แรงกดดันในอากาศบริเวณโต๊ะฉลองพลันพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด เมื่อร่างสูงใหญ่ของ "กฤษดา" ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ระดับตำนานและผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของกรณ์ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สายตาคมกริบกวาดมองบุตรชายสลับกับพิมพ์รตาที่ยังคงมีร่องรอยความตื่นตระหนกเจือจางอยู่ในแววตา
"คิดจะทำโปรเจกต์แหกคอกอะไรกันถึงดึกดื่น... กรณ์ แกไม่เคยทำให้ฉันแปลกใจในทางที่สร้างสรรค์เลยสักครั้ง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการทักทาย รัศมีแห่งความกดดันแผ่ซ่านจนธนัตถ์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลต้องรีบขยับถอยหลังเว้นระยะอย่างรู้สถานการณ์ ขณะที่เรณุกาซึ่งเป็นตัวแทนเอเจนซี่รีบยกมือขึ้นประสานกันด้วยท่าทางสำรวม
กรณ์ขบกรามแน่น สันจهورนูนขึ้นเด่นชัดตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับ ดวงตาคมเข้มดุดันฉายแววต่อต้านอย่างไม่ปิดบัง มือหนาที่ปล่อยข้างลำตัวกำเข้าหากันจนข้อตึง แม้ในใจจะอยากสวนกลับบิดาด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนเพียงใด แต่สำนึกบางอย่างก็ยังรั้งเขาไว้ไม่ให้ระเบิดออกมาต่อหน้าคนหมู่มาก
"ผมทำตามโจทย์ที่ตลาดต้องการครับ... และมันก็กำลังไปได้สวย" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่เต็มไปด้วยกระแสความท้าทายในแบบฉบับของเขา
"ตลาดต้องการ หรือแกแค่หาข้ออ้างทำตามใจตัวเองกันแน่?" กฤษดาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาตวัดมองพิมพ์รตาที่ยืนอยู่เคียงข้าง "ส่วนเธอก็เหมือนกัน เป็นครีเอทีฟประสาอะไร ถึงได้พาผู้กำกับของฉันออกนอกลู่นอกทางไปไกลขนาดนี้"
พิมพ์รตาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ เธอก้าวเท้าขึ้นมาบังหน้ากรณ์เพียงครึ่งก้าว ยืดอกขึ้นด้วยความมั่นใจ แม้ข้างในจะใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
"ขออนุญาตเรียนตามตรงนะคะ... เอ่อ หมายถึง เรียนตามตรงครับ!" พิมพ์รตาเกือบหลุดปากคำคุ้นเคยแต่ดึงสติกลับมาได้ทันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาปรามๆ ของธนัตถ์ เธอยิ้มสู้เสือ "การที่พวกเราคิดนอกกรอบ มันไม่ได้แปลว่าออกนอกลู่นอกทางหรอกค่ะ... เอ้ย ครับ! มันคือการพาโปรเจกต์นี้พุ่งทะยานไปข้างหน้าต่างหากล่ะครับท่าน"
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที ธนัตถ์ถึงกับเอามือกุมขมับในความใจกล้าบ้าบิ่นของเพื่อนสนิท ขณะที่เรณุกากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
กฤษดาหรี่ตามองครีเอทีฟสาวหัวรั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "ปากกล้าดีนี่... หวังว่าผลงานที่ออกมาจะสมกับความปากดีของเธอ ไม่ใช่เจ๊งไม่เป็นท่าจนฉันต้องเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน"
พูดจบ ผู้อำนวยการสร้างรุ่นใหญ่ก็สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งร่องรอยความคุกรุ่นเอาไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของทุกคนในวง
เมื่อแผ่นหลังของกฤษดาหายลับไปในฝูงชน ความตึงเครียดก็ยังคงเกาะกุมพื้นที่รอบตัว พิมพ์รตาหันกลับมามองคนข้างกายด้วยความกังวล เธอเห็นกรามที่ยังคงขบแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ของผู้กำกับหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
"คุณกรณ์..." พิมพ์รตาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ความซ่าความดีดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจที่ตีรวนขึ้นมาในอก
กรณ์หันมาสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นเยียบเย็นจนน่ากลัว แต่ลึกๆ แล้วกลับสั่นไหวอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นเธอ "ไม่ต้องมามองด้วยสายตาน่าสมเพชแบบนั้น... ผมไม่ได้ต้องการความสงสารจากใคร โดยเฉพาะจากคุณ"
คำพูดเชือดเฉือนตามสไตล์ผู้ชายปากแข็ง ทำเอาพิมพ์รตาที่กำลังจะใจอ่อนต้องคิ้วกระตุกทันที ความเห็นใจเมื่อครู่ปลิวหายกลายเป็นควันในพริบตา
"นี่! ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงนะผู้กำกับ! คนหวังดีด้วยแท้ๆ ทำไมปากคอเราะร้ายแบบนี้เล่า!" พิมพ์รตาเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน "ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยืนอยู่ตรงนั้น คุณอาจจะระเบิดอารมณ์ใส่คุณพ่อคุณกลางงานไปแล้วก็ได้นะ ขอบคุณฉันสักคำก็ไม่มีแถมยังมาว่าฉันอีก!"
"ใครขอให้คุณมาช่วย?" กรณ์ย้อนถามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ผมจัดการเรื่องของตัวเองได้ คุณไม่ต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของผม"
"โอ้โห! พูดแบบนี้มันน่าโบกนัก!" พิมพ์รตาทำท่าเงื้อมือขึ้นทำMimeใส่หน้าผากอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ "คนหวังดีหวัง 360 องศา แต่คุณเล่นปัดตกทุกความหวังดีแบบนี้ ระวังเหงาตายอยู่คนเดียวบนหอคอยงาช้างนะคะ... เอ้ย ครับ! พูดผิดพูดใหม่ได้เลย!"
กรณ์มองท่าทางกระเง้ากระงอดที่พยายามจะดัดเสียงให้แมนแต่ก็ยังหลุดความน่าหมั่นไส้ตามประสาคนพลังงานล้นเหลือออกมา พิมพ์รตายืนกอดอกทำแก่งอน ปากยื่นปากยาวบ่นพึมพำคนเดียวด้วยความขัดใจ
ภาพหญิงสาวตรงหน้า—ที่เมื่อครู่ยังยืนเผชิญหน้ากับบิดาของเขาอย่างไม่เกรงกลัวใคร ตอนนี้กลับทำหน้ายุ่งเหยิงเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจ—สะท้อนอยู่ในดวงตาคมของกรณ์ สมองส่วนหนึ่งกำลังสั่งให้เขาดุเธอให้หยุดทำท่าทางประหลาดๆ แบบนั้น แต่หัวใจอีกส่วนกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาละลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้น
ริมฝีปากหยักที่เคยเม้มแน่นเป็นเส้นตรงมาตลอดทั้งคืน ค่อยๆ คลายออกทีละน้อย
รอยยิ้ม... จางๆ แทบสังเกตไม่เห็น ปรากฏขึ้นที่มุมปากของกรณ์เป็นครั้งแรก ตั้งแต่เขาเริ่มทำงานร่วมกับครีเอทีฟสาวจอมป่วนคนนี้
พิมพ์รตาที่กำลังบ่นงึมงำอยู่ชะงักกึก เธอกะพริบตาปริบๆ สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะเมื่อภาพตรงหน้าคือรอยยิ้มที่หาดูยากยิ่งกว่าฝนตกกลางฤดูร้อนของผู้กำกับหน้านิ่ง
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าตอนยืนเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีวงการหนังเสียอีก ความอบอุ่นวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพang กลิ่นอายความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
"ย... ยิ้มทำไมคะ?" พิมพ์รตาเผลอหลุดเสียงสูงด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "นี่คุณแอบหัวเราะเยาะฉันเหรอ!"
กรณ์หุบยิ้มทันทีเมื่อรู้ตัว สีหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นปกติราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แววตากลับพราวระยับขึ้นอย่างปิดไม่มิด "เปล่า... ผมแค่คิดว่าถ้าสมองของคุณทำงานได้เร็วเท่าความไวของปาก ป่านนี้เราคงปิดโปรเจกต์นี้ไปนานแล้ว"
"นี่คุณ!" พิมพ์รตาอ้าปากค้าง เตรียมจะสวนกลับด้วยชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่ทว่า—
เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนกลางงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"ขอเชิญคุณกรณ์ และทีมงานครีเอทีฟหลัก ขึ้นมารับรางวัลเกียรติยศประจำปีของค่ายหนังบนเวทีด้วยครับ!"
ทั้งคู่ชะงัก หันไปมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ
ก่อนที่กรณ์จะทันได้ขยับตัว มือเรียวของพิมพ์รตาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือแกร่งของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แรงกระชากเบาๆ ทำให้ร่างสูงต้องขยับตามอย่างเสียไม่ได้
"ไปค่ะผู้กำกับ... งานนี้จะแพ้พ่อคุณไม่ได้เด็ดขาด!" พิมพ์รตาหันมาส่งยิ้มกว้าง แววตาสبرประกายความมุ่งมั่นระคนท้าทายที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวาบเป็นรอบที่สองของคืน
กรณ์มองมือเรียวที่กุมข้อมือเขาแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยพลังงานชีวิตอันร้อนแรง—พลังงานที่เขารู้ตัวดีว่า... กำลังกัดเซาะเกราะป้องกันในใจเขาให้พังทลายลงทีละน้อย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 9
รอยยิ้มที่หาดูยาก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!