ความเงียบงันภายในห้องควบคุมหลังกองถ่ายไม่ได้แปลว่าความสงบสุข แต่มันคือสนามรบย่อมๆ ที่แรงปะทะของอะดรีนาลีนยังคงค้างเติ่งในกระแสเลือด หลังจากเหตุการณ์โครงเหล็กไฟเกือบทรุดตัวลงมาทับทีมงานเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
กลิ่นอายของฝุ่นผงจากการกระแทกและกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรไฟฟ้ายังลอยอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่ากลับเป็นอุณหภูมิความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนสองคนในพื้นที่จำกัดแห่งนี้
กรณ์ยืนพิงสะโพกติดกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างกอดอกไว้แน่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แต่มันกำลังจดจ้องร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา
พิมพ์รตากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่สบตากับเขา หญิงสาวยกแก้วกระดาษใส่น้ำอุ่นขึ้นจิบรัวๆ ทั้งที่น้ำในแก้วแทบจะลวกปาก สองมือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญที่กรณ์พุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวเธอแล้วดึงหลบรัศมีของคานเหล็กที่ร่วงลงมาฟาดพื้นเฉียดศีรษะไปแค่คืบเดียว สมองของเธอยังคงก้องสะท้อนด้วยเสียงหัวใจของเขาที่เต้นโครมครามแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอในอ้อมกอดนั้น
"ถ้ายังเอาแต่มองแก้วน้ำแบบนั้น ท้องคุณคงทะลุเพราะความร้อนไปก่อนที่เราจะตัดต่อโฆษณาเสร็จนะครับ คุณพิมพ์รตา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่ตามสไตล์ผู้กำกับหน้านิ่ง ทำเอาครีเอทีฟสาวสะดุ้งสุดตัว เผลอวางแก้วกระดาษกระแทกโต๊ะจนน้ำกระฉอก
"ฉัน... ฉันไม่ได้มองแก้วน้ำซะหน่อยค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" พิมพ์รตาละล่ำละลักแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชินก่อนจะรีบดึงสติตัวเองกลับมา ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งคนอื่นจะได้เห็น รอยยิ้มที่ไม่ใช่การปั้นหน้าทำงานตามมารยาท แต่มันคือความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม
"สติไปไหนหมดแล้วครับ มือไม้สั่นขนาดนั้น หรือว่า... ยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่?" กรณ์ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้พิมพ์รต้ารู้สึกราวกับออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบหายไป
"ใครตกใจกันคะ... อะแฮ่ม! ใครตกใจกันล่ะครับ! ฉันเป็นถึงครีเอทีฟสายลุย เรื่องแค่นี้... ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" เธอพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่า ทว่าดวงตากลมโตกลับหลบวูบไม่กล้าสบตาคมคายที่กำลังพิจารณาร่างกายเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
"ปากแข็งไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับ" กรณ์ทอดถอนใจเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะ กักร่างของเธอให้อยู่ในอาณัติ สายตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ โกหกไม่เนียนเอาซะเลยนะ"
"คุณกรณ์! ถอยไปเลยนะคะ... ครับ! เข้ามาใกล้เกินไปแล้วนะ!" พิมพ์รตารีบใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ ความร้อนจากร่างกายผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตทำงานทำให้ฝ่ามือของเธอร้อนผ่าว ราวกับไปแตะโดนเตาไฟเข้าจริงๆ
"ใกล้ตรงไหนครับ ระยะแค่นี้เผื่อกรณีฉุกเฉินเกิดมีอะไรหล่นลงมาอีก ผมจะได้คว้าตัวคุณทันไงครับ" ไดอะล็อกยียวนพร้อมรอยยิ้มมุมปากของผู้กำกับหน้านิ่งทำเอาหัวใจของครีเอทีฟสาวเต้นผิดจังหวะ เธอนึกอยากจะหยิกแขนแกร่งสักทีข้อหาพูดจาชวนใจสั่นไม่เลือกเวลา
"ไม่มีอะไรหล่นลงมาแล้วค่ะ! ทีมช่างเชื่อมโครงสร้างแน่นหนาหมดแล้ว... โอย พูดผิดอีกแล้ว!" พิมพ์รตาหลับตาปี๋ด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ทีไร สมองอันปราดเปรื่องในการคิดงานโฆษณาของเธอถึงมักจะช็อตไปดื้อๆ ทุกที
กรณ์มองท่าทางน่ารักน่าหยิกนั้นด้วยแววตาที่อ่อนแสงลง ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดหลายสัปดาห์ที่ร่วมงานกันกำลังเรียกร้องหาคำตอบ เขาอยากจะถามเหลือเกินว่า... ความห่วงใยที่เขามีให้เธอมันชัดเจนมากพอที่จะทำให้เธอบอกลาสถานะ "คู่กัด" ไปได้หรือยัง
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความหวานละมุนที่อบอวลจนน่าประหลาด เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานดังก้องเบาๆ ท่ามกลางสายตาที่ประสานกันอย่างไร้คำพูด พิมพ์รตาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เผชิญหน้ากับแววตาจริงจังที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างในนั้น
"พิมพ์..." เสียงเรียกชื่อเล่นห้วนๆ ทว่านุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนหลุดออกมาจากริมฝีปากของกรณ์ หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"คะ... ครับ?"
"ที่คุณเคยถามผมเมื่อวันก่อน... เรื่องที่ว่าทำไมผมถึงต้องจริงจังกับงานกำกับทุกชิ้นจนเหมือนคนเครียดตลอดเวลา..." กรณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม "ตอนนี้... ผมมีคำตอบให้คุณแล้วล่ะครับ"
พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความคาดหวังและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอลืมหายใจ เธอนิ่งรอฟังคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจของเขามานาน
ทว่า... ก่อนที่กรณ์จะได้เอื้อนเอ่ยประโยคสำคัญออกไป
*ปัง!*
ประตูห้องควบคุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มตัวป่วนที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ โดยมีเรณุกา เอเจนซี่สาวสุดเนี๊ยบเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณกรณ์ครับ! แย่แล้วครับ ลูกค้าขอเปลี่ยนบรีฟฉากจบใหม่หมดเลยตอนนี้ บอกว่าโฆษณาตัวนี้ต้องเพิ่มฉากเลิฟซีนหวานซึ้งขยี้ใจรี้ดเดอร์ ไม่งั้นสปอนเซอร์ถอนทุนแน่ครับ!"
ธนัตถ์โพล่งขึ้นเสียงดังโดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ร่างของผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสาวกำลังยืนแนบชิดกันในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจรดกันอยู่แล้ว กรณ์หันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุเหี้ยมเกรียมชนิดที่พร้อมจะสับร่างโปรดิวเซอร์หนุ่มออกเป็นชิ้นๆ ส่วนพิมพ์รตารีบกระโดดถอยหลังออกจากโต๊ะแทบไม่ทัน ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงต้นคอด้วยความเขินอายปนตกใจ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 21
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!