“ฮ่าๆๆๆ... แปลกใจนักหรือที่หม่อมฉันยังไม่ตาย... ท่านพี่”
เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังสะท้อนก้องเรือนