"คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่ตอนตีสอง... ธนัตถ์"
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยืนขวางประตูห้องพักหมายเลข 404 ไว้ครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองร่างโปร่งของโปรดิวเซอร์หนุ่มที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าของธนัตถ์เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝน เส้นผมยุ่งเหยิงผิดสำอาง
ในขณะที่พิมพ์รตาซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลังกรณ์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน เธอยื่นหน้าออกมาจากไหล่กว้างของผู้กำกับหน้านิ่งทันที
"นั่นสิ! นายบอกว่ากลับกรุงเทพฯ ไปเคลียร์คิวตัดต่อตั้งแต่หัวค่ำแล้วไม่ใช่เหรอธนัตถ์ ทำไมถึงโผล่มากลางป่ากลางเขาในเส้นทางที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แบบนี้ได้ แถม... สภาพนายดูเหมือนเพิ่งวิ่งหนีผีมาอย่างนั้นแหละ"
ธนัตถ์ไม่ได้ตอบคำถามทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมเข่าหอบหายใจฮือก่อนจะเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาสลับระหว่างกรณ์และพิมพ์รตาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ต่อให้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน เจ้าตัวก็ยังอุตส่าห์มีแก่ใจจะปั้นหน้ากวนประสาทได้
"โฮ... ใจคอจะไม่เชิญแขกผู้เหนื่อยล้าเข้าห้องหน่อยเหรอครับ คุณผู้กำกับ... ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มแล้วนะ" ธนัตถ์พยายามแทรกตัวผ่านช่องแคบๆ ของประตูเข้ามา แต่กรณ์กลับขยับตัวปิดทางไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก
"ถ้าไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล... เชิญไปนอนในรถของคุณเถอะครับ แถวนี้รถลากยังเข้ามาไม่ถึงด้วยซ้ำ" กรณ์กดเสียงต่ำ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิทตัวแสบ
"รถผมพังครับ! หม้อน้ำแตกกลางทาง สัญญาณก็ไม่มี โชคดีที่จำได้ว่าพวกคุณจองโรงแรมนี้ เลยเดินเท้าลัดเลาะมาตามทางป่า... ให้ตายเถอะ เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะหมาป่าหรือเพราะผีแถวนี้ก็ไม่รู้" ธนัตถ์โวยวายเสียงดังพลางดันตัวเข้ามาในห้องจนได้สำเร็จ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาบนอนราบกับโซฟาปลายเตียงอย่างไร้มารยาท
พิมพ์รตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา เธอป้องปากกระซิบกับกรณ์เบื่อหน่าย "ฉันว่าหมอนี่ต้องมีแผนอะไรสักอย่างแน่ๆ ค่ะ... เอ้ย... ครับ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาเชิงตักเตือนจากผู้กำกับหน้านิ่งที่หันมามอง
กรณ์ขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ตั้งแต่บรรยากาศแปลกๆ ของโรงแรมรีสอร์ทกลางหุบเขาแห่งนี้ที่มีสไตล์สถาปัตยกรรมชวนอึดอัด ไปจนถึงท่าทางมีพิรุธของธนัตถ์ที่ทำตัวราวกับรู้เห็นเป็นใจกับสถานการณ์บางอย่าง
"แล้วห้องนายล่ะ?" กรณ์หันไปถามธนัตถ์ที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา
"ห้องอะไรล่ะครับท่านผู้กำกับ..." ธนัตถ์ยันศอกขึ้นมองหน้าเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณก็รู้ว่าเทศกาลท่องเที่ยวแบบนี้ โรงแรมแถบนี้เต็มยาวไปถึงปีหน้า ผมอุตส่าห์โทรมาจองตั้งแต่หน้าปากซอย แต่พนักงานบอกว่า..." โปรดิวเซอร์หนุ่มเว้นจังหวะแกล้งทำหน้าเศร้าสร้อย "ห้องสุดท้ายของรีสอร์ท... มีคนจองตัดหน้าไปก่อนแล้ว"
พิมพ์รตาขมวดคิ้วฉับ พรHิบร่างบางก้าวเข้าไปใกล้โซฟา "หมายความว่ายังไง? นายจะบอกว่า... ห้องในโรงแรมนี้เต็มหมดแล้วเหรอ?"
