ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 26

ความจริงที่ถูกซ่อน

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"เจ้าว่าอย่างไรนะ..." น้ำเสียงของจ้าวเฟยอินขาดห่วงไปในลำคอ ราวกับมีก้อนสะอื้นอั้นตันอยู่ตรงนั้น ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยและเต็มไปด้วยความพยศบัดนี้ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางสั่นเทิ้มเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ความเย่อหยิ่งและท่าทีต่อปากต่อคำที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด หลี่จวินหรงที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้านางชะงักกึก ความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยอย่างเฉียบพลัน ดวงเนตรคมกราบกวาดมองปฏิกิริยาของสตรีในอ้อมกอดทางสายตาด้วยความระแวดระวัง เขารู้จักจ้าวเฟยอินดี นางไม่ใช่สตรีที่จะแสดงความอ่อนแอหรือหวาดกลัวใครง่ายๆ ต่อให้เอาคมดาบมาจ่อคอ นางก็ยังมีหน้ามายิ้มเยาะใส่ได้ แต่ยามนี้... แค่ได้ยินชื่อ 'ตำหนักบูรพา' เหตุใดนางจึงดูเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายเช่นนี้เล่า? "หม่อมฉัน..." เฟยอินพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก นางรีบหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างจับผิด เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นพร่า "ท่านอ๋อง... ปล่อยหม่อมฉันก่อนเพคะ เรื่องเมื่อครู่... ถือว่าเราไม่เคยพูดกัน" "คิดจะเปลี่ยนเรื่องง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ?" หลี่จวินหรงไม่เพียงไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้วงแขนแกร่งรวบเอวคอดของนางให้แนบชิดยิ่งขึ้นไปอีก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่องที่ตอนนี้เย็นเฉียบ ปลายจมูกโด่งรั้นคลอเคลียอยู่ใกล้ผิวเนียน แต่น้ำเสียงของเขากลับเยือกเย็นและดุดันจนน่ากลัว "เมื่อครู่เจ้ายังปากเก่งใส่เราอยู่เลย เหตุใดพอได้ยินชื่อตำหนักบูรพา สีหน้าของเจ้าจึงเปลี่ยนไปราวกับเห็นผีสางเช่นนั้นเล่า, เฟยอิน?" "มันไม่เกี่ยวกับพระองค์..." "ทุกเรื่องที่เป็นของเจ้า ล้วนเกี่ยวกับเราทั้งสิ้น!" หลี่จวินหรงตวาดก้อง ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด เขาไม่ใช่คนโง่เง่าที่จะมองไม่ออกว่าสตรีผู้นี้กำลังปกปิดความลับบางอย่างที่มีเดิมพันสูงยิ่ง ยิ่งนางพยายามบ่ายเบี่ยง เขายิ่งอยากขุดคุ้ยขึ้นมาตีแผ่ให้หมดเปลือก มือหนาละจากเอวบาง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำครึที่ตกอยู่บนพื้นข้างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ข้ารับใช้ด้านนอกต้องบุกเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ หลี่จวินหรงคลี่มันออกช้าๆ สายตาคมกวาดมองตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือตวัดตวัดอย่างเร่งรีบ ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปถึงช่วงท้ายของจดหมาย ร่างสูงก็ต้องชะงักกึก สันจมูกโด่งคมสันย่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจระคนเคร่งเครียด นั่นคือตราประทับ... ตราประทับลับของราชองครักษ์ประจำตำหนักบูรพา! จ้าวเฟยอินเหลือบไปเห็นม้วนกระดาษในมือเขา หัวใจของนางกระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงไปถึงตาตุ่ม สติสัมปชัญญะแทบหลุดลอย นางพุ่งตัวเข้าแย่งมันทันทีอย่างลืมตัว "คืนมานะเพคะ! เอาคืนมาให้หม่อมฉัน!" "เปรี้ยง!" หลี่จวินหรงเพียงแค่ยกแขนอีกข้างขึ้นกั้น ร่างบางก็ชนเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำให้จดหมายในมือกระเด็นออกห่างเล็กน้อย แต่เขากลับใช้มืออีกข้างรวบจับข้อมือทั้งสองของนางไขว้หลังไว้ได้อย่างรวดเร็วด้วยความว่องไวแบบฝึกหัดยุทธ์ "ปล่อยนะ! หลี่จวินหรง ท่านไม่มีสิทธิ์มาค้นของๆ ข้า!" เฟยอินดิ้นรนสุดกำลัง ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความโกรธและคับแค้นใจ น้ำตาคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา นางจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น "ท่านมันคนเผด็จการ! คนสารเลว!" "ใช่... ข้ามันสารเลว!" หลี่จวินหรงคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว ไอสังหารแผ่ออกมาจากรอบตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "แต่คนสารเลวคนนี้แหละที่จะกระชากหน้ากากความลับที่ครอบครัวตระกูลจ้าวของเจ้าซ่อนเอาไว้!" สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ก้มลงหยิบม้วนกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง สายตาคมกวาดอ่านเนื้อหาข้างในอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของเฟยอินที่พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการพันُธนาการ ข้อความในจดหมายระบุชัดเจนถึงการติดต่อลับๆ ระหว่าง 'ใครบางคน' ในตระกูลจ้าว กับ 'องค์รัชทายาท' แห่งตำหนักบูรพา! เนื้อความกล่าวถึงการส่งมอบบัญชีลับการค้าเกลือเถื่อนและการโยกย้ายกำลังพลชายแดน เพื่อแลกกับการล้มล้างอำนาจของท่านอ๋องผู้เป็นอนุชา! บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งคู่ หลี่จวินหรงเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาดำขลับคู่นั้นว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ ความผิดหวัง ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังพรั่งพรูเข้ามาในอกจนจุกแน่น "ตระกูลจ้าว... ขายชาติเพื่ออำนาจ" หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและไร้ซึ่งความรู้สึก "และเจ้า... จ้าวเฟยอิน เจ้าก็เป็นหนึ่งในหมากตัวสำคัญที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อสอดแนมข้าในจวนอ๋องอย่างนั้นสินะ?" "ไม่ใช่..." เฟยอินส่ายหัวช้าๆ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของนางสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ไม่ใช่แบบนั้นนะเพคะ... ท่านอ๋อง ฟังหม่อมฉันก่อน..." "มีอะไรให้ฟังอีกเล่า?" หลี่จวินหรงบีบปลายคางมนของนางให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้นางรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวของเขา "หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังมีหน้ามาแก้ตัวอีกหรือ? เจ้าแต่งเข้ามาในจวนอ๋องเพื่อทำภารกิจนี้สินะ? ดี... ดีจริงๆ! ข้าเกือบจะหลงเชื่อความพยศและแววตาอวดดีของเจ้าไปเสียสนิท!" "ท่านไม่มีทางเข้าใจหรอก..." เฟยอินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก นางไม่ได้กลัวตาย แต่นางกลัวว่าเขาจะมองนางเป็นคนทรยศ กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งจะพังทลายลงในพริบตา "ถ้าท่านรักศักดิ์ศรีของท่าน ครอบครัวของหม่อมฉันก็มีสิ่งที่ต้องปกป้องเช่นกัน...!" "ปกป้องด้วยการขายแผ่นดินให้ตำหนักบูรพาน่ะหรือ?!" หลี่จวินหรงตะคอกใส่หน้า นางอย่างเหลืออด แรงบีบที่คางเพิ่มขึ้นจนเกิดรอยแดงจางๆ "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยตระกูลจ้าวไปอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!" เพล้ง! เสียงข้าวของตกแตกกระจายที่ด้านนอกห้องโถงขัดจังหวะการปะทะคารมอันดุเดือด ทั้งสองชะงักและหันไปมองทางประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ เงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นลางๆ ผ่านม่านโปร่งแสง กลิ่นหอมฉุนของแป้งผัดหน้าลอยเข้ามาแตะจมูก หลิวซูเหม่ย ค่อยๆ ก้าวเข้ามาด้านในด้วยท่าทางตกอกตกใจ แสร้งทำเป็นยกมือทาบอก ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพของทั้งคู่ที่กำลังแนบชิดกันด้วยความอิจฉาริษยาที่ฉาบไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน "ทะ... ท่านอ๋องเพคะ" หลิวซูเหม่ยเอ่ยเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็นก้มลงมองพื้น "หม่อมฉันแค่นำน้ำชามาให้ เพราะได้ยินเสียงดังเล่าลือจากด้านนอก... นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเพคะ? เหตุใดพระชายาจึงทรงกันแสงเช่นนั้น หรือว่า..." นางเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบไปยังม้วนกระดาษในมือของท่านอ๋องที่ยังคงกางอยู่ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว "หรือว่า... สิ่งที่คนเขาลือกันทั่วเมืองหลวง ว่าตระกูลจ้าวกำลังสมรู้ร่วมคิดกับตำหนักบูรพาจะเป็นความจริงเพคะ?!" จ้าวเฟยอินหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซูเหม่ย นางรู้ทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้กำลังเลวร้ายถึงขีดสุด หลุมพรางที่ถูกขุดขึ้นมาไม่ได้มีแค่แผ่นเดียว แต่มันกำลังจะฝังพวกนางทั้งตระกูลให้จมดิ่งลงสู่ห้วงมหรรณพ! หลี่จวินหรงหันกลับมามองสตรีในอ้อมกอดอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งงันที่น่ากลัวยิ่งกว่า บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก นิ้วเรียวแกร่งกำม้วนกระดาษในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ "ซูเหม่ย... ออกไปก่อน" หลี่จวินหรงเอ่ยเสียงเรียบ โดนไม่ละสายตาไปจากใบหน้าซีดเผือดของเฟยอินแม้แต่น้อย "แต่ว่าท่านอ๋อง..." "ข้าบอกให้ออกไป!" เสียงตวาดกร้าวทำให้หลิวซูเหม่ยสะดุ้งโหยง นางรีบย่อกายถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเหล่มองเฟยอินด้วยแววตาสสมเพชเวทนา แล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอย่างไม่กล้าขัดคำสั่ง ประถูกปิดลงอย่างเงียบงัน ทิ้งให้ภายในห้องเหลือเพียงความกดดันที่หนาแน่นจนแทบปริแตก หลี่จวินหรงก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเฟยอิน น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและเย็นยะเยือกจนขนลุกซู่ "ในเมื่อหลักฐานมันคาตา และสตรีสารเลวผู้นั้นก็รู้เรื่องนี้แล้ว... เจ้ายังมีคำแก้ตัวอะไรจะพูดอีกไหม, พระชายาของข้า?" เฟยอินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก นางรู้ดีว่าหากตอบผิดแม้แต่คำเดียว ชีวิตของบิดาและคนในตระกูล รวมถึงตัวนางเองจะต้องจบสิ้นลงในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน แต่นางจะยอมสารภาพความจริงทั้งหมดให้เขาฟังตอนนี้ไม่ได้... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในยามที่เขากำลังโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดเช่นนี้! ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หยาดน้ำตาจะยังคงคลอเบ้าอยู่ก็ตาม ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะเอ่ยคำพูดบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล— "ถ้าหม่อมฉันบอกว่า... ทุกอย่างในจดหมายนั่นเป็นเรื่องโกหก... พระองค์จะทรงเชื่อไหมเพคะ?" __________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความแซ่บของท่านอ๋องและน้องเฟยอินนะคะ! บทหน้าเตรียมจิกหมอนขาดกระจุยได้เลยค่ะ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%