ปึก!
กระดาษแผ่นบางยับยู่ยี่ถูกปาลงบนโต๊ะไม้จันทน์สลักลวดลายประณีต เสียงนั้นไม่ได้ดังนัก ทว่ากลับหนักหน่วงราวนำเอาภูเขามาทับไว้กลางห้องทรงอักษร หลี่จวินหรงไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาสีเข้มดั่งหินนิลกาลเงยขึ้นสบกับดวงตาคู่สวยของสตรีตรงหน้า นัยน์ตาคู่นั้นทั้งดื้อรั้น เป็นประกาย และไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ผิดกับสตรีทุกคนในจวนอ๋องที่มักจะตัวสั่นเทาเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้นำของไร้สาระเช่นนี้มารายงานข้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เย็นเยียบเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ทว่าจ้าวเฟยอินกลับไม่ถอยหลังหนี นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ขึ้นอีกก้าว ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างนึกสนุกในความหัวดื้อของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์
"ไร้สาระงั้นหรือเพคะ ท่านอ๋องผู้ปรีชาสามารถ ลายมือเน้นหนักที่มุมขวาล่าง ประทับด้วยตราประจำตัวหยกมันสำปะหลังของฮูหยินผู้เฒ่า... หรือจะต้องให้หม่อมฉันอ่านเนื้อความทั้งหมดออกเสียงให้ฝ่าบาท... อภัยเพคะ ให้ท่านอ๋องทรงสดับฟังอีกรอบ เล่า?"
เฟยอินจงใจเว้นจังหวะแกล้งเย้าแหย่ นางรู้ดีว่าจุดอ่อนของบุรุษผู้นี้คือความเด็ดขาดและความระแวงในความมั่นคงของแคว้น หลี่จวินหรงขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งคมเป็นสันขึ้นรูปอย่างชัดเจนยามที่เขาขบกรามแน่น ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว แต่แปลกนัก... แทนที่จะสั่งโบว์นางสักส้อยสองส้อยเหมือนเช่นเคย เขากลับจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
"ปากคอเราะร้ายนักนะ" หลี่จวินหรงแค่นหัวutter "กล้าดีอย่างไรมาจับผิดคนของจวนอ๋อง รู้ตัวหรือไม่ว่าโทษของการใส่ร้ายฮูหยินคืออะไร หืม?"
"หม่อมฉันมิบังอาจใส่ร้ายผู้ใดเพคะ" เฟยอินตอบสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ถ้าท่านอ๋องทรงกลัวความจริง จนต้องเอาแต่อ้างกฎระเบียบมาขู่หม่อมฉันล่ะก็... เกรงว่าท่านอ๋องคงไม่ได้ตาบอดหรอกกระมังเพคะ ถึงได้มองไม่ออกว่าใครกันแน่ที่เป็นหนอนกระเทาะรากจวนอ๋องแห่งนี้"
*กล้าหาญ... และอวดดีจนน่าจับมาตีให้ก้นลายนัก!*
หลี่จวินหรงคิดในใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงที่ห่อหุ้มด้วยชุดผ้าแพรสีฟ้าอ่อน แม้นางจะอยู่ในสถานะที่เรียกว่า 'สตรีที่ถูกซื้อมาขัดดอก' แต่ท่วงท่าและวาจากลับพยศยิ่งกว่าม้าป่าพึ่งหย่านม ปากร้าย ทันคน และฉลาดเป็นกรด... น่าแปลกที่ความพยศเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจ ตรงกันข้าม หัวใจที่ด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเรียบเรื่อยมาตลอดหลายปี กลับกระตุกวูบอย่างแรงในอกซ้าย
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันจากบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแคว้นโถมเข้าใส่จนเฟยอินเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่ามือเรียวบางยังคงกำชายเสื้อแน่น ไม่ยอมเสียฟอร์มเด็ดขาด
"เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ทันแผนการตื้นๆ ของพวกนางรึ?" หลี่จวินหรงก้าวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนเฟยอินได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ เจือกลิ่นหมึกชั้นดีและสนเข็ม "เจ้าจงใจคาบข่าวนี้มาบอกข้า เพราะหวังจะใช้มือข้ากำจัดเสี้ยนหนามใช่หรือไม่ แม่นางจ้าว... เจ้าไม่ได้ใสซื่ออย่างที่ทำเป็นแอ๊บแบ๊วหรอกนะ"
"หม่อมฉันไม่เคยบอกสักคำว่าตัวเองใสซื่อ" เฟยอินเชิดหน้าขึ้นสู้ ปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเมื่อเขาย่ำเข้ามาประชิดอีกก้าว หัวใจของนางเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่นางไม่อาจแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด "เราร่วมมือกันต่างหากเล่าเพคะ ท่านอ๋องฉลาดเฉลียวปานนี้ คงไม่ยอมให้งูพิษเลื้อยวนอยู่ข้างกายไปตลอดหรอกใช่ไหมล่ะเพคะ?"
"หึ..." หลี่จวินหรงหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยขณะก้มลงมองสตรีตัวเล็กที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาถึงเพียงนี้ นิ้วแกร่งเอื้อมออกไป ปลายเลื้อยแตะลงบนคางมนแผ่วเบาราวกับจะหยอกเย้า แต่สายตากลับคมกราบราวกับใบมีด "ฉลาดนักนะ... รู้จักใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ของตัวเอง แต่ระวังให้ดีเถอะ ยิ่งเจ้าเล่นกับไฟใกล้ตัวข้ามากเท่าไหร่ เจ้าอาจจะไม่ได้แค่โดนลวกมือ... แต่อาจจะมอดไหม้ไปทั้งตัว"
เฟยอินสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างลากผ่านคางสั่นระริก ความร้อนจากสัมผัสนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อจนน่าตกใจ นางพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่หลี่จวินหรงกลับใช้นิ้วอีกข้างเชยคางนางให้เงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอันตราย
"ท่าน... ท่านอ๋อง ปล่อยนะเพคะ..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจกั้น
ดวงตาคมกริบของหลี่จวินหรงจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขาเมื่อครู่ ความคิดที่จะจัดการนางให้ราบคาบมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ยัยเด็กดื้อคนนี้... ทำไมถึงได้ปั่นป่วนหัวใจเขานักนะ?
"ถ้าข้าไม่ปล่อยล่ะ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก จนเฟยอินรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เป่ารดผิวแก้ว "เจ้าจะทำอย่างไร หืม... ยัยตัวแสบ"
บรรยากาศในห้องทรงอักษรเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเร่าร้อนที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนราวกับมีประกายไฟจุดติดขึ้นกลางอากาศ
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของเฟยอินกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะและใบหน้าหวานกำลังร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนตกใจนั้นเอง—
*ปัง!*
ประตูไม้บานใหญ่ทางด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"ท่านอ๋องเพคะ! หม่อมฉันได้ยินมาว่า... นังตัวดีนี่แอบมาพบท่านอีกแล้วหรือเพคะ!"
หลิวซูเหม่ยในชุดอาภรณ์หรูหราก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและดวงตาที่ลุกโชนด้วยความริษยา ทว่า เมื่อนางก้าวเข้ามาถึงกลางห้องและเห็นภาพท่านอ๋องผู้เย็นชา กำลังก้มตัวลงแนบชิดกับจ้าวเฟยอินในระยะประชิดจนแทบจะจุมพิตกันอยู่รำไร ฝีเท้าของอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานก็ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและหวีดความซ่าของยัยน้องกับท่านอ๋องด้วยกันนะคะ!
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 5
ยัยเด็กดื้อของท่านอ๋อง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!