"หากท่านอ๋องยังทรงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หม่อมฉันจะเอาแจกันหยกโบราณใบนี้นี่แหละ ฟาดลงบนพระเศียรที่เต็มไปด้วยความดื้อด้านของพระองค์ให้ดู!"
น้ำเสียงใสระคนความโกรธขึงกังวานก้องตำหนักส่วนตัว ทว่าคนถูกขู่กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของหลี่จวินหรงในชุดฉลองพระองค์สีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าจ้าวเฟยอินอย่างไม่เกรงกลัวคมแจกันในมือเรียวเลยสักนิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แววตาดุดันเยียบเย็นเช่นวันวาน แต่เป็นสายตาของ... ผู้ชายที่กำลังจนมุมต่างหาก
"เจ้ากล้าหรือ เฟยอิน" หลี่จวินหรงเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันที่เคลือบไว้ด้วยความเอ็นดูระคนเหนื่อยหน่าย "แจกันใบนั้นบรรพบุรุษราชวงศ์ซ่งเป็นผู้พระราชทาน หากเจ้าทำแตก ข้าเกรงว่าโทษทัณฑ์คงไม่ใช่แค่การกักบริเวณ แต่อาจหมายถึงเจ้าต้องชดใช้ด้วยการ... อยู่รับใช้ข้าไปตลอดชีวิต"
"เพ้อเจ้อ!" จ้าวเฟยอินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี นางถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง ทว่าบุรุษร่างสูงกลับใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวนางไว้ตรงกลาง ราวกับกรงทองขนาดย่อมที่ปิดตายทุกทางหนี "หม่อมฉันบอกแล้วไงคะว่าเราจบกันแล้ว! เรื่องระหว่างท่านกับหลิวซูเหม่ยจะไปตบแต่งกอดกันกลมบนเตียงไหนก็เชิญ ทำไมต้องมาตามตื๊อหม่อมฉันให้รกหูรกตาด้วย!"
คำว่า 'หลิวซูเหม่ย' หลุดออกมาพร้อมกับกระแสความน้อยเนื้อต่ำใจที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน ทว่ามันกลับไม่รอดพ้นโสตประสาทของท่านอ๋องผู้เจ้าเล่ห์
หลี่จวินหรงหรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม "อ๋อ... ที่แท้ก็หึง"
"ใครหึงท่านกัน! อย่ามาหลงตัวเองนะคะท่านอ๋อง!" เฟยอินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอาย นางเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีอกแกร่ง แต่มือบางกลับถูกรวบเอาไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่เขาจะรั้งร่างบางเข้ามาชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนจันทน์ประจำตัวโชยเข้าแตะจมูก จนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"เจ้าปากแข็งเก่งเสียจริงนะ" หลี่จวินหรงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแทบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม "วันนั้นเจ้าบอกให้ข้าไสหัวไปให้พ้นหน้า วันนี้ข้าก็มาแล้วไง... มาเพื่อฟังว่าเจ้าจะไล่ข้าอย่างไรอีก"
จ้าวเฟยอินชะงักไป ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่ง นางไม่เคยชินกับมุมนี้ของหลี่จวินหรงเลยสักครั้ง จากท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และถือตัวราวกับพญาอินทรี เหตุดูคล้ายว่าในยามนี้... เขากลับกลายร่างเป็นสุนัขตัวโตที่ยอมลดทิฐิทุกอย่างเพื่อมานั่งรอความเมตตาจากนางเสียแล้ว โบ้... ใช่ เขาช่างเหมือนสุนัขตัวใหญ่ที่ดื้อรั้นแต่คลั่งรักจนน่าหมั่นไส้!
"ปล่อยหม่อมฉันนะ..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของเขาไล้เกลี่ยเบาๆ บนพวงแก้มแดงระเรื่ออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ตุ๊กตาแก้วในอ้อมแขนจะแตกสลายคามือ
"ไม่ปล่อย" คำตอบห้วนสั้นแต่ทรงพลังทำเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออก หลี่จวินหรงถอนหายใจยาวเหยียด แววตาแข็งกร้าวในอดีตยามนี้กลับทอประกายเวทมนตร์บางอย่างที่ทำให้คนมองใจสั่นสะท้าน "ซูเหม่ยเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ฮองเฮาส่งมาจับตาดูข้า เจ้าก็รู้ดี... เหตุใดจึงยังเอาเรื่องนี้มาประชดประชันข้าอีก"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่หม่อมฉันต้องมานั่งรับรู้เรื่องหมากเกมการเมืองของท่านด้วยล่ะคะ?" เฟยอินเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ยังคงกุมมือของนางไว้แน่น "ในเมื่อท่านเลือกที่จะหยิบยื่นความสนิท
สนมให้1นาทีกับนางต่อหน้าหม่อมฉัน... มันก็เท่ากับท่านเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหม่อมฉันไปแล้ว!"
หลี่จวินหรงนิ่งงันไป เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นในอกทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า... ต่อให้เขามีอำนาจล้นฟ้า สยบได้ทั้งแคว้น แต่เขากลับพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้นี้อย่างไร้ทางสู้
ร่างสูงตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทำ... หลี่จวินหรงค่อยๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นพรมหนานุ่มท่ามกลางความตกตะลึงของจ้าวเฟยอิน ดวงตาคมเข้มแหงนมองสตรีในดวงใจด้วยความเว้าวอนอย่างที่สุด
"ท่านอ๋อง! ทะ... ทำอะไรน่ะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะเพคะ!" เฟยอินตกใจจนแทบสิ้นสติ สัญชาตญาณทำให้พยายามดึงมือออกจากการกุม แต่เขากลับยิ่งจับแน่นขึ้น
"ข้าไม่ลุก" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างดื้อรั้น ไร้ซึ่งมาดของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์โดยสิ้นเชิง "หากการคุกเข่าขอขมาจะทำให้สตรีปากร้ายคนนี้หายโกรธ ต่อให้ต้องก้มหัวให้ฟ้าดิน ข้าก็ยอมทำ... เฟยอิน ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรปล่อยให้ซูเหม่ยเข้ามาใกล้ตัวในวันที่ไม่มีเจ้าอยู่ข้างกาย ข้าขอโทษ"
ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน จ้าวเฟยอินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างดั่งหินผาถูกความจริงใจที่ดุดันและไร้ฟอร์มของคนตรงหน้ากัดเซาะจนเริ่มพังทลายลงทีละน้อย นางมองบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดมาคุกเข่าอยู่แทบเท้า... ภาพนี้ช่างเหนือความคาดหมายเสียจนนางตั้งรับไม่ถูก
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำและหยาดเยิ้มจนคนอ่านต้องจิกหมอน...
*ปัง!*
ประตูไม้แกะสลักวิจิตรของตำหนักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงร้องระลึกตกใจของนางกำนัลหน้าห้องก็ดังแทรกเข้ามา
"ท่านอ๋องเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! ทางตำหนักบูรพา... องค์รัชทายาททรง..."
หลี่จวินหรงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขีดสุด เขายังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฟยอิน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปตวาดไล่ข้ารับใช้ด้านนอก จ้าวเฟยอินกลับเป็นฝ่ายหน้าถอดสีเมื่อได้ยินชื่อ 'ตำหนักบูรพา' นางรีบก้มลงมองหน้าท่านอ๋องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกสุดขีด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินใน1บรรทัดนี้นะคะ เสี่ยวเถาฮวาขอตัวไปจิกหมอนรอตอนต่อไปก่อนนะคะ!
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 25
ท่านอ๋องกลายเป็นโบ้
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!