"ถูกต้องครับคุณครีเอทีฟสายดีด" ธนัตถ์ดีดนิ้วเป๊าะ "เหลือห้องดีลักซ์วิวสวยแค่ห้องเดียว... ซึ่งก็คือห้องที่พวกคุณกำลังยืนเถียงกันอยู่นี่แหละครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องพักทันที พิมพ์รตานิ่งค้างไปราวกับถูกสาบ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่มีเตียงนอนขนาดคิงไซส์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางเพียงเตียงเดียว โซฟาตัวที่ธนัตถ์นอนอยู่ก็ยาวไม่พอจะให้นอนเหยียดขาได้สบายนัก และที่สำคัญ... นอกหน้าต่างเวลานี้ ฝนหาสาดซัดกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงลมหวีดหวิวกรีดกรายกระจกราวกับภาพยนตร์ระทึกขวัญ
"ถ้างั้น... นายก็ออกไปนอนที่ล็อบบี้ หรือไม่ก็ไปนอนในรถที่พังนั่นแหละ!" พิมพ์รตาโพล่งออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธและความกระอักกระอ่วนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
"โอ้โห ใจร้ายจังครับคุณพิมพ์รตา ข้างนอกนั่นฝนตกฟ้าคะนองนะ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังรอต้อนรับผมอยู่แจ้งชัดแจ้งแดงขนาดนั้น จะให้ผมไปนอนตากฝนตายซากอยู่ข้างนอกจริงๆ น่ะเหรอครับ?" ธนัตถ์แกล้งทำท่าทางบีบน้ำตาบتระกูลดราม่าใส่
กรณ์ยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นขีดสุด ผู้กำกับหนุ่มปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาต ที่ต่อให้ไม่พูดอะไร ธนัตถ์ก็รู้ว่าตัวเองกำลังเหยียบอยู่บนปากเหวนรก
"นายวางแผนไว้แล้วใช่ไหม... ธนัตถ์" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"แหม... พูดจาใส่ร้ายกันเกินไปแล้วครับท่านผู้กำกับ ผมแค่... บังเอิญดวงซวยในเวลาที่เหมาะสมต่างหากล่ะ" ธนัตถ์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วกวาดกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นพาดบ่า "เอาล่ะ ในเมื่อผมเป็นแขกผู้มาเยือนที่น่าสงสาร และพวกคุณก็เป็นสุภาพบุรุษกับสุภาพสตรีใจบุญ... ผมขอตัวไปสำรวจระเบียงข้างนอกก่อนนะอากาศท่าจะดี"
พูดจบ ธนัตถ์ก็พุ่งพรวดไปยังประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมออกไปยังระเบียงด้านนอกทันที ก่อนจะผลักออกไปแล้วดึงประตูปิดล็อกกลอนจากด้านนอกอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำ!
"เฮ้ย! ธนัตถ์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้บ้า!" พิมพ์รตาปรี่เข้าไปทุบกระจกระเบียงปั้งๆ ทันที แต่ไอเย็นและละอองฝนที่สาดเข้ามาทำให้เธอต้องถอยร่นกลับมา
ธนัตถ์ที่ยืนเปียกปอนอยู่ตรงระเบียงด้านนอก ชูมือทำสัญลักษณ์โอเคผ่านกระจกใส พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กวนประสาทมาให้ ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินหายลับไปทางมุมมืดของระเบียงห้องอื่นที่เชื่อมต่อกัน
"ไอ้... ไอ้เพื่อนเวร!" พิมพ์รตาคำรามในลำคอ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบจะระเบิด
ห้องพักขนาดกว้างขวางพลันแคบลงถนัดตา เมื่อภายในห้องเหลือเพียงคนสองคน บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจากเรื่องงาน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความอึดอัดและประหม่าอย่างรุนแรง
เสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างดังซัดสาดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กรณ์ค่อยๆ ลดมือที่กอดอกลง เขาหันมามองพิมพ์รตาที่ยืนกอดอกเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ข้างเตียงนอนขนาดใหญ่ ร่างโปร่งของหญิงสาวดูตัวเล็กถนัดตาเมื่อยืนอยู่ภายใต้เงาของผู้กำกับหนุ่มที่สูงโปร่งกว่า
"คุณ... จะมองอะไรนักหนาคะ?" พิมพ์รตาหลบสายตาคมกริบคู่นั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทางใจไปโข
"ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ..." กรณ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "แต่ดูท่าทางคุณ... จะตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตอนยืนพรีเซนต์งานหน้าลูกค้าเสียอีกนะครับ"
"ใครตื่นเต้นกันคะ! พูดจาเพ้อเจ้อ ฉันแค่... คิดหาทางออกอยู่ต่างหาก ว่าเราจะจัดการกับสถานการณ์บ้าๆ นี่onยังไง" พิมพ์รตาเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ว่าสองแก้มของเธอจะร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู
"ทางออกเหรอครับ?" กรณ์หยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับความเย็นชื้นของละอองฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนพิมพ์รตาต้องกั้นหายใจ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบก้มลงมองสบตาเธออย่างมีความหมาย "ในเมื่อข้างนอกฝนตกหนัก และธนัตถ์ก็ล็อกประตูระเบียงขังตัวเองไว้ข้างนอกแบบนั้น..."
ผู้กำกับหนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของหญิงสาว ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน
"คุณคิดว่า... คืนนี้เราควรจะแบ่งเตียงกันยังไงดีล่ะครับ? พิมพ์รตา"
หัวใจของครีเอทีฟสาวจอมพลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก ความชาหนบลามไปทั่วร่างเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของกรณ์เอื้อมมาแตะที่พนักพิงหัวเตียงด้านหลังเธอ เป็นการปิดกั้นทางถอยหนีไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แววตาของเขาพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดา
ในวินาทีที่ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของใครบางคนที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาจากด้านนอก
"คุณกรณ์คะ! ดิฉันเรณุกาเองค่ะ พอดีระบบคีย์การ์ดรีสอร์ทมีปัญหา ดิฉันขอเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยในห้องพักด่วนค่ะ!"
--------------------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ*
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 25
คืนนี้พักที่ไหน?
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!