ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 27

จะอยู่หรือจะไป

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
หมึกสีดำหยดสุดท้ายบนกระดาษแผ่นนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ ปลายพู่กันในมือของจ้าวเฟยอินก็ถูกปลายนิ้วหนาของอีกฝ่ายบีบตรึงไว้จนก้านไม้แทบหักคามือ “เจ้ากล้าพูดคำนี้ซ้ำอีกครั้งสิ จ้าวเฟยอิน” สุ้มเสียงของหลี่จวินหรงต่ำทุบ ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้คนฟังหายใจไม่อิ่มท้อง นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความหวั่นไหวที่เขาพยายามปกปิดอย่างสุดชีวิต เฟยอินไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวราวกับกลองศึกจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครงก็ตาม “หม่อมฉันบอกว่า... ทุกอย่างในจดหมายฉบับนั้น เป็นเรื่องโกหกเพคะ ท่านอ๋อง” นางเน้นย้ำทีละคำ ชัดเจน ราวกับจงใจกรีดลงไปบนความอีหลักอีเหลื่อในใจของเขา “ทั้งความเกลียดชัง ทั้งสัญญาหย่าร้าง และการที่หม่อมฉันอยากหนีไปให้พ้นจากขุมนรกแห่งนี้... ล้วนเป็นเรื่องที่หม่อมฉันกุขึ้นมาทั้งสิ้น!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรชั่วขณะ กลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้าปะทะเข้ากับความดื้อรั้นในแววตากลมโตของหญิงสาวราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้าหากัน หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้ซุ่มเสียง จนร่างบางต้องถอยหลังไปชนเข้ากับชั้นตำราด้านหลัง ไหล่มนถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงบีบที่หัวไหล่นั้นไม่ได้ถึงกับรุนแรงจนเจ็บปวด แต่กลับเต็มไปด้วยการแสดงออกถึงการควบคุมและความหวาดกลัวที่จะสูญเสียบางสิ่งไปอย่างไม่น่าเชื่อ “โกหกงั้นหรือ?” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจันทน์หอมจางๆ ห้อมล้อมร่างนางไว้ทุกทิศทาง “เจ้าคิดว่าจวนอ๋องแห่งนี้เป็นโรงงิ้วหรืออย่างไร จ้าวเฟยอิน? นึกอยากจะเขียนบทอะไรขึ้นมาตบหน้าเปิ่นหวางก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ!” “แล้วท่านอ๋องคิดว่าหม่อมฉันควรจะทำอย่างไรเล่าเพคะ?” เฟยอินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาระยิบระยับด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่นางพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมาประจานความอ่อนแอ “ในเมื่อท่านเอาแต่ผลักไส ไล่ให้หม่อมฉันไปให้พ้นหน้าทุกวัน ซ้ำยังคอยปกป้องอนุหลิวผู้นั้นราวกับนางเป็นไข่ในหิน... ท่านต้องการให้หม่อมฉันกราบกรานอ้อนวอนขอความเมตตาจากท่าน ทั้งที่หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะเพคะ!” คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางต้องทนรับมือกับสายตารังเกียจ เล่ห์เหลี่ยมแพรพราวของผู้หญิงคนอื่น และความเย็นชาไร้หัวใจของสามีในนามผู้นี้ นางอดทนมามากพอแล้ว และในวินาทีนี้... นางเลือกที่จะเดิมพันทุกอย่างด้วยหัวใจที่เหลืออยู่ “ถ้าหม่อมฉันบอกว่า ที่เขียนจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา ก็เพราะต้องการดูว่า... ท่านจะรู้สึกรู้สาอะไรบ้างกับความตายของหม่อมฉัน... ท่านจะโกรธ หรือท่านจะสะใจมากกว่ากันล่ะเพคะ!” คำสารภาพที่หลุดจากปากนางทำให้หลี่จวินหรงถึงกับชะงัก ลมหายใจของบุรุษผู้ทรงอำนาจสะดุดกึก นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ความโกรธเกรี้ยวที่เคยคุกรุ่นเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่า เขามองสตรีตรงหน้า... สตรีผู้ซึ่งฉลาดเป็นกรด ปากเก่งไม่เคยยอมใคร แต่เวลานี้กลับมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่หน่วยตาคู่สวยอย่างน่าสงสาร หัวใจของหลี่จวินหรงกระตุกวูบราวกับถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำๆ ที่แท้... นางไม่ได้อยากไปจากเขา ที่แท้... ทั้งหมดเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีที่โง่เง่าที่สุดในสายตาเขา แต่มันกลับบีั้นทอนหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย “เจ้า... กล้าดียังไงเอาชีวิตของตัวเองมาล้อเล่นแบบนี้” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่า ความดุดันเมื่อครู่มลายหาย เหลือเพียงความสั่นเครือที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้ “แล้วท่านอ๋องเล่าเพคะ... กล้าดียังไงมาทำร้ายความรู้สึกของหม่อมฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เฟยอินสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาแตะลงบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยนั้นทำให้นางเกือบจะกลั้นก้อนสะอื้นไว้ไม่ไหว “เปิ่นหวางไม่ได้...” หลี่จวินหรงพยายามจะแก้ตัว แต่กลับถูกนิ้วเรียวเล็กของนางยกขึ้นมาแตะริมฝีปากหนาไว้เพื่อห้ามคำพูดเหล่านั้น “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเพคะ...” เฟยอินหลับตาลงเบื้องหน้าความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ “หม่อมฉันเหนื่อยแล้ว... ไม่ว่าจะอยู่หรือจะไป นับจากวันนี้ หม่อมฉันจะไม่ขอร้องอะไรจากท่านอีกแล้วเพคะ ท่านอ๋อง” นางเบี่ยงตัวหลบจากอ้อมแขนที่กักขัง ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องทรงอักษรแห่งนี้ เพื่อจบเกมความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างมีแต่บาดแผล แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะได้สัมผัสกับบานประตูไม้แกะสลัก ข้อมือเรียวกลับถูกกระชากกลับด้วยแรงมหาศาล ร่างทั้งร่างถูกดึงกลับเข้าสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคยในเสี้ยววินาที หลี่จวินหรงรวบเอวบางไว้แน่นด้วยแขนข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างช้อนกกศีรษะนางไว้แนบอก แผ่นอกกว้างของเขาสั่นสะท้อนตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นส่ำ กลิ่นกายบุรุษและลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดอยู่เหนือกลุ่มผมนุ่มทำให้เฟยอินแข็งค้างไปชั่วขณะ “ใครอนุญาตให้เจ้าไป” เสียงกระซิบพร่าทุบดังอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเผด็จการ “เจ้าคิดว่าจวนอ๋องแห่งนี้เป็นหอคอยที่เจ้านึกจะเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้งั้นรึ จ้าวเฟยอิน?” “ปล่อยนะเพคะ! ท่านอ๋อง... อื้ม!” คำประท้วงที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาทาบทับอย่างไร้การAยยั้ง รสจุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอนอย่างน่าประหลาด หลี่จวินหรงบดเบียวนริมฝีปากลงมาราวกับต้องการสูบ วิญญาณและความดื้อรั้นทั้งหมดออกไปจากร่างนาง ปลายลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน มือหนาข้างหนึ่งรั้งเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงใบหน้านางไว้ให้รับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ เฟยอินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด นางพยายามจะทุบตีอกเขาเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ หัวใจทรยศเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก รสจุมพิตที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และแฝงไปด้วยความหึงหวงทำให้ร่างบางอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและเคมีที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงความร้อนรนของอนุภรรยาผู้ไม่เคยรู้จักกาลเทศะดังแทรกเข้ามาในความเงียบ “ท่านอ๋องเพคะ! หม่อมฉันซูเหม่ยเองเพคะ... ได้ยินว่าท่านทรงกริ้วพระชายา หม่อมฉันเป็นห่วง เกรงว่าพระชายาจะทรงทำเรื่องไม่เหมาะสม จึงนำน้ำชาต้มโสมมาถวายเพคะ!” สิ้นเสียงนั้น ร่างของหลี่จวินหรงก็ผละออกจากริมฝีปากนางช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังฉายแววคลั่งรักและปรารถนาล้นปรี่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันดั่งพายุร้ายในชั่วพริบตา เขาก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ยังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าข้างใบหู “ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้... แล้วรอดูว่า เปิ่นหวางจะจัดการกับ ‘งูพิษ’ ตัวนี้อย่างไร” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "เสี่ยวเถาฮวา" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%