เพล้ง!
เสียงถ้วยชาเคลือบศิลาดลราคาค่างวดที่ประเมินมิได้ แตกละเอียดกระจัดกระจายอยู่แทบเท้าของหลิวซูเหม่ย น้ำชาอุ่นร้อนสาดกระเซ็นเปื้อนชายกระโปรงผ้าไหมชั้นดีของนาง แต่หญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะสะดุ้ง นางเพียงแค่ยืนนิ่ง แย้มยิ้มหยามหยันมองบุรุษที่ยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่เบื้องหน้า
"ท่านอ๋องทรงโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ เพียงเพราะหม่อมฉันกล่าวถึงสตรีที่ไม่มีค่าพอจะเรียกตัวเองว่าพระชายาหรือเพคะ?"
หลี่จวินหรงกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด นัยน์ตาสีดำสนิทดุจห้วงมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่งวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าลำคอระหงของหญิงสาวตรงหน้าไว้แน่น แรงบีบที่ไม่ได้ยั้งมือทำให้ใบหน้าของหลิวซูเหม่ยเปลี่ยนสีทันตา
"เจ้ากล้าดียังไง..." เสียงของเขาต่ำพร่า ทว่าแฝงด้วยไอสังหารที่เย็นเยือกถึงกระดูก "เจ้ากล้าดียังไงเอาชีวิตของเฟยอินมาล้อเล่นในเกมสกปรกของเจ้า!"
"กะ... กะ... ก็ท่านอ๋องโปรดปรานความดื้อรั้นของนางมิใช่หรือ?" หลิวซูเหม่ยเค้นเสียงตอบผ่านลำคอที่ถูกบีบ "ถ้านางตาย... ท่านก็ไม่ต้องทนกับความดื้อรั้นนั้นอีก... อึก!"
"ถ้าข้าจะฆ่าใครสักคนในจวนนี้ คนแรกที่จะต้องสิ้นลมหายใจไม่ใช่เฟยอิน แต่เป็นเจ้า!"
หลี่จวินหรงผลักนางกระเด็นไปกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี เขาสะบัดชายเสื้อคลุมมังกรดำสนิท ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องโถงด้วยความเร็วปานพายุ ความว่างเปล่าในอกซ้ายของเขามันกำลังแผดเผาจนแทบคลุ้มคลั่ง ภาพใบหน้าของจ้าวเฟยอินที่ชอบยอกย้อนเขาด้วยสายตาที่ท้าทายผุดขึ้นมาไม่หยุด นี่หรือความรู้สึกของคนที่ 'ขาด' สิ่งสำคัญที่สุดไป? มันทรมานเสียจนเขารู้สึกว่าหัวใจดวงนี้อาจจะหยุดเต้นลงได้ทุกเมื่อหากไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวดื้อรั้นนั่น
ม้าศึกตัวเก่งถูกควบออกจากจวนอ๋องราวกับพายุทอร์นาโด หลี่จวินหรงไม่สนกฎเกณฑ์ ไม่สนฐานันดร เขาพุ่งตรงไปยังคุกหลวงที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของเมือง ความเย่อหยิ่งของเขาพังทลายลงสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่กำลังตามหาคู่ชีวิตที่ถูกพรากไป
เมื่อเท้าหนาเหยียบลงบนพื้นหินเย็นเยียบของคุกใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาไม่รอให้ผู้คุมเปิดทาง แต่กลับถีบประตูเหล็กดัดจนบานพับหลุดกระเด็นด้วยพลังลมปราณที่ระเบิดออกมาโดยไม่มีการยั้งคิด
"เฟยอิน!"
เสียงเรียกของเขาดังก้องไปทั่วห้องขัง ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงัน หลี่จวินหรงเดินโซเซผ่านห้องขังแต่ละห้อง สายตาคมกริบกวาดมองหาสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ครอบครองทุกอณูในใจเขา จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ห้องขังด้านในสุดซึ่งมืดมิดกว่าที่อื่น
ร่างบางในชุดสีขาวเปื้อนฝุ่นนั่งพิงผนังหิน สายตาของนางเหม่อลอย ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความถือดีกลับดูอ่อนล้าจนหัวใจของคนมองแทบขาดรอน
"มาทำไม..." เสียงแหบพร่าของจ้าวเฟยอินดังขึ้น นางไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นทำความเคารพ "ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์... ไม่กลัวว่าการมาเยือนที่สกปรกโสโครกเช่นนี้จะทำให้ชุดของท่านมัวหมองหรือเพคะ?"
หลี่จวินหรงไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาโผเข้าหาหญิงสาวตรงหน้า กอดร่างที่สั่นเทาของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือ นางจะสลายกลายเป็นไอหมอกไปต่อหน้าต่อตา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยทำให้สติสัมปชัญญะของเขาที่พังทลายไปชั่วขณะเริ่มกลับคืนมา
"เงียบเสีย" เขาสั่งเสียงสั่น แขนแกร่งรัดนางแน่นขึ้นจนเฟยอินแทบหายใจไม่ออก "ข้าบอกให้เจ้าเงียบ ข้าไม่ฟังคำประชดประชันของเจ้าอีกแล้ว"
"ท่านอ๋อง... ท่านบ้าไปแล้วหรือไร" เฟยอินพึมพำ แม้ปากจะบอกปัดแต่มือบางกลับกำชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น "ท่านควรจะปล่อยให้ข้าตาย... ถ้าสกุลจ้าวเป็นกบฏ ท่านก็ควรรีบตัดความสัมพันธ์ ไม่ใช่มาที่นี่เพื่อแลกชื่อเสียงของตนเอง"
หลี่จวินหรงผละออกเล็กน้อย เพื่อใช้มือหนาเชยคางนางขึ้นมา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขาหลงใหล "ถ้าข้าต้องแลกกับบัลลังก์ หรือต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อให้นางเอกของข้าได้มีลมหายใจต่อไป... เจ้าคิดว่าข้าจะลังเลหรือ?"
ริมฝีปากหนากดจูบลงบนหน้าผากเนียนของนางด้วยความโหยหาอย่างที่สุด ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามาทางปากทางเข้าคุก พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างจ้าขึ้น
"ท่านอ๋อง! ทรงถอยออกมาเถิดพะยะค่ะ!" เสียงของหัวหน้าองครักษ์ตะโกนก้อง "ฮ่องเต้มีราชโองการด่วนให้ควบคุมตัวพระชายาจ้าวเข้าสู่การไต่สวนโทษกบฏ และหากท่านอ๋องยังขัดขวาง... ถือว่าร่วมเป็นกบฏด้วย!"
หลี่จวินหรงไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของเฟยอินไว้ด้านหลังอย่างองอาจ ดาบประจำกายถูกชักออกมาจากฝัก เสียงโลหะกระทบอากาศดังกังวานไปทั่วโถงคุก
เฟยอินที่นั่งอยู่ด้านหลังมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่นางเคยเกลียดชังด้วยความสับสนในใจ ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงหัวเราะแหลมเล็กของสตรีคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของหลิวซูเหม่ยที่เดินตามหลังกองทหารเข้ามา
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันไม่ได้มาคนเดียวนะเพคะ" หลิวซูเหม่ยเอ่ยพลางยิ้มเย็น "หม่อมฉันนำ 'หลักฐาน' ชิ้นสุดท้ายที่ท่านอ๋องต้องการ... เพื่อที่จะตัดสินใจว่าควรจะเลือก 'ผู้หญิงคนนี้' หรือจะรักษา 'ตระกูลหลี่' ของท่านไว้"
ในมือของหลิวซูเหม่ยมีม้วนกระดาษประทับตราลับของสกุลจ้าว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยอินหยุดเต้นกะทันหัน คือจดหมายที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือที่นางจำได้แม่น... ลายมือของบิดาตนเอง ซึ่งในจดหมายนั้นระบุชัดเจนถึงการวางแผนสังหารท่านอ๋อง!
หลี่จวินหรงชะงักไป ดวงตาสีเข้มวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาหันมาสบตาเฟยอินที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
"เฟยอิน... บอกข้าสิว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง" เขาเค้นเสียงถาม ทว่ามือที่ถือดาบกลับสั่นเล็กน้อย "บอกข้าว่าพ่อของเจ้าไม่ได้เป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้... ว่าเจ้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในจวนข้า เพียงเพื่อรอโอกาสที่จะปลิดชีพข้า... ใช่หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฟยอินเม้มปากแน่น หัวใจนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความจริงที่ว่านางเองก็ไม่เคยเห็นเนื้อหาในจดหมายลับฉบับนี้มาก่อนทำให้คำตอบของนางติดอยู่ที่ลำคอ
"ตอบข้ามา!" หลี่จวินหรงตวาด เสียงของเขาแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ
จ้าวเฟยอินเงยหน้าขึ้น แววตาของนางที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทดุจผิวทะเลสาบยามไร้ลม นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ปลายดาบของเขาช้าๆ
"หากท่านต้องการคำตอบที่ทำร้ายหัวใจท่านนัก... ท่านก็ลองลงมือดูสิเพคะ"
แล้วรอยยิ้มที่เปราะบางที่สุดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง พร้อมกับเสียงที่กระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"เพราะสิ่งที่ท่านกำลังจะอ่านในจดหมายฉบับนั้น... อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านต้องฆ่าข้าด้วยมือของท่านเองตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะคะ เสี่ยวเถาฮวาซาบซึ้งใจเหลือเกินค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 35
ตามหาหัวใจ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!