กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในห้องประชุมเล็กหลังกองถ่าย คือฉากทัศน์ที่พิมพ์รตาอยากจะกลืนหายไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ หากไม่ติดว่าข้อศอกของเธอกำลังชนเข้ากับแขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นของกรณ์—ผู้กำกับหน้านิ่งที่นั่งตัวตรงแน่วอยู่ข้างกัน—จนแทบจะสิงร่างกันได้อยู่แล้ว
"สรุปว่ามุมกล้องซีนสุดท้ายเมื่อกี้... ใครเป็นคนบรีฟให้ครีเอทีฟกับผู้กำกับยืนซ้อนกันจนแทบจะขี่คอกันดูจอมอนิเตอร์ขนาดนั้นครับคุณพิมพ์รตา"
เสียงทุ้มกึ่งล้อกึ่งจริงจังของธนัตถ์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงกระดาษพลิก เอกสารในมือของโปรดิวเซอร์หนุ่มถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก* ใบหน้าคมคายของเพื่อนสนิทกำลังฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชนิดที่ต่อให้คนตาบอดก็ยังมองเห็นความตั้งใจจะ "แกง"
พิมพ์รตาสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกออกมาเบาๆ มือบางรีบคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "พูดอะไรของแกนัตถ์ คนเยอะแยะ... ฉันก็แค่อยرจะชี้จุดรีทัชแสงให้พี่กรณ์ดูใกล้ๆ ต่างหากเล่า มุมมันบังต่างหาก"
"อ๋อ... มุมมันบัง" ธนัตถ์ลากเสียงยาว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ แล้วโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งโต๊ะ "บังจนไหล่เธอเกือบจะมุดเข้าไปในอกเสื้อพี่กรณ์อยู่แล้วนะคร้าบ แม่ครีเอทีฟสายดีด ประหยัดพลังงานหน่อยก็ได้ ช่วงนี้โปรเจกต์จะเสร็จอยู่แล้ว แรงยังเหลือไปสิงผู้กำกับอีกเหรอ"
"ธนัตถ์!" พิมพ์รตาตวัดสายตาค้อนขวับ ส่งสัญญาณเตือนด้วยดวงตาเป็นประกายดุร้าย แต่มีหรือที่คนอย่างธนัตถ์จะสะท้าน โปรดิวเซอร์ตัวแสบเพียงแค่ยักไหล่แล้วหันไปหาเป้าหมายรายต่อไป
"ว่าไหมครับผู้กำกับกรณ์... หรือว่าช่วงนี้อินเนอร์ในกองมันพาไป จนต้องมีการติวเข้มแบบแนบชิดเป็นพิเศษนอกรอบ?"
กรณ์ที่นั่งเงียบมาตลอด ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบราดรดความวุ่นวาย เคลื่อนไหวช้าๆ เขาไม่ได้หลบสายตาคมปลาบของธนัตถ์ ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอ ดวงตาสีนิลภายใต้กรอบหน้าคมคายเหลือบมองคนข้างกายที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงด้วยความเคือง
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันขึ้นมาทันตาเห็น ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของผู้กำกับหน้านิ่งเช่นเคย แต่เป็นเพราะความเงียบที่กรณ์จงใจเว้นจังหวะไว้ก่อนจะเอ่ยปาก
"ถ้าคุณธนัตถ์มีเวลาว่างมาวิเคราะห์ระยะห่างระหว่างทีมงานมากขนาดนี้ แปลว่าตารางตัดต่อรอบหน้าคงเสร็จเร็วกว่ากำหนดสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ แต่เฉียบคมจนธนัตถ์ถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน "งานในความรับผิดชอบของคุณ เหลืออีกกี่ตัวที่ยังไม่เคลียร์ครับ"
"เอ่อ... ก็... เหลืออีกสองตัวครับ บอส" ธนัตถ์หัวเราะแห้งๆ เปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพเรียบร้อยทันทีเมื่อโดนไม้นี้เข้าใส่
"งั้นก็เชิญไปเคลียร์ให้เรียบร้อยครับ ก่อนที่ผมจะพิจารณาหักงบส่วนต่างของฝ่ายโปรดักชั่นมาเป็นค่าเสียเวลาของครีเอทีฟที่ต้องมานั่งฟังคุณแซลมั่วซั่ว" กรณ์ตอบกลับด้วยสีหน้าตายด้าน ไร้รอยยิ้ม แต่น้ำเสียงเฉียบขาดชนิดที่ทำเอาธนัตถ์ต้องรีบคว้าแฟ้มเอกสารแล้วเดินถอยหลังออกจากห้องแทบไม่ทัน
ประตูห้องประชุมปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
พิมพ์รตาลอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอยกมือขึ้นพัดใบหน้าที่ยังคงร้อนผ่าวของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปพึมพำกับกองกระดาษตรงหน้าเพื่อหลบสายตา "ปากจัดชะมัด... ทั้งคู่เลย"
"เมื่อกี้คุณว่าใครปากจัดนะครับ"
เสียงกระซิบที่ดังขึ้นใกล้จนเกินไปทำเอาพิมพ์รตาต้องสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปหมายจะต่อว่า แต่ปลายจมูกของเธอกลับเกือบจะเฉียดเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของกรณ์ที่โน้มตัวเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ระยะห่างที่หายไปในพริบตาทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธออย่างจัง กรณ์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือข้างหนึ่งวางค้ำกับพนักพิงเก้าอี้ของเธอไว้ราวกับกรงข้ำกลายๆ ขณะที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าตื่นตระหนกของเธออย่างละเอียดลออ
"เอ่อ... พี่กรณ์คะ คือว่า..." พิมพ์รตาพูดติดอ่าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานได้อย่างรวดเร็วดั่งติดจรวด ตอนนี้กลับว่างเปล่าราวกับถูกรีเซ็ต หัวใจเต้นระรัวจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน
"ธนัตถ์มันพูดมากก็จริง..." กรณ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาคมกริบลึกล้ำราดรดความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจคาดเดา "แต่เรื่องที่เรา... ยืนใกล้กันเกินไปเมื่อกี้... คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่ามันไม่จริง"
"ฉัน... ฉันแค่มุมมันบังต่างหากเล่า แบบที่บอกไอนัตถ์นั่นแหละค่ะ!" เธอเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอกแล้วก็ตาม
กรณ์ไม่ตอบ เขากลับยกยิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น และมันมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจทั้งหมดของเธอจนราบคาบ นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นอบอุ่นและสร้างความปั่นป่วนในท้องของเธอได้อย่างประหลาด
"งั้นเหรอครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ "ถ้าอย่างนั้น... ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว และไม่มีมุมไหนบังทั้งนั้น คุณจะอธิบายยังไงดีล่ะครับ... ว่าทำไมตอนนี้หัวใจของคุณถึงเต้นดังจนผมได้ยิน"
พิมพ์รตาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะเถียงแต่คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อกรณ์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร และก่อนที่สติปัญญาอันน้อยนิดของเธอจะสั่งการให้ถอยหนี
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท พร้อมๆ กับร่างของเรณุกาที่ผลักประตูเปิดเข้ามาหน้าตาตื่น โดยไม่รอให้คนด้านในอนุญาต
"คุณกรณ์คะ! แย่แล้วค่ะ ลูกค้าใหญ่จากญี่ปุ่นจู่ๆ ก็ขอเปลี่ยนบรีฟด่วนกลางคัน บอกว่าอยากได้คอนเซปต์ใหม่ทั้งหมดสำหรับงานพรุ่งนี้เช้า!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 22
เมื่อเพื่อนแซวหนักข้อ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!