เสียงทุบประตูด้านนอกดังปังๆ ราวกับพายุเฮอร์ริเคนลูกย่อมๆ ผสมผสานกับน้ำเสียงแหลมสูงของเรณุกาที่แหวทะลุกรอบบานไม้เข้ามาในห้องพักของกรณ์อย่างไม่เกรงใจใคร
"คุณกรณ์คะ! ดิฉันเรณุกาเองค่ะ พอดีระบบคีย์การ์ดรีสอร์ทมีปัญหา ดิฉันขอเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยในห้องพักด่วนค่ะ!"
พิมพ์รตาที่ยืนอยู่ห่างจากกรณ์ไม่ถึงคืบสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กๆ ที่เมื่อครู่ยังกำชายเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้แน่นรีบชักกลับราวกับโดนไฟลวก สถานการณ์ในยามวิกาลเช่นนี้ หากเอเจนซี่สาวจอมเนี๊ยบมาเห็นครีเอทีฟสาวจอมดีดกับผู้กำกับหน้านิ่งยืนประชิดติดกันในห้องนอนสองต่อสอง มีหวังข่าวลือเรื่องเดดไลน์งานจะกลายเป็นเรื่องชู้สาวข้ามคืนที่ลือกันสนั่นกองถ่ายแน่
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่กำลังลิบลับหาทางหนีทีไล่ด้วยความลนลาน
"ไปหลบหลังผ้าม่านตรงนั้น..." กรณ์สั่งเสียงกระซิบต่ำแต่เด็ดขาด มือหนาคว้าแขนเรียวของพิมพ์รตาแล้วดันเบาๆ ให้พ้นรัศมีสายตาจากประตูกระจกบานใหญ่
"แต่ว่า... แล้วคุณล่ะ" พิมพ์รตาอ้าปากพะงาบๆ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ผมจัดการเอง อย่าส่งเสียงล่ะ"
กรณ์จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาตามแบบฉบับผู้กำกับมือทอง ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังประตูหน้าห้องแล้วกระชากเปิดออกทันที
แกร็ก!
เรณุกายืนถือแท็บเล็ตค้างไว้ในท่าเตรียมเคาะ สีหน้าของเธอตื่นตระหนกเล็กน้อยยามเมื่อสบตากับดวงตานิ่งสนิทของกรณ์ "เอ่อ... คุณกรณ์ ดิฉันขอโทษที่รบกวนดึกดื่นนะคะ พอดีระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของรีสอร์ทแจ้งเตือนความผิดปกติในโซนห้องพักV.I.P. ดิฉันเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องระบบไฟหรือน้ำรั่ว เลยต้องรีบมาเช็กให้แน่ใจค่ะ"
กรณ์ยืนขวางกรอบประตูไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่ยอมเปิดทางให้เธอสอดส่องสายตาเข้ามาด้านใน ร่างสูงโปร่งบังทัศนียภาพทั้งหมดไว้อย่างมิดชิด "ไม่มีอะไรผิดปกติครับ เรณุกา ทุกอย่างเรียบร้อยดี ระบบไฟในห้องผมใช้งานได้ปกติครับ"
เรณุกากวาดสายตามองผ่านไหล่กว้างของชายหนุ่มเข้าไปด้านในด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง "เอ... แต่เมื่อสักครู่ ดิฉันได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันสองคนนะคะ หรือว่าคุณกรณ์กำลังประชุมงานกับทีมครีเอทีฟอยู่?"
"ผมคุยโทรศัพท์กับธนัตถ์เรื่องคิวถ่ายทำพรุ่งนี้ครับ" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้พิรุธใดๆ จนน่าทึ่ง "ดึกมากแล้ว ถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วน พรุ่งนี้ค่อยคุยรายละเอียดหน้ากองนะครับ ผมต้องการพักผ่อน"
เรณุกายิ้มแห้งๆ ออกมา ยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเสียไม่ได้ "อ่า... เข้าใจแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่รบกวนยามวิกาล รบกวนพักผ่อนตามสบายค่ะคุณกรณ์"
ปัง!
