“ข้าบอกแล้วไง... ว่าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะมารับตัวเจ้ากลับไปให้ได้... พี่หญิงรอง”
เสียงทุ้มต่ำที่ยังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คล้ายรอยประทับร้อนๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ บรรยากาศภายในเรือนพักหลังเล็กยามนี้อلبอ้าวและเงียบงันจนน่าประหลาด มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาเรือนกระเบื้องเคลือบดังสนั่น ราวกับฟ้าดินจงใจปิดกั้นโลกทั้งใบให้เหลือเพียงคนสองคนในพื้นที่จำกัดแห่งนี้
จ้าวเฟยอินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ นางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง ดวงตากลมโตจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครงก็ตาม
“ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วยค่ะ” เฟยอินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง “ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนส่วนพระองค์ และหม่อมฉันก็ไม่ใช่สิ่งของที่ท่านจะนึกอยากหยิบจับวางไว้ตรงไหนก็ได้ตามอำเภอใจ”
หลี่จวินหรงไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงต่ำ กักขังร่างระหงไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งที่ยันกำแพงไว้ทั้งสองข้าง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีหรี่มองนางอย่างพิจารณา มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยارร้ายกาจที่ทำให้นางหมั่นไส้จนอยากจะยกเท้าขึ้นถีบยอดอกเขาสักที
“ปากเก่งนักนะ... หญิงสาม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบเอ่ยชิดริมหใบหูนาง จนเฟยอินต้องเอטיอคอหนีด้วยความจั๊กจี้และขัดขืน “ยามอยู่ต่อหน้าคนนอก เจ้าทำตัวสงบเสี่ยมเจียมตัวราวกับลูกแมวป่วยไข้ แต่พอลับหลัง... กลับกล้าต่อปากต่อคำกับเปิ่นหวางจนหน้าดำหน้าแดงทุกครั้งสินะ”
“หม่อมฉันหาได้ต่อปากต่อคำ แต่กำลังพูดความจริงที่ท่านอ๋องมักจะหลงลืมต่างหากเล่า!” เฟยอินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาเฉี่ยวคมตวัดมองตอบอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี “ท่านอ๋องทรงมีชายาเอกและอนุภรรยาคอยปรนนิบัติเอาใจไม่ขาดสาย ไฉนจึงยังทรงว่างนัก ถึงได้เสด็จมาหาเรื่องสตรีตกอับเช่นหม่อมฉันถึงเรือนพักโทรมๆ นี้ได้เล่าเพคะ?”
คำประชดประชันนั้นไม่ได้ทำให้หลี่จวินหรงโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... แววตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานระคนเอ็นดู มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นไล้ปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของนางอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสถูกผิวแก้มนวลจนเฟยอินสะดุ้งเฮือก รีบเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวิวนั้นทันที
“เจ้าหึงหรือ?” น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้าหยอกอย่างชัดเจน
“ฝันไปเถอะเพคะ!” เฟยอินสวนกลับทันควัน หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขัด “หม่อมฉันจะไปหึงบุรุษมักมากอย่างท่านอ๋องด้วยเหตุผลใดกัน? ต่อให้ในจวนนี้จะมีสนิมสร้อยร้อยนาง หม่อมฉันก็มีแต่จะอนุโมทนาบุญและภาวนาให้พวกนางปรนนิบัติท่านจนอกแตกตายกันไปข้างหนึ่ง!”
“ปากคอเราะรายนัก... สมควรโดนลงทัณฑ์ให้เข็ดหลาบเสียจริง”
หลี่จวินหรงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกจนเฟยอินที่แนบชิดอยู่ใกล้สัมผัสได้ ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ไม่อาจต้านทาน ฝนด้านนอกยังคงตกหนัก แต่วินาทีนี้ในห้องกลับอบอุ่นจนคล้ายมีเปลวไฟแผดเผา
สายตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นเลื่อนลงมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด นัยน์ตาคมเข้มดุจห้วงมหาสมุทรลึกล้ำวับ ภายใต้ความดุดันและท่าทีเย่อหยิ่ง กลับซ่อนความโหยหาบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งตระหนักรู้
เฟยอินชะงักงันเมื่อเห็นประกายในแววตานั้น หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วยิ่งทวีความเร็วขึ้นไปอีกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนหน้าผากของเขากับนางแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มจนขนลุกชัน สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและทันคนเริ่มปั่นป่วนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก
“จะ... จะทำอะไรเพคะ ถอยไปนะ!” นางใช้มือเล็กดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่แรงแค่นี้มีหรือจะต้านทานแรงของบุรุษผู้ฝึกยุทธ์ได้ หลี่จวินหรงรวบข้อมือทั้งสองข้างของนางขึ้นรวบไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปโอบเอวคิ้วคราดของนางเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิท
“ข้าบอกแล้ว... ว่าต่อให้เจ้าพยายามดิ้นรนหนีห่างแค่ไหน สุดท้ายเจ้าก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือเปิ่นหวางหรอก”
น้ำเสียงพร่าต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ความใกล้ชิดที่ระอุอวลไปด้วยเคมีอันตรายทำให้สติของเฟยอินหลุดลอย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะเอמהด่าทอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบเพื่อเรียกความได้เปรียบกลับคืนมา แต่ทว่า... ทันทีที่สบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและจริงจังคู่นั้น คำพูดทั้งมวลก็ติดอยู่แค่ลำคอ
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะสัมผัสกัน เฟยอินหลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความตื่นตระหนกและคาดไม่ถึง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกประหม่าปะปนกับความวาบหวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทเป็นเนื้อเดียวกันนั้นเอง!
*ปัง!*
เสียงประตูห้องถูกถีบเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับสายลมฝนที่พัดกรูดเข้ามาพร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงที่ทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา
“ท่านอ๋องเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! สนมซูเหม่ย... สนมซูเหม่ยเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอหลวงแจ้งว่านางอาจจะ... กำลังจะเสียลูกในท้องเพคะ!”
เสี่ยวฮุ่ย นางกำนัลคนสนิทของหลิวซูเหม่ยพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยหยาดฝน
หลี่จวินหรงผละออกจากร่างของเฟยอินอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกในชั่วพริบตา
เฟยอินหอบหายใจถี่รัว รีบดึงข้อมือตนเองกลับแล้วถอยหลังกรูดไปตั้งหลักอีกมุมหนึ่งของห้อง พวงแก้มสองข้างแดงก่ำด้วยความอับอายและโล่งอกในเวลาเดียวกัน
หลี่จวินหรงปรายตามองนางแวบหนึ่งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วหันหลังก้าวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งท้ายประโยคเย็นเยียบไว้เบื้องหลัง
“เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ หญิงสาม”
_________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของท่านอ๋องนะคะ! หวังว่าจะจิกหมอนกันจนขาดไปข้างหนึ่งแล้ว เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 8
ในคืนฝนตก
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!