ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 29

ศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“เพล้ง!” เสียงถ้วยชาเคลือบเงาราคาแพงแตกกระจายอยู่แทบเท้าของจ้าวเฟยอิน น้ำชาอุ่นร้อนกระเด็นเปื้อนชายกระโปรงปักลายดอกโบตั๋นของนาง ทว่าหญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงแค่กวาดสายตามองเศษกระเบื้องเหล่านั้นด้วยความเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอนุภรรยาผู้สูงศักดิ์ที่กำลังตีสีหน้า ‘ผู้ถูกกระทำ’ อยู่ตรงหน้า “ข้ามิได้ตั้งใจ... แต่ดูท่าทางท่านพี่จะดูไม่ค่อยระวังตัวเลยนะเจ้าคะ” หลิวซูเหม่ยเอ่ยเสียงหวานทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างได้ใจ “ของพวกนี้หากเปื้อนสิ่งสกปรกเพียงนิด ก็คงต้องทิ้งไป... เหมือนกับ ‘คน’ บางคนในจวนนี้ที่ควรจะรู้ตัวเสียบ้างว่าสถานะของตนเองต่ำต้อยเพียงใด” จ้าวเฟยอินแค่นยิ้มที่มุมปาก นางก้าวเท้าเหยียบเศษกระเบื้องอย่างไม่เกรงกลัว เสียงกรอบแกรบภายใต้รองเท้าผ้าตอกย้ำถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ “สถานะที่ต่ำต้อยหรือสูงส่ง ท่านอ๋องเป็นผู้กำหนด... มิใช่ ‘อนุ’ ที่วันๆ คิดได้เพียงแต่เรื่องริษยาผู้อื่นเช่นเจ้า” เฟยอินกล่าวเน้นย้ำคำว่าอนุด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเชือดเฉือนเข้าไปในใจของอีกฝ่ายจนใบหน้าของซูเหม่ยบิดเบี้ยว “เจ้า!” ซูเหม่ยถลึงตา ก่อนจะแสร้งล้มพับลงไปนั่งกับพื้นพร้อมเสียงสะอื้นที่ถูกบีบเค้นออกมาจนน่าขนลุก “ท่านพี่! ข้าเพียงแค่ตั้งใจนำชาดอกไม้มาให้ ท่านก็โกรธเคืองข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ข้าก็แค่หวังดี... ฮือ... ข้าเป็นเพียงอนุ จะไปสู้พระชายาที่ท่านอ๋องโปรดปรานได้อย่างไร!” จ้าวเฟยอินยืนกอดอก มองดูละครฉากใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า นางรู้ดีว่าทันทีที่เสียงร้องไห้นี้ดังขึ้น ประตูห้องโถงจะต้องถูกเปิดออก และชายผู้มีอำนาจสูงสุดในจวนจะก้าวเข้ามาพร้อมกับความเข้าใจผิดที่ถูกปรุงแต่งอย่างประณีต และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องโถง กลิ่นอายความเย็นชาที่คุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หลี่จวินหรงหยุดยืนเบื้องหน้าภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาคมกริบคู่หนาวเหน็บกวาดมองไปที่ซูเหม่ยซึ่งนั่งสะอื้นอยู่กับพื้น ก่อนจะตวัดสายตามาหยุดที่เฟยอิน “เกิดอะไรขึ้น” สุ้มเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้ง “ท่านอ๋อง... ฮึก... ข้าเพียงแค่นำชามาคารวะพี่เฟยอิน แต่ดูเหมือนนางจะไม่พอใจที่ข้าเข้าใกล้ท่าน... นางเลย...” ซูเหม่ยไม่พูดต่อ นางเพียงแค่ซุกหน้ากับผ้าเช็ดหน้า ปล่อยให้จินตนาการของพระเอกทำงานไปเอง จ้าวเฟยอินไม่ได้แก้ตัว นางเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาหลี่จวินหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย นางจะไม่ลดตัวลงไปกราบกรานเพื่อขอความเป็นธรรมในเมื่อความจริงมันปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า หากเขาเลือกจะเชื่อสตรีที่มารยาใส่มากกว่านาง... นางก็ไม่มีอะไรจะพูด “นางไม่ได้ทำอะไรเจ้าใช่หรือไม่” หลี่จวินหรงเอ่ยถามพลางก้าวเข้ามาใกล้เฟยอิน “ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำ ท่านจะเชื่อข้าไหมล่ะเจ้าคะ?” เฟยอินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความน้อยใจที่ซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว “หรือหากข้าบอกว่านางเป็นคนปัดชาทิ้งเอง เพื่อให้ท่านเห็นภาพที่น่าสมเพชเช่นนี้ ท่านจะลงโทษนาง... หรือจะลงโทษข้า?” หลี่จวินหรงนิ่งงัน แววตาของเขาไหววูบชั่วขณะ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง มองหาความเท็จทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงความเย็นชาที่เขาเองเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือ “เฟยอิน เจ้าควรจะอ่อนหวานกว่านี้สักนิด” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปเชยคางนางขึ้นมา บังคับให้สบตากันตรงๆ “ข้าเป็นคนบอกเองว่าให้เจ้าจัดการตามใจ... แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีที่ทำให้เจ้าต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้” คำพูดของเขาทำให้ซูเหม่ยชะงัก เสียงสะอื้นหยุดลงทันที นางเงยหน้ามองด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นว่าหลี่จวินหรงไม่ได้ดุด่าพระชายาอย่างที่นางต้องการ “เจ็บตัว?” เฟยอินเลิกคิ้ว “ข้ายังไม่ได้ทำอะไรสักนิด ท่านต่างหากที่กำลังทำลายความสงบในเรือนของข้า” “หึ” หลี่จวินหรงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่าและเร่าร้อนจนน่าใจหาย เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มของนาง “งั้นก็ดี... ในเมื่อเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด งั้นข้าจะลงโทษคนที่ทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจแทนก็แล้วกัน” เขาสะบัดมือเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้องครักษ์เงาด้านนอกเข้ามาควบคุมตัวซูเหม่ยที่เริ่มกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก “ท่านอ๋อง! ท่านจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้! ข้าเป็นคนของตระกูลหลิว... ท่านจะเข้าข้างนางเพียงเพราะความหลงใหลไม่ได้นะเจ้าคะ!” เฟยอินยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ นางรู้ว่าหลี่จวินหรงกำลังเล่นเกมของเขา เขาใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการกำจัดเสี้ยนหนาม ทว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ มันเกินกว่าที่นางคาดคิดไปไกล เมื่อซูเหม่ยถูกลากตัวออกไป ห้องโถงก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดน้อยลงจนแทบจะไม่มีที่ว่าง “สะใจเจ้าหรือไม่?” เขาถาม พลางขยับเข้ามาใกล้จนร่างกายแทบเบียดชิด “ท่านทำเพื่อข้า... หรือทำเพื่อความสะใจของท่านเองกันแน่ ท่านอ๋อง?” เฟยอินถามกลับ พร้อมกับใช้นิ้วเรียวแตะที่อกเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อและท้าทายในเวลาเดียวกัน หลี่จวินหรงคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงทว่าหนักแน่นจนเฟยอินรับรู้ได้ถึง ‘ความโหยหา’ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุดัน “เจ้าก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว... พระชายา” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของนาง กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางขนลุกซู่ “ข้าไม่อนุญาตให้ใครมาทำลายความสุขของข้า... แม้แต่เจ้าเอง ก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายตัวเองเพื่อให้ข้าต้องหันมามอง” จังหวะหัวใจของเฟยอินเต้นรัว นางกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ทว่าเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดินด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน “ท่านอ๋อง! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขององครักษ์ประจำตัวดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับการปรากฏตัวที่ไม่ได้รอการอนุญาต “ได้รับรายงานด่วนจากชายแดน... แม่ทัพใหญ่ที่ท่านส่งไป ถูกลอบสังหาร... และหลักฐานทั้งหมดมุ่งตรงมาที่... พระชายาพ่ะย่ะค่ะ!” หลี่จวินหรงชะงัก มือที่กุมมือเฟยอินไว้คลายออกทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลกลายเป็นความสับสนที่แฝงไปด้วยประกายของความระแวงในเสี้ยววินาทีเดียว เฟยอินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อนางพบว่าสถานการณ์ที่กำลังจะหวานซึ้ง กลับกลายเป็นกับดักที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเสี่ยวเถาฮวานะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%