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านใน กรณ์ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมามองมุมห้องที่ซ่อนร่างของครีเอทีฟสาวจอมซน พิมพ์รตาค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากหลังผ้าม่านหนาทึบ สีหน้าของเธอยังคงตื่นเต้นและโล่งอกไปพร้อมๆ กัน
"เกือบไปแล้วไหมล่ะคุณ..." พิมพ์รตากล่าวเบาๆ พลาญถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ถ้าคุณเรณุกาเห็นฉันอยู่ในห้องคุณตอนนี้ ฉันคงโดนเทศนายาวสามวันสามคืนข้อหาทำงานจนเลยเถิดแน่ๆ"
"รู้ตัวก็ดีครับ" กรณ์เดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวเดิม สายตาคมกวาดมองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้อง "แล้วนี่... จะยืนเป็นเสาหินอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือจะกลับห้องตัวเองได้แล้ว ดึกมากแล้วนะ"
พิมพ์รตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าผู้กำกับหน้านิ่งแล้วชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้าม บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลื่นลมยามค่ำคืนที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งแว่วมาไกลๆ
"นี่... คุณกรณ์" พิมพ์รตาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากความกวนประสาทเมื่อหัวค่ำ เป็นความนุ่มนวลและจริงจังขึ้นอย่างประหลาด "ตอนที่คุณบอกเรณุกาเมื่อกี้... ว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับธนัตถ์น่ะ คุณโกหกหน้าตายมากเลยนะ ฝึกมาจากไหนเนี่ย?"
กรณ์ปรายตามองเธอเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น "ผมไม่ได้โกหกซะหน่อย ผมแค่พูดความจริงไม่หมดต่างหาก... อีกอย่าง คนที่ทำให้ผมต้องโกหกเพื่อความปลอดภัย ก็คือคุณไม่ใช่เหรอครับ"
ใบหน้าหวานของพิมพ์รตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอเบือนหน้าหนีสายตาคมกราบของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ "ฉันไม่ได้บังคับคุณสักหน่อย... คุณเลือกจะปกป้องฉันเองต่างหากเล่า"
"เพราะผมไม่อยากปวดหัวกับเสียงบ่นของเรณุกาต่างหากครับ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยคุณครีเอทีฟ" กรณ์เอ่ยปากแซะตามนิสัย แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับไม่มีความดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความอ่อนโยนบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชา
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ กำแพงความห่างเหินที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความรู้สึกของตัวเอง ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยภายใต้แสงดาวและบรรยากาศยามดึกริมระเบียงห้อง
"ถามจริงเถอะ..." พิมพ์รตาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง คราวนี้ดวงตากลมโตหันกลับมาจ้องตรงที่ดวงตาของเขา "ทำไมคุณถึงต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นด้วยล่ะคะกรณ์?"
คำถามนั้นทำให้ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของกรณ์เลือนหายไป กลายเป็นความนิ่งงึมที่สะท้อนร่องรอยความเหนื่อยล้าในอดีต
"คุณหมายถึงเรื่องอะไรครับ"
"เรื่องงานโฆษณา เรื่องชื่อเสียงของครอบครัวคุณ... ทุกครั้งที่คุณสั่งคัท ทุกครั้งที่คุณตรวจมอนิเตอร์ ฉันสัมผัสได้เลยว่าคุณกลัวความผิดพลาดขนาดไหน ทำไมคุณต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวด้วยล่ะ? ทั้งที่จริงๆ แล้ว... ปล่อยวางบ้างก็ได้นะ" พิมพ์รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
กรณ์เงียบไปนาน สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพแสงดาวพรพราวบนท้องฟ้า "คุณไม่เข้าใจหรอกพิมพ์... คนที่โตมาในเงาของความสำเร็จของพ่อแม่ มันไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอกครับ ทุกก้าวที่ผมเดินถูกจับตามอง ทุกผลงานที่ผมสร้าง ไม่ใช่แค่ตัวผมที่แบกรับไว้... แต่มันคือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ถ้าผมทำพลาด แม้แต่นิดเดียว... ทุกคนพร้อมจะเหยียบย่ำและบอกว่าผมมันก็แค่เด็กเส้นที่ไม่เคยมีความสามารถจริงๆ"
น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบ แต่กลับหนักอึ้งไปด้วยความกดดันนับสิบปีที่สะสมอยู่ในใจ พิมพ์รตานิ่งงันไป เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากผู้กำกับหน้านิ่ง เจ้าระเบียบ และหยิ่งทะนงคนนี้ จะแบกรับความคาดหวังที่หนักหนາขนาดไหนไว้
มือเรียวเล็กตัดสินใจยื่นออกไปช้าๆ วางทับลงบนหลังมือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่
"แต่คุณไม่ใช่คนเดียวนะคะกรณ์..." พิมพ์รตากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจที่สุดในชีวิต "จำไว้สิคะว่าตอนนี้... คุณมีฉัน มีธนัตถ์ และมีทีมงานทุกคนที่พร้อมจะลุยไปกับคุณ ต่อให้คุณสะดุดล้ม... ฉันนี่แหละค่ะ จะเป็นคนคอยดึงคุณขึ้นมาเอง"
กรณ์ก้มลงมองมือเรียวที่กุมมือเขาไว้ ความอบอุ่นจากหญิงสาวแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความจริงใจอย่างไร้เดียงสา หัวใจที่เคยปิดตายเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
"คุณนี่นะ..." กรณ์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมโน้มเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ "ชอบทำให้ผมต้องใจอ่อนอยู่เรื่อยเลย..."
