เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนเบาะหนังสีดำสนิทของรถยนต์อเนกประสงค์คันโต ดังสะท้อนก้องในพื้นที่แคบ ย้ำเตือนว่าสงครามประสาทขนาดย่อมได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
"คุณกรณ์ขับรถเร็วเกินไปแล้วนะครับ ทางโค้งเมื่อครู่นี้เกือบจะส่งวิญญาณดิฉันไปเฝ้ายมบาลก่อนจะได้เห็นโจทย์โฆษณาชิ้นนี้อนุมัติเสียอีก"
พิมพ์รตาหันไปต่อว่าคนหลังพวงมาลัยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลelynประชดประชัน มือเรียวรีบคว้าสายเบลท์มาคาดแน่นจนแทบจะฝังลงไปกับเนื้อตัว ขณะที่ดวงตากลมโตยังคงจ้องเขม็งไปยังใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ผู้ซึ่งกำลังทำหน้าที่ควบคุมยานพาหนะด้วยท่าทีนิ่งขรึมราifรูปปั้นหินสลัก
กรณ์ไม่แม้แต่จะเหลือบแลมามอง เขาเพียงแค่ผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อยตามมารยาทการขับขี่ แต่คำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้น กลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ถ้าไม่อยากไปเฝ้ายมบาลเร็วกว่ากำหนด คุณพิมพ์รตาก็ควรจะหุบปากแล้วใช้สมองทบทวนบรีฟของเรณุกาให้ดี แทนที่จะมานั่งบ่นเรื่องความเร็วในการขับรถของผม"
"โอ้โห! นี่ปากหรือกรรไกรตัดลวดครับผู้กำกับ? คนเขามีความหวังดีเตือนด้วยความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมงานร่วมชะตากรรม แต่คุณกลับมาแทงข้างหลังด้วยคำพูดเย็นชาแบบนี้ สมแล้วล่ะครับที่เป็นลูกชายคนโปรดของตระกูลศิลปินใหญ่ ผู้ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของมนุษย์ปุถุชนเดินดินคนไหนเลย"
พิมพ์รตาสวนกลับทันควัน พลังงานความดีดในตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดตามสไตล์ครีเอทีฟสาวสายลุย เธอหันตัวเข้าหาเขาเต็มรัก แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกอกตกใจเกินจริง เพื่อยั่วโมโหคนขี้เก๊กให้หลุดมามาดนิ่ง
บรรยากาศภายในรถคันหรูอบอวลไปด้วยกระแสเคมีที่พุ่งชนกันอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ จากตัวของกรณ์ผสมผสานเข้ากับความวุ่นวายมีชีวิตชีวาของหญิงสาว จนเกิดเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ
ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงเต็มของการเดินทางจากใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชายทะเลตะวันออก เพื่อสำรวจโลเคชั่นถ่ายทำโฆษณาชิ้นสำคัญ ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับด้วยคารมคมคาย กรณ์พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาพื้นที่ส่วนตัวและกรอบระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตนเองไว้ ทว่าทุกครั้งที่พิมพ์รตาเอ่ยปากพูดจายียวนกวนประสาท กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีก็สั่นคลอนลงทีละนิดอย่างน่าประหลาดใจ
รถยนต์คันโตเลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านถนนสายรองที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีและแนวต้นสน ปลายทางของพวกเขาคือรีสอร์ทส่วนตัวริมหน้าผาหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ตามโจทย์ที่เรณุกากำหนดไว้ ทว่าทันทีที่ล้อรถหยุดนิ่งสนิทหน้าล็อบบี้ต้อนรับ ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ๋ที่แผדเสียงดังขึ้น
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นชื่อปลายสาย ก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงเรียบตึง "ว่ายังไงครับธนัตถ์"
*(กรณ์! ฉันมีข่าวร้ายด่วนที่สุดจะแจ้ง)* เสียงของโปรดิวเซอร์หนุ่มปลายสายลอดผ่านลำโพงบลูทูธออกมาด้วยความร้อนรนจนพิมพ์รตาต้องเงี่ยหูฟัง *(รีสอร์ทตรงหน้าผานั้น... เกิดปัญหาท่อประปาแตกครั้งใหญ่ น้ำไม่ไหลแถมระบบไฟขัดข้องชั่วคราว ทางเจ้าของเขาเพิ่งโทรมาแจ้งยกเลิกการเข้าพักกระทันหันเมื่อกี้นี้เอง!)*
กรณ์ขบกรามแน่น สันจاوโด่งคมสันขึ้นรูปชัดเจนด้วยความหงุดหงิด "แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ ในเมื่อเรามาถึงหน้าสถานที่แล้ว"
