“ถ้าคุณยังมองมือฉันไม่วางตาแบบนี้ โปรเจกต์สปอตโฆษณาตัวนี้คงได้เลื่อนฉายไปเป็นชาติหน้าตอนบ่ายโมงแน่นอนครับ ผู้กำกรณ์”
น้ำเสียงใสแจ๋วที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ทำเอาสติที่หลุดลอยไปชั่วขณะของกรณ์ดึงกลับมาเข้าร่างอย่างรวดเร็ว เขากะพริบตาถี่ๆ สลัดภาพความนุ่มนวลของสัมผัสเมื่อครู่ทิ้งไป ก่อนจะรีบชักมือกลับราวกับโดนความร้อนจากเตาไฟลวก พร้อมกับตีสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดั่งหินแกรนต์ตามเอกลักษณ์ประจำตัวที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว
“ใครมอง ผมแค่มองนาฬิกาต่างหาก... คุณต่างหากที่ชอบยืนล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นเกินความจำเป็น พิมพ์รตา”
กรณ์ตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดันทรยศเต้นโครมครามอยู่ในอกซ้าย เขายกแฟ้มกระดาษขึ้นมาบังใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับเหลือบมองข้อมือของตัวเองที่เพิ่งถูกกอบกุมไว้โดยไม่รู้ตัว
พิมพ์รตาหัวเราะคิกในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันอย่างปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นกอดอก มองผู้กำกับหน้านิ่งที่กำลังทำฟอร์มจัดแจงเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
“อ๋อเหรอครับ มองนาฬิกาแต่หน้าแดงซะหูแดงแจ๋เลยนะผู้กำกับ สงสัยนาฬิกาเรือนนี้จะเข็มเดินเร็วจนทำให้คนแถวนี้ความดันขึ้นสินะ” ครีเอทีฟสาวจอมพลังแซวต่อไม่หยุดหย่อน เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิดจนกรณ์ต้องขยับเก้าอี้ถอยหลัง “แต่ก็นะ... ต้องยอมรับว่าเมื่อคืนพอเราช่วยกันปรับสตอรี่บอร์ดรอบดึก งานมันไหลลื่นขึ้นเป็นกองเลยว่าไหมครับ? การได้ทำงานกับคนเก่งและ... เอ่อ... ใส่ใจรายละเอียดแบบคุณเนี่ย มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด”
ประโยคท้ายเธอจงใจลดเสียงลงเล็กน้อย พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองตรงๆ ลูกเล่นนี้ทำเอากรณ์ถึงกับชะงัก ปากที่มักจะหาคำมาเถียงกลับได้ทันท่วงทีกลับเม้มเข้าหากันแน่น ความสนิทสนมที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้รอยต่อในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กำลังทำให้กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวห้ามไม่ได้
“รู้ตัวก็ดีแล้วครับ งั้นก็เชิญกลับไปเคลียร์คิวบรีฟกับทางเอเจนซี่ต่อเถอะ คุณเรณุกาคงนั่งรอจิกหัวพวกเราอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่แล้วมั้งครับ” กรณ์ตัดบทเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบสมุดบันทึกคู่กายแล้วก้าวยาวๆ หนีสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ทันที
พิมพ์รตาส่ายหัวเบาๆ กับความปากแข็งระดับสתับเซนทอรีของคนตรงหน้า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ เธอก้าวเดินตามหลังร่างสูงโปร่งนั้นไปติดๆ พลางคิดในใจว่า... ผู้กำกับหน้านิ่งคนนี้ ชักจะน่าแกล้งขึ้นทุกวันเสียแล้วสิ
บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและแรงกดดันจากเดดไลน์งาน เรณุกานั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าเรียบตึงบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังรอคอยความสมบูรณ์แบบจากทีมงาน
“เอาล่ะครับ ในเมื่อมากันครบแล้ว ผมขอฟังอัปเดตล่าสุดจากฝั่งครีเอทีฟและผู้กำกับหน่อย ว่าสปอตโฆษณาตัวใหม่ที่เราแก้กันรอบดึกเมื่อคืน มันตอบโจทย์ลูกค้ากระเป๋าหนักของเราได้มากแค่ไหน” เสียงทุ้มของธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มจอมกะล่อนดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาแอบส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้พิมพ์รตาและกรณ์ที่เพิ่งเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม
พิมพ์รตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเปิดฉากพรีเซนต์งานด้วยความมั่นใจตามสไตล์ แต่ทว่า...
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ทุกคนในห้องหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพิมใจที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าผู้มาใหม่ชัดเจน ขณะที่พิมพ์รตาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“สวัสดีครับทุกคน... ผมขอโทษที่มาสายพอดีเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ” ชายหนุ่มคนนั้นกวาดสายตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างบางของครีเอทีฟสาว “จำผมได้ไหมครับ... พิมพ์”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 10 นี้ด้วยความเพลิดเพลินนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 10
เช้าวันใหม่กับงานที่กองสุม
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!