พิมพ์รตากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็น เธอนั่งนิ่งราวกับโดนสะกดเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของผู้กำกับหนุ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม แววตาคมกริบของเขายามนี้เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเร่าร้อนดั่งเปลวเพลิงยามค่ำคืน
"ถ้าคุณยังเข้ามาใกล้กว่านี้... ฉันรับรองไม่ได้นะว่าฉันจะพูดอะไรออกไปบ้าง..." พิมพ์รตาเอ่ยเสียงสั่น พยายามหาทางถอยร่น แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับพนักพิงโซฟาจนหมดทางหนี
กรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น "ถ้าอย่างนั้น... ก็ไม่ต้องพูดอะไรเลยดีกว่าครับ"
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยได้รูปกำลังจะแตะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มของหญิงสาว ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะหลอมละลายทุกความรู้สึกให้เป็นหนึ่งเดียว
กริ๊งงงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของกรณ์ดังแหวกความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ขัดจังหวะนาทีสำคัญไปอย่างเฉียดฉิว กรณ์ชะงักกึก สีหน้าหงุดหงิดฉายชัดขึ้นมาทันทีเมื่อหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ พร้อมกับชื่อของสายที่โทรเข้ามาในยามวิกาล
พิมพ์รตาสดุ้งสุดตัวรีบผละตัวออกห่างทันที ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้นยืนพรวด
"เอ่อ... เสียงโทรศัพท์ดังแล้วค่ะ! ฉัน... ฉันขอตัวกลับห้องก่อนนะราตรีสวัสดิ์ค่ะ!"
พูดยังไม่ทันขาดคำ พิมพ์รตาก็พุ่งพรวดไปยังประตูห้องแล้วเปิดออกหนีหายไปในความมืดปล่อยให้กรณ์ยืนค้างอยู่กลางห้องคนเดียว
กรณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ก่อนจะก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสายด้วยใบหน้าหงุดหงิดเต็มพิกัด "มีอะไรดึกดื่นฮะธนัตถ์?"
เสียงปลายสายหัวเราะร่วนมาตามสายอย่างอารมณ์ดี "โอ้โห อารมณ์เสียใส่กูแต่หัวค่ำเลยนะมึง... กูแค่จะโทรมาบอกว่า พรุ่งนี้เช้ากองถ่ายย้ายคิวด่วน เรณุกาสั่งรันคิวเร็วกว่าเดิมสองชั่วโมง เตรียมตัวรับศึกหนักได้เลยเพื่อน!"
กรณ์ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าเพื่อนสนิทตัวแสบ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่พิมพ์รตาวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานข้างโซฟา เมื่อก้มลงอ่านข้อความลายมือยุ่งเหยิงแต่น่ารักนั้น หัวใจของเขาก็ต้องกระตุกวูบ
*<สู้ๆ นะคะผู้กำกับ... พรุ่งนี้ฉันจะจัดกาแฟเข้มๆ มาให้คุณตาสว่างเอง - พิมพ์รตา>*
________________________________________
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ* — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 26
บทสนทนาริมระเบียง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!