ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 11

แผนการปั่นของธนัตถ์

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมในสตูดิโอเวลานี้เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะทำงานด้วยความเย็นมาตรฐาน แต่ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากสายตาของคนสามคนกลับทำให้ห้องประชุมขนาดกลางแคบลงถนัดตา “สวัสดีครับทุกคน... ผมขอโทษที่มาสายพอดีเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป สวมนาฬิกาแบรนด์หรูราคาแพงระยับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มพราวเสน่ห์ถูกประดับไว้บนใบหน้าคมคาย ดวงตาสีเข้มกวาดมองรอบห้องประชุมก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างบางของพิมพ์รตา ครีเอทีฟสาวที่กำลังนั่งอ้าปากค้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ “จำผมได้ไหมครับ... พิมพ์” ประโยคนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงเก้าอี้ที่ถูกเลื่อนออกเบาๆ ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มและเพื่อนสนิทตัวแสบของพิมพ์รตา ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เธอมาตลอด ปรายตามองชายผู้มาใหม่สลับกับร่างบางของเพื่อนสนิท แววตาคมกริบของธนัตถ์ฉายประกายวิบวับราวกับสุนัขจิ้งจอกที่เพิ่งค้นพบเหยื่ออันโอชะในป่าใหญ่ ทว่า... อีกมุมหนึ่งของโต๊ะประชุม กรณ์ ผู้กำกับหน้านิ่งผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากการขมวดคิ้วใส่บรีฟงาน กลับวางปากกาในมือลงกระทบกับพื้นโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับดึงดูดสายตาของทุกคนในห้องให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงเรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบที่นั่งกอดอกมองสถานการณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปาก “อ้าว! คุณกรณ์ มีปัญหาอะไรกับบรีฟหน้าหรือเปล่าครับ ถึงได้ทำหน้าเครียดขนาดนั้น” ธนัตถ์จงใจเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน กลิ่นอายความสนุกสนานเริ่มคุกกรุ่นขึ้นในอากาศ ธนัตถ์ปรายตาสำรวจผู้กำกับหน้านิ่งที่ตอนนี้สันกรามขึ้นสันนูนชัดเจนจากการขบกรามแน่น ดวงตาคมปลาบของกรณ์ไม่ได้มองหน้าธนัตถ์ แต่มันกำลังจดจ้องไปยังชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่ยืนประชิดตัวพิมพ์รตาเกินความจำเป็น มือหนาของแขกไม่เชิญคนนั้นกำลังยื่นออกไปทำท่าจะแตะลงบนไหล่บางของเธอ “เปล่าครับ... ผมแค่คิดว่าห้องประชุมนี้อากาศเริ่มน้อยลงไปถนัดตา” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ทว่าแววตาที่มองตรงไปยังแขกผู้มาใหม่กลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง “อ๋อ ลืมแนะนำตัวไปเลยครับ ผม ‘ภคิน’ เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของพิมพ์... แล้วก็... น่าเสียดายที่เคยเกือบจะเป็นมากกว่านั้น” ภคินจงใจทิ้งช่วงคำพูดท้ายประโยคให้ชวนคิด พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้พิมพ์รตา พิมพ์รตาที่เพิ่งดึงสติตัวเองกลับมาได้ รีบถอยหลังหนีสัมผัสที่กำลังจะเอื้อมมาแตะไหล่ เธอหัวเราะแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อนความอึดอัด “ฮ่าๆ นานมากเลยนะภคิน ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่... แล้วนี่นายมา...” “ผมมาเป็นที่ปรึกษาโปรเจกต์พิเศษให้ทางเรณุกาครับ พอดีทางบริษัทแม่ที่ต่างประเทศส่งผมมาช่วยสกรีนงานโฆษณาชิ้นนี้โดยเฉพาะ” ภคินตอบด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับกรณ์ “หวังว่าผู้กำกับกรณ์มือหนึ่งของเรา จะยินดีร่วมงานกับผมนะครับ” “ยินดีครับ... ถ้างานออกมาดีตามมาตรฐานที่ผมตั้งไว้” กรณ์ตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงห้วนสั้นไร้ไมตรีจิตสิ้นเชิง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มแผ่รังสีความกดดันออกมาจนเรณุกาต้องกระแอมไอเบาๆ เพื่อเบรกบรรยากาศที่เริ่มมาคุ “เอาล่ะครับ ในเมื่อคุณภคินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้แล้ว งั้นเรามาเริ่มคุยรายละเอียดเรื่องสตอรี่บอร์ดกันต่อดีกว่า พิมพ์... คุณช่วยอธิบายฉากไคลแมกซ์ที่ทางคุณกับผู้กำกับกรณ์แก้กันรอบล่าสุดให้คุณภคินฟังหน่อยสิครับ” เรณุกาตัดบทเข้าเรื่องด้วยความเป็นมืออาชีพ พิมพ์รตาพยักหน้ารับด้วยความโล่งอก เธอกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ทว่า... “ไม่ต้องหรอกครับเรณุกา” ธนัตถ์แทรกขึ้นมาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากของโปรดิวเซอร์หนุ่ม “ผมว่าให้คุณพิมพ์ไปคุยงานกับผู้กำกับกรณ์เป็นการส่วนตัวอีกรอบดีกว่าครับ เผื่อมีจุดไหนที่ยัง ‘จูน’ กันไม่ลงตัว เพราะดูจากอาการของคุณกรณ์เมื่อกี้แล้ว... เกรงว่างานชิ้นนี้อาจจะมีปัญหาระหว่างทางได้ง่ายๆ นะครับ” กรณ์หันขวับมามองธนัตถ์ทันที ดวงตาดุคมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ธนัตถ์กลับทำเป็นลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังแอบส่งซิกขยิบตาให้พิมพ์รตาแบบไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้น... กรณ์ “ผมไม่มีอะไรต้องจูนกับคุณพิมพ์เพิ่มแล้วครับ ทุกอย่างเคลียร์ตามบรีฟ” กรณ์เอ่ยเสียงแข็ง ปฏิเสธทันควันอย่างไม่มีฟอร์ม “อ้าวเหรอครับ? แต่เมื่อคืนตอนดึกๆ ผมเห็นคุณพิมพ์โทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องฉากเลิฟซีนกับคุณกรณ์ตั้งนานสองนาน จนเสียงคุณพิมพ์ดู... เหนื่อยหอบผิดปกติเลยนะครับ” ธนัตถ์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘เหนื่อยหอบ’ ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย เพล้ง! เหมือนมีเสียงกระจกแตกดังขึ้นในใจของพิมพ์รตา หน้าหวานๆ ของครีเอทีฟสาวแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอยกมือขึ้นตีแขนธนัตถ์เข้าอย่างจังด้วยความหมั่นไส้ “ไอ้ธนัตถ์! แกพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย! ฉันโทรไปคุยเรื่องมุมกล้องต่างหากเล่า!” “ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะพิมพ์... หรือว่าที่พูดมามันตรงกับความจริง?” ธนัตถ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ขณะที่หางตาก็เหลือบไปเห็นปฏิกิริยาของคนหน้าตายอย่างกรณ์ กรณ์นิ่งเงียบไป ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม สันกรามขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมหลุบมองพิมพ์รตาที่กำลังเขินจนหน้าดำหน้าแดงสลับกับมองธนัตถ์ด้วยความคาดโทษ เคมีประหลาดบางอย่างที่ธนัตถ์เฝ้าสังเกตมาหลายวันเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเขาอยากจะหยอกล้อให้มันระเบิดออกมาดูสักครั้ง “ถ้าคุณพิมพ์ไม่มีปัญหาเรื่องงาน งั้นผมขอตัวไปดูเซ็ตติ้งที่สตูดิโอข้างนอกก่อนนะครับ” กรณ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง เขาคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก แล้วก้าวฉับๆ เดินออกจากห้องประชุมไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองใครอีก “อุ๊ย... ผู้กำกับของเราดูท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะครับ สงสัยช่วงนี้จะพักผ่อนน้อย” ภคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้พิมพ์รตาอีกก้าว “ว่าแต่พิมพ์เย็นนี้ว่างไหมครับ? ผมว่าจะชวนไปทานข้าวรำลึกความหลังกันหน่อย” พิมพ์รตากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ธนัตถ์ไวกว่า เขารีบชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน “อ๋อ พอดีเย็นนี้คุณพิมพ์เขามีนัด... ไปเคลียร์ ‘บรีฟส่วนตัว’ กับผู้กำกับกรณ์ต่อที่ห้องทำงานน่ะครับ เกรงว่าจะไม่สะดวก” ธนัตถ์ปั้นหน้ายิ้มแย้มตอบแทนเพื่อนสนิทได้อย่างหน้าตาเฉย พิมพ์รตาหันขวับมามองธนัตถ์ตาเขียวปั๊ด “ฉันไปมีนัดตอนไหนห๊ะ ไอ้ธนัตถ์!” “เดี๋ยวก็มีครับ... เชื่อผมสิ” ธนัตถ์กระซิบตอบเสียงเบาแต่เจ้าเล่ห์สุดๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตบไหล่พิมพ์รปาสองสามที “งั้นผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ เชิญพวกเธอสวีท... เอ๊ย คุยงานกันตามสบายเลยครับ” พูดจบ ธนัตถ์ก็เดินผิวปากออกจากห้องประชุมไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้พิมพ์รตานั่งหน้าเสียอยู่กับภคินที่ยังคงส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ไม่เลิก ทว่า... ครีเอทีฟสาวหารู้ไม่ว่า ในจังหวะที่ธนัตถ์เดินผลักประตูห้องประชุมออกไปนั้น กรณ์ที่ควรจะเดินออกไปไกลแล้ว กลับยืนกอดอกพิงผนังกำแพงอยู่ข้างประตูอย่างเงียบเชียบ สายตาดุคมกริบของเขาจดจ้องมองเข้ามาผ่านกระจกใสบานใหญ่ ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังมาดักรออยู่ก่อนแล้ว และเมื่อพิมพ์รตาสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นผ่านบานกระจก หัวใจดวงน้อยของเธอก็เต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก กรณ์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่สายตาคู่นั้นกลับส่งสัญญาณชัดเจนว่า... *เธอเตรียมตัวโดนสอบสวนแน่* ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%