ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 27

อาการป่วยกะทันหัน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังสลับกับเสียงครางอืออึงในลำคอ คือสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบงันภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดของกองถ่าย กรณ์ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งยังคงถือผ้าขนหนูผืนเล็กที่เพิ่งชุบน้ำหมาดๆ จากห้องน้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันเคร่งขรึมกำลังมองร่างบนเตียงที่ขดตัวสั่นเทาใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา พิมพ์รตาครีเอทีฟสาวผู้มีพลังงานล้นเหลือในยามปกติ ตอนนี้กลับเหลือเพียงร่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มกวนประสาทและแววตาท้าทายบัดนี้แดงก่ำด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด ข้อความสั้นๆ ทิ้งท้ายเมื่อคืนก่อนที่เธอจะลุยฝนกลับออกไป — *“สู้ๆ นะคะผู้กำกับ... พรุ่งนี้ฉันจะจัดกาแฟเข้มๆ มาให้คุณตาสว่างเอง”* — วิ่งวนซ้ำอยู่ในหัวของเขาอย่างน่าหงุดหงิด "อื้อ... หนาว..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา พิมพ์รตากำผ้าห่มแน่นขึ้นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวเธอไว้จากความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก กรณ์ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่ใช่คนใจอ่อน และไม่เคยชอบภาระผูกพันนอกเวลางาน แต่ภาพครีเอทีฟสาวตัวแสบที่นอนซมไร้ทางสู้ตรงหน้า กลับทำให้ขาของเขาก้าวหนีไปไหนไม่ได้เลยสักก้าว ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง มือใหญ่เอื้อมไปแตะหน้าผากมนอย่างระมัดระวัง ความร้อนที่แผดเผาผ่านผิวสัมผัสทำให้เขาต้องขมวดมวลคิ้วเข้าหากันแน่น ไข้สูงขนาดนี้... ถ้าปล่อยไว้จนถึงเช้ามีหวังได้ช็อกคาห้องแน่ "ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังกล้าอวดเก่งตากฝนกลับไปอีกนะพิมพ์รตา" กรณ์พึมพำดุเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด เขาจัดการพับผ้าขนหนูให้เรียบร้อยก่อนจะบรรจงวางลงบนหน้าผากเนียนช้าๆ ความเย็นจากผ้าช่วยขับไล่ความร้อนรุ่มบนใบหน้าของหญิงสาวได้บ้าง พิมพ์รตาส่งเสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจ เปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอียงใบซบเข้าหาความเย็นจากฝ่ามือของเขาโดยสัญชาตญาณ สัมผัสนุ่มนวลที่แนบชิดลงมาทำเอาหัวใจของคนฟอร์มจัดกระตุกวูบ กรณ์ชะงักค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่เป่ารดหลังมือส่งผลให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ผู้กำกับหน้านิ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมทอดมองแพขนตางอนที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ ยามที่เธอไม่มีเรี่ยวแรงมาต่อปากต่อคำ ร่างบางตรงนี้ช่างดูเปราะบางเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถือแก้วเจียรไนราคาแพงที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ "คุณ..." เสียงแหบแห้งเอ่ยลอดไรฟัน พิมพ์รตาลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิธไข้พยายามโฟกัสภาพตรงหน้า "ผู้กำกับ... มาทำไมดึกดื่น... หรือฉันฝันไป" "ตื่นมาก็ยังปากดีเหมือนเดิมนะครับ" กรณ์ดึงมือกลับแล้วเปลี่ยนมาจัดผ้าห่มให้กระชับขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้น "ถ้าผมไม่ขับรถย้อนกลับมาดูคุณที่ห้อง ป่านนี้คุณคงนอนเพ้อจนไข้ขึ้นสมองตายไปแล้วมั้งครับ" พิมพ์รตาหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "ปากคอเราะร้าย... สมกับเป็นผู้กำกับสายโหด... แต่อย่างน้อย... คุณก็ยังใจดี... ย้อนกลับมาดูแลฉัน..." "ผมไม่ได้ใจดีครับ ผมแค่ไม่อยากให้พรุ่งนี้กองถ่ายต้องชะงักเพราะครีเอทีฟป่วยตายคาห้องพักต่างหาก" กรณ์สวนกลับทันควันเพื่อรักษามาด แต่หางตากลับเหลือบมองแก้วน้ำและยาพาราเซตามอลที่เตรียมไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างรวดเร็ว "ค่ะๆ... พ่อคนปากแข็ง..." พิมพ์รตาพึมพำเสียงเบา หลับตาลงอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย "ขอบคุณนะ... กรณ์" ชื่อเล่นที่หลุดออกมาจากเรียวปากแห้งผากโดยไม่มีคำว่า 'คุณ' หรือตำแหน่ง 'ผู้กำกับ' นำหน้า ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที มันไม่ใช่การเรียกขานด้วยความประชดประชันเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นน้ำเสียงที่เจือความอ่อนแอและความจริงใจไว้อย่างเต็มเปี่ยม กรณ์นิ่งงันไป หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนคัทฉากยากๆ เสียอีก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำอุ่นและแก้วยามาถือไว้ "ลุกขึ้นมาทานยาก่อนครับ จะได้นอนหลับสบายขึ้น" พิมพ์รตาพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก อาการวิงเวียนศีรษะทำให้เธอเซถลาเกือบจะล้มพับลงไปนอนกับหมอนอีกรอบ แต่กรณ์ไวกว่า มือแกร่งคว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ทันที ร่างของทั้งคู่จึงขยับเข้ามาแนบชิดกันอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่ติดอยู่บนเรือนผมชื้นเหงื่อปะทะเข้ากับจมูกของชายหนุ่ม ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้น ดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่ก้มลงมองพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะรดเข้าหากันทำให้เวลาในห้องพักราวกับหยุดเดิน ไดอะล็อกคมคายที่มักใช้ฟาดฟันกันในกองถ่ายมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแข่งกันท่ามกลางความเงียบ พิมพ์รตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับเอวเธอไว้ส่งผ่านความรู้สึกประหลาดบางอย่างเข้ามาในใจ ขณะที่กรณ์เองก็ลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ เขากำลังจ้องมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นน้อยๆ ของคนตรงหน้า ความคิดชั่วร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว สมองสั่งให้ถอยห่าง แต่ร่างกายกลับดึงรั้งไว้อย่างดื้อดึง "พ... ผู้กำกับ..." พิมพ์รตาเอמהเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ปล่อยฉันได้แล้ว... เดี๋ยวติดไข้..." "ถ้าผมกลัวติดไข้... คงไม่ยืนโง่ดูแลคุณอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เที่ยงคืนหรอกครับ" กรณ์ตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ซ่อนไว้ไม่มิด เขายื่นแก้วน้ำและยาให้เธอรับไปทานเงียบๆ โดยที่มืออีกข้างยังคงประคองแผ่นหลังบางไว้ไม่ห่าง พิมพ์รตากลืนยาลงคออย่างทุลักทุเลก่อนจะทิ้งตัวลงนอนราบกับหมอนอีกครั้งด้วยความหมดแรง กรณ์จัดแจงห่มผ้าให้เธอจนถึงคออย่างเบามือที่สุด "นอนซะครับ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" เขากล่าวเสียงนุ่ม พลางดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงเพื่อเฝ้าไข้เธอต่อตลอดทั้งคืนอย่างไม่คิดจะขยับไปไหน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของพิมพ์รตาบ่งบอกว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว กรณ์นั่งมองใบยามหลับใหลของเธอเงียบๆ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าเนียนที่ยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้า เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยื่นมือไปเกลี่ปอยผมที่ปรกลงมาบังแก้มให้อย่างทะนุถนอม ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องพัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะรัวๆ อย่างร้อนรน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ผู้กำกับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะคุณกรณ์! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่กองถ่ายแล้ว!" เสียงตะโกนโวยวายของเรณุกาดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยไม่รอคำอนุญาต! — ปราณธาตุเก้าสุริยัน ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอมานะครับ —
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%