*(ก็เพราะฉันเพิ่งรู้เหมือนกันน่ะสิ! แต่พวกนายไม่ต้องตกใจไป แถวนั้นยังมีโฮมสเตย์ลับริมหาดอีกแห่งหนึ่ง บรรยากาศโคตรดีและเหมาะกับบรีฟโฆษณาของเรณุกาพอดีเป๊ะ เจ้าของชื่อคุณยายแสงหล้า เป็นเพื่อนสนิทกับคุณแม่ฉันเอง ฉันประสานงานให้แล้ว พวกนายขับรถลึกเข้าไปอีกสิบบิโลเมตรนะ เข้าทางตรอกซอยแคบๆ ตรงป้ายร้านกาแฟเก่าๆ นั่นแหละ!)*
สายถูกตัดวางลงไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้กรณ์ได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
พิมพ์รตาที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ แอบอมยิ้มกริ่มอย่างปิดไม่มิด ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "อุ๊ย ดูท่าทางโชคชะตาจะไม่ยอมให้เราทำงานแบบราบรื่นเสียแล้วล่ะมั้งครับผู้กำกับ หรือว่านี่คือบททดสอบความเข้าขาของคู่พระนางในละครน้ำเน่ากันแน่"
กรณ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระAมระอา เขาหันมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแกมบังคับ
"เลิกทำหน้าเป็นเด็กได้แล้วครับคุณพิมพ์รตา นั่งคาดเข็มขัดให้ดี เพราะเส้นทางข้างหน้าดูท่าทางจะไม่ง่ายอย่างที่คิด"
รถยนต์พุ่งทะยานออกไปอีกครั้งตามพิกัดใหม่ที่ได้รับ บรรยากาศสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากถนนคอนกรีตเรียบๆ กลายเป็นทางลูกรังแคบๆ ที่ทอดยาวลัดเลาะผ่านสวนมะพร้าวและป่าชายเลน แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ สาดส่องผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลำแสงสีทองสลับกับเงาไม้ทอดตัวยาว พื้นผิวถนนที่ขรุขระทำให้รถกระแทกกระทั้นไปมาจนร่างของทั้งคู่โยกคลอนเข้าหากันตามแรงเหวี่ยง
ในจังหวะที่รถต้องหักหลบก้อนหินขนาดใหญ่บนทางลาดชัน กรณ์เหยียบเบรกกะทันหันจนส่งผลให้ร่างของพิมพ์รตาที่ไม่ได้ทันระวังตัวพุ่งถลาไปข้างหน้าอย่างแรง สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนาข้างหนึ่งละจากพวงมาลัยคว้าเข้าที่เอวบางของหญิงสาวไว้ทันท่วงที ดึงรั้งเข้ามาชิดแนบลำตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเธอไปกระแทกกับคอนโซลหน้ารถ
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเส้นผมสลวยลอยเข้าแตะจมูกของกรณ์ ขณะที่พิมพ์รตานิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มดั่งรัตติกาลของผู้กำกับหน้านิ่ง ที่บัดนี้ฉายแววความไหววานบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้เห็น
"เอ่อ... ขอบคุณครับ" พิมพ์รตาเอ่ยกระซิบเบาหวิว เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ ความมั่นใจและฝีปากกล้าเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม
กรณ์ไม่ตอบคำถาม เขายังคงตรึงร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างลืมตัว ปลายนิ้วเรียวที่แตะอยู่บริเวณเอวบางออกแรงกระชับแน่นขึ้นทีละน้อย ดวงตาคมกริบไล่สายมองลงมายังริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่
ทว่า... ก่อนที่เคมีอันร้อนแรงจะหลอมละลายทุกกฎเกณฑ์ เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
พิมพ์รตาสดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของกรณ์ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความตกใจ ขณะที่กรณ์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเลื่อนกระจกรถลงช้าๆ เพื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่ยืนขัดขวางช่วงเวลาสำคัญ
ร่างของหญิงสูงวัยท่าทางใจดีสวมหมวกงอบชาวสวน ยืนถือขันน้ำพลาสติกส่งยิ้มกว้างให้พวกเขาอยู่ข้างรถ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยสำเนียงท้องถิ่นอันเป็นกันเอง
"อ้าวดาราเอ้ย! มาถึงแล้วเรอะ ยายรอตั้งนาน สัญญาณโทรศัพท์ตรงนี้มันขาดๆ หายๆ พ่อหนุ่มธนัตถ์โทรมาบอกยายตั้งแต่เที่ยงแล้วว่าจะมีคู่รักข้าวใหม่ปลาปลามารับกุญแจห้องพัก... เชิญทางนี้เลยลูก เดี๋ยว比起ยายจะพาเดินไปดูบ้านพักริมผาที่วิวสวยที่สุดในย่านนี้!"
คำว่า **"คู่รักข้าวใหม่ปลามปลา"** หลุดออกมาจากปากของคุณยาย ทำเอาคนฟังทั้งสองคนถึงกับนิ่งค้าง ประสานสายตากันอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและกระแสไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใต้ความเงียบงัน
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด•ตอนที่ 23
ทริปตรวจโลเคชั่นสุดอลวน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!