กลิ่นควันไฟและไอร้อนของเครื่องเทศราคาแพงลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวใหญ่ท้ายจวนอ๋อง ทว่าบรรยากาศรอบกายจ้าวเฟยอินในยามนี้กลับมิได้อบอุ่นตามกลิ่นอาหาร นางกำลังยืนถือทัพพีไม้แน่นจนข้อนิ้วเรียวขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังหม้อตุ๋นยาและเนื้อตุ๋นซอสถั่วเหลืองที่กำลังเดือดปุดๆ ราวกับมันคือศัตรูตัวฉกาจที่นางต้องเอาชนะให้ได้ในคืนนี้
ภาพแผ่นหลังของหลี่จวินหรงที่ก้าวเดินตามหลิวซูเหม่ยไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อยามบ่าย ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึก แม้ริมฝีปากบางจะเชิดขึ้นด้วยความถือดี และนางพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าบุรุษมักมากในกามารมณ์เช่นนั้นจะไปไหนก็เรื่องของเขา หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเชลยรับใช้ที่ถูกซื้อตัวมาอย่างนางไม่ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับร้อนรุ่มราวกับมีถ่านไฟสุมอยู่ข้างใน
*‘อยากไปหาแม่นางหลิวผู้นั้นนักใช่ไหม? ได้... งั้นคืนนี้ข้าจะทำให้ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง!’*
เฟยอินแค่นหัวเราะในลำคอ นางปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าสวยด้วยหลังมืออย่างไม่เกรงกลัวความเลอะเทอะ ก่อนจะหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักน้ำซุปสีอำพันขึ้นเป่าเบาๆ แล้วชิมรสชาติ
"อืม... เค็มไปนิด แต่รับรองว่าเผ็ดร้อนถึงใจแน่นอนเพคะท่านอ๋อง" นางพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ ในเมื่อเขาเลือกที่จะเดินออกไปหาสตรีที่เอาแต่ใจอ่อนหวานมารยา นางก็จะใช้เสน่ห์ปลายจวักนี่แหละ ฟาดหน้าเขาให้ชาไปถึงขั้วหัวใจ!
ผ่านไปชั่วก้านธูป อาหารหอมกรุ่นสี่อย่างถูกจัดเรียงลงบนถาดไม้ลงรักปิดทองอย่างประณีต เฟยอินในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่เปื้อนคราบเขม่าควันเล็กน้อย เดินถือถาดอาหารมุ่งตรงไปยังเรือนพักส่วนตัวของท่านอ๋องด้วยฝีเท้ามั่นคง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนท้าทาย
เมื่อมาถึงหน้าประตูเรือนใหญ่ นางพบว่าบานประตูไม้แกะสลักปิดสนิท ทว่ากลับมีเสียงพูดคุยแว่วออกมาเบาๆ
"ท่านอ๋องเพคะ ดื่มสุชooนี้สักจอกนะเพคะ ซูเหม่ยเป็นคนอุ่นเองด้วยความตั้งใจ..." เสียงหวานหยดย้อยของหลิวซูเหม่ยดังลอดออกมา พร้อมกับเสียงหัวทุ้มต่ำนุ่มนวลของหลี่จวินหรงที่ตอบรับเบาๆ
เฟยอินเม้มปากแน่น ความรู้สึกแปลบปลาววิ่งพล่านขึ้นมาในอก นางไม่รอให้บ่าวไพร่หน้าห้องได้รายงานตัว มือเรียวผลักบานประตูไม้เปิดผางเข้าไปทันทีเสียงดัง *ปัง!* จนคนทั้งคู่สะดุ้ง
ภายในห้องโถง หลี่จวินหรงกำลังนั่งพิงกายอยู่บนเก้าอี้พนักสูงตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองมาที่ผู้บุกรุกทันที ด้านข้างของเขามีหลิวซูเหม่ยที่กำลังถือไหสุราด้วยท่าทางตกใจระคนขัดเคือง
"จ้าวเฟยอิน! เจ้าบังอาจนัก กล้าบุกรุกเข้ามาในเรือนส่วนตัวยามวิกาลอย่างไรมารยาท!" หลิวซูเหม่ยรีบวางไหสุราลงแล้วลุกขึ้นชี้หน้าต่อว่าทันที "ที่นี่ไม่ใช่ห้องครัวของเจ้า อยากเข้ามาก็พรวดพราดเข้ามาหรือไร ไร้การอบรมสิ้นดี!"
เฟยอินไม่ได้ชายตาแลอนุภรรยาตัวแสบแม้แต่น้อย ร่างระหงก้าวเดินเข้าไปด้านในอย่างสง่างามราวกับนางพญา แม้ชุดที่สวมใส่จะมอมแมม แต่วัยสาวและแววตาทระนงกลับทำให้คนมองต้องตะลึง นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังสนั่น จนจานกระเบื้องสั่นระริก
"มารยาทหรือเพคะ? หม่อมฉันเป็นถึงอนุภรรยาที่ท่านอ๋องทรงซื้อมาด้วยตั๋วเงินจำนวนมหาศาล ย่อมมีสิทธิ์มาดูแล 'สามี' ของตนเองในยามค่ำคืนมิใช่หรือเพคะ หรือว่าที่นี่ต้อนรับได้แค่คนบางคนที่คอยแต่จะออดอเซาะขอเศษความเมตตา?" เฟยอินลากเสียงยาวด้วยรอยยิ้มเยาะ พลางปรายตามองหลิวซูเหม่ยที่หน้าถอดสี
"เจ้า! นังสารเลว ปากดีนักนะ!" หลิวซูเหม่ยกรีดร้องด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเฟยอินที่บังAอาจมาหยามเกียรติ
"หยุดนะ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนเย็นเยียบ หลิวซูเหม่ยชะงักมือค้างกลางอากาศ นางหันไปมองหลี่จวินหรงด้วยแววตาออดอ้อนหวังให้เขาจัดการ
"ท่านอ๋องเพคะ ดูนางส녀สิเพคะ ไร้ความเคารพต่อหม่อมฉันไม่พอ ยังบังอาจเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเราอีก ไล่นางออกไปเถอะนะเพคะ!" หลิวซูเหม่ยรีบเข้าไปซบแขนแกร่งพร้อมกับทำเสียงสะอื้นฮัก
หลี่จวินหรงไม่ได้ผลักไส แต่นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬกลับละจากสตรีข้างกาย เลื่อนกลับมาจ้องมองใบหน้างามที่เปื้อนเขม่าควันของจ้าวเฟยอินนิ่งนาน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะคาดเดา
"เจ้าบอกว่า... มาดูแลสามีอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
"เพคะ หม่อมฉันเห็นว่าท่านอ๋องเสด็จไปรับประทานอาหารนอกเรือนกับ... คนอื่น อาจจะไม่ถูกปาก เกรงว่าพระองค์จะทรงประชวรด้วยอาหารเป็นพิษเสียก่อน จึงอุตส่าห์เข้าครัวลงมือทำ 'อาหารมื้อพิเศษ' นี้ด้วยมือของตัวเอง" เฟยอินเชิดหน้าตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามยามที่สบเข้ากับดวงตาดุคู่นั้น
นางใช้ปลายนิ้วเรียวเปิดฝาหม้อตุ๋นออก กลิ่นหอมฉุยของสมุนไพรจีนผสมผสานกับเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มก็พวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องทันที กลิ่นอبيชวนให้น้ำลายสอจนหลิวซูเหม่ยถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"ลองชิมดูสเพคะ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... กล้าพอที่จะกินฝีมือ 'เชลย' อย่างหม่อมฉันไหมล่ะเพคะ?" เฟยอินท้าทาย นางตักน้ำซุปใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเขา พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ครบถ้วน
หลี่จวินหรงหรี่ตามองถ้วยน้ำซุปสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่ท้าทายเขาอย่างไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะปรายตามองหลิวซูเหม่ยแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้เยื่อใย
"เจ้าออกไปก่อน ซูเหม่ย"
หลิวซูเหม่ยเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อหู "ท่านอ๋องเพคะ! แต่นาง..."
"ข้าบอกให้ออกไป!" เสียงทุ้มกดต่ำลงจนทรงอำนาจเด็ดขาด ทำให้หลิวซูเหม่ยสะดุ้งสุดตัว นางต้องกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง ปรายตามองเฟยอินด้วยสายตาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องอย่างจำยอม
ประวัติศาสตร์ปิดลงพร้อมกับเสียงลงกลอนด้านนอก เหลือเพียงความเงียบงันที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง
หลี่จวินหรงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเฟยอินทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนกระทั่งร่างระหงต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เขาใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวนางไว้ตรงกลาง ก้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนระอุรินรดอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อ
"กล้าหาญนักนะ จ้าวเฟยอิน..." น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "เจ้าคิดจะวางยาพิษสามีของตัวเอง เพื่อจะได้เป็นหม้ายขันหมากตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าหออย่างนั้นรึ?"
"หม่อมฉันไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้นเพคะ..." เฟยอินใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ยังคงฝืนสบตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ถ้าท่านอ๋องกลัวตาย... ก็เชิญเรียกแม่นางหลิวกลับมาป้อนสุราเคล้าน้ำตาต่อเถอะเพคะ หม่อมฉันจะได้ยกอาหารพวกนี้ไปเททิ้งให้สิ้นเรื่อง!"
นางทำท่าจะเบี่ยงตัวหนี แต่หลี่จวินหรงกลับรวบเอวบางไว้ด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว รั้งร่างของนางเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกโด่งคมกริบคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางผสมผสานกับกลิ่นควันไฟจางๆ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน
"ปากเก่งนักนะ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างดื้อรั้น "แต่อาหารที่เจ้าทำ... ข้าจะกินให้หมดทุกคำแน่..."
ดวงตาคมกริบประกายแสงลึกล้ำวับวาม เขาย่อตัวลงอุ้มร่างบางขึ้นมาพาดตักอย่างกะทันหันจนเฟยอินหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ว้าย! ท่านอ๋อง ปล่อยนะเพคะ หม่อมฉันจะให้ท่านชิมซุป ไม่ใช่ให้ท่าน..."
"เงียบ!" หลี่จวินหรงกดริมฝีปากลงปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อล้อต่อเถียงทันทีอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสร้อนแรงและดุดันถาโถมเข้ามาจนเฟยอินสมองขาวโพลน มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ อ่อนระทวยลง เผลอจิกกำเสื้อคลุมของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ทว่าในวินาทีที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำระส่ายด้วยความวาบหวาม ประตูห้องด้านนอกที่ถูกปิดสนิทเมื่อครู่กลับถูกกระชากเปิดออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของพ่อบ้านจางที่ดังลั่นเข้ามา!
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! กองกำลังลับขององค์ชายรองบุกเข้ามาถึงหน้าเรือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
————————————
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ "เสี่ยวเถาฮวา" นะคะ)
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 15
อาหารมื้อพิเศษ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!