เพล้ง!
ถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามราคาแพงระยับถูกปัดร่วงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด น้ำชาสีอำพันร้อนกรุ่นกระเด็นเปื้อนชายอาภรณ์ปักดิ้นทอง ทว่าไม่มีผู้ใดในห้องทรงอักษรกล้าส่งเสียงหายใจดังเกินกว่าปกติ
จ้าวเฟยอินยืนนิ่ง ตัวสั่นระริกด้วยความโกรธที่อัดอั้นจนจุกอก ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่นางเลือกที่จะเงยหน้าสบตากับบุรุษร่างสูงที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
"หม่อมฉันคงเป็นได้แค่นายบำเรอที่ท่านอ๋องทรงซื้อมาเพื่อระบายความหงุดหงิดกระมัง ถึงได้ไร้ค่าไร้สิทธิ์แม้แต่จะออกความเห็นในเรื่องของจวนหลังนี้!" น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอ่ยเย้าแหย่อย่างถือดี บัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
หลี่จวินหรงขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองร่างบางที่ยืนหยัดสู้สายตาเขาอย่างดื้อรั้น เขากำมือเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหึงหวงบ้าคลั่งที่ตีรวนอยู่ในอกถูกกดทับไว้ด้วยความปากแข็งและทิฐิอันสูงส่ง
เขากลัว... กลัวเหลือเกินว่าหากแสดงความอ่อนแอหรือความรักที่มีต่อนางออกไป นางจะได้ใจและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
"เจ้าเข้าใจสถานะของตนเองก็ดีแล้วนี่ จ้าวเฟยอิน!" หลี่จวินหรงเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเย็นชาไร้ความปรานีที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกปิดหัวใจที่กำลังร้าวราน "อย่าลืมว่าเจ้าก้าวเข้ามาในจวนอ๋องด้วยฐานะอะไร อย่าได้อาจเอื้อมทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเรือนหลังนี้ให้มากนัก"
คำพูดราคมมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจของหญิงสาว บาดแผลที่นางพยายามเยียวยาด้วยความใกล้ชิดพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกน้อยใจที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นรอยยิ้มหยันบนเรียวปากบาง
"เพคะ... หม่อมฉันมันก็เป็นแค่สินค้าแลกเปลี่ยนที่ต่ำต้อย ไร้ค่าในสายตาของท่านอ๋องอยู่แล้ว!" เฟยอินแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา หยดใสๆ เอ่อล้นไหลรินอาบแก้วลากผ่านผิวเนียนนian "หม่อมฉันมันโง่เองที่เผลอคิดไปว่า... ท่านอ๋องจะหลงเหลือความจริงใจให้บ้าง"
นางสะบัดหน้าหนี หมุนตัวเตรียมก้าวเดินหนีออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียจะแตะโดนบานประตูไม้แกะสลัก ร่างสูงใหญ่ของคนปากแข็งก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งดึงรั้งให้นางต้องหันกลับมาประจันหน้ากันอีกครั้ง
"ปล่อยนะเพคะ!" เฟยอินสะบัดแขนหนีสุดแรงเกิด ยิ่งเขาใจร้ายกับนางมากเท่าไหร่ ความพยองในศักดิ์ศรีก็ยิ่งกรีดร้องให้นางต้องเข้มแข็ง "ท่านอ๋องอยากจะพูดจาทำลายจิตใจหม่อมฉันอีกสักกี่ครั้งกัน ถึงจะพอใจ!"
"ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้าไป!" หลี่จวินหรงตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ร่างสูงก้าวเข้าประชิดจนเฟยอินต้องถอยหลังก้นชนกับบานประตู ปิดตายทางหนีทีไล่ของนางจนหมดสิ้น ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิดที่อันตราย
"แล้วท่านอ๋องต้องการอะไรจากหม่อมฉันอีกเล่า! อยากจะเห็นหม่อมฉันกราบกรานร้องขอความเมตตาจากท่านอย่างนั้นหรือ?" เฟยอินเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม นางไม่ยอมหลบสายตา แม้หัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบหยุดเต้น "ถ้าท่านเกลียดชังหม่อมฉันนัก ทำไมไม่หย่าขาดแล้วไล่หม่อมฉันออกไปเสียล่ะ จะเก็บไว้ทรมานเล่นทำไม!"
คำว่า 'หย่าขาด' กระแทกเข้าโสตประสาทของท่านอ๋องหนุ่มอย่างจัง ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ หลี่จวินหรงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความหวาดกลัวสายหนึ่งวาบผ่านก้นบึ้งนัยน์ตาคมกริบ ก่อนที่มันจะถูกกลบฝังด้วยโทสะอันรุนแรง
"คิดจะหย่าแล้วไปหาบุรุษอื่นอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ!" เขาคำรามต่ำในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นตรึงคางมนของนางให้เงยรับสัมผัส ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล่คราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างลืมตัว แรงอารมณ์ที่ปะปนกันระหว่างความโกรธและความโหยหาทำให้ลมหายใจของเขาสั่นสะท้อน "ต่อให้เจ้าตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ร่างไร้วิญญาณของเจ้าไปจากจวนนี้เด็ดขาด จ้าวเฟยอิน!"
เฟยอินสะท้านเฮือกกับประกายไฟในดวงตาของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ทว่านางยังคงดื้อดึง เชิดหน้าขึ้นท้าทายทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า "ท่านอ๋องมันใจร้าย... ปากบอกว่าเกลียด แต่ทำตัวเหมือนคนบ้า..."
"ใช่! ข้ามันบ้า ข้าบ้าเพราะเจ้าคนเดียว!" หลี่จวินหรงตะคอกกลับด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานาน เขาโน้มใบหน้าลงมาหมายจะปิดริมฝีปากอวดดีที่คอยแต่จะยั่วโมโหเขาให้เงียบเสียงลงด้วยวิธีของตนเอง
ทว่า...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความร้อนรุ่มอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ตามด้วยเสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดีดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันซูเหม่ยเองเพคะ... ได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน หม่อมฉันเป็นห่วง เกรงว่าท่านอ๋องจะทรงกริ้วพระชายา..."
บรรยากาศในห้องทรงอักษรดิ่งวูบลงในพริบตา หลี่จวินหรงชะงักกึก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเฟยอินเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมคายหลุบมองพระชายาของตนที่ตอนนี้แววตาตัดพ้อเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง
เฟยอินแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางใช้สองมือดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่างอย่างง่ายดายโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงที่เอמהออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
"ดูท่า... อนุหลิวคงจะเป็นห่วงท่านอ๋องมากจริงๆ นะเพคะ" เฟยอินปาดน้ำตาลวกๆ แล้วเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มประชดประชัน "หม่อมฉันไม่รบกวนเวลาสวีทของท่านอ๋องกับคนโปรดแล้ว เชิญท่านเปิดประตูต้อนรับนางตามสบายเถอะเพคะ!"
พูดจบ นางก็เบี่ยงตัวหลบเตรียมจะเดินผ่านเขาไปทางประตูอีกด้าน ทว่าในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปเปิดออก ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยฝีมือของคนภายนอกที่ใจร้อนเสียก่อน!
ร่างอรชรของหลิวซูเหม่ยในชุดอาภรณ์สีชมพูหวานหยดย้อยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อสบเข้ากับสภาพอันน่าตกใจของคนทั้งคู่!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาฟิน (และตับพัง) ไปด้วยกันนะคะ! ทีมงานเสี่ยวเถาฮวาเตรียมทิชชูไว้ซับน้ำตาให้ตอนหน้าได้เลยค่ะ! ❤️
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 24
ไม่รักก็อย่าร้าย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!