งตำหนิขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น
"จะนั่งนิ่งทำไมเล่าคุณผู้กำกับ!" พิมพ์รตาหันไปแหวใส่ด้วยความหงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายยังทำตัวเย็นชาได้ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ "งานพังแล้วนะ! โปรเจกต์เจ๊งแล้วนะ! หรือคุณชาชินกับการโดนลูกค้าเฉดหัวออกจากโปรเจกต์จนไม่รู้สึกอะไรแล้วห๊ะ!"
กรณ์ค่อยๆ วางแผ่นสเกตช์ภาพลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาครีเอทีฟสาวที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความโกรธ ดวงตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำและนิ่งสนิทจนพิมพ์รตาที่กำลังโมโหถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"คุณโกรธเสร็จหรือยังครับ" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเรียบๆ
"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันเดือดดาล! เดือดจนจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้วเนี่ย!" พิมพ์รตาเถียงคอเป็นเอ็น
"ดีครับ งั้นแปลว่าพลังงานในตัวคุณยังเหลือเฟือ" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จนความสูงของเขาแผ่รัศมีกดดันลงมาเล็กน้อย "การโวยวายใส่ผนังห้องไม่ได้ช่วยให้สตอรีบอร์ดงอกขึ้นมาใหม่ได้ และการนั่งทึ้งหัวตัวเองแบบนั้น ก็ไม่ได้ทำให้เรณุกากลับมาจูบขอโทษเราหรอกนะครับ"
"ก็แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะ! ในเมื่อโจทย์มันยากหินขนาดนั้น!" พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดที่ผู้กำกับหน้านิ่งจงใจก้าวเข้ามาประชิด ก็เริ่มทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอรวนเรอย่างน่าประหลาด
กรณ์โน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ กักตัวพิมพ์รตาให้อยู่ในวงแขนโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านโชว์เข้าจมูกจนครีเอทีฟสาวเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ตั้งสติครับ..." กรณ์กระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลทุ้มต่ำที่มีพลังสะกดจิตอย่างประหลาด แววตาที่มองมาไม่ได้มีความเยชาชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคม "โครงสร้างหลักของงานที่เราทำ มันไม่ได้ผิด... เรณุกาแค่ไม่ชอบความดิบที่มากเกินไปในตอนท้าย หน้าที่ของคุณในตอนนี้ ไม่ใช่การรื้อทิ้งแล้วเริ่มใหม่จากศูนย์... แต่คือการเอาของเดิมมา 'เจียระไน' ให้มันคมขึ้นต่างหาก"
พิมพ์รตานิ่งงัง สมองที่เคยหมุนวนด้วยความโกรธค่อยๆ สงบลงเมื่อได้ยินคำอธิบายที่แสนจะเฉียบคมของชายหนุ่ม เธอเงยหน้าสบตากับเขาในระยะประชิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินกันและกัน
ดวงตาสีนิลของกรณ์พราวระยับขึ้นเล็กน้อย ยามที่มองเห็นประกายความยอมรับในแววตาของหญิงสาว
"เข้าใจที่ผมพูดไหมครับ... คุณครีเอทีฟสายดีด" เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"อะ...อืม เข้าใจค่ะ... เอ๊ย เข้าใจครับ!" พิมพ์รตาหน้าแดงก่ำ เผลอหลบสายตาคมกริบนั้นด้วยความทำอะไรไม่ถูก มือบางเผลอไปคว้าชายเสื้อสูทของเขาโดยไม่รู้ตัว
กรณ์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างต่อเพื่อดึงสติเธอให้กลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มตัว
ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต ร่างอวบอ้วนของโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่างธนัตถ์พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับเพิ่งไปเจอผีกลางวันแสกๆ
"กรณ์! พิมพ์! แย่แล้วโว้ย!" ธนัตถ์ตะโกนลั่นห้องจนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน "ไอ้ลูกค้าตัวจริงเสียงจริง... คนที่ใหญ่กว่าเรณุกา... เพิ่งโทรสายตรงมาหาท่านประธานบริษัทเราแล้ว!"
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนพิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม
"หมายความว่ายังไง?" กรณ์เอ่ยถามเสียงเข้ม
ธนัตถ์หอบหายใจฮือก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งสนิท
"ท่านประธานบอกว่า... ลูกค้าต้องการให้ **'โปรเจกต์นี้ถ่ายทำพรุ่งนี้เช้า'** และคนที่ต้องรับหน้าที่กำกับไม่ใช่กรณ์... แต่เป็น **'เขาคนนั้น'** ที่เพิ่งบินกลับมาจากปารีส!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 4
โจทย์หินจากลูกค้ารายใหญ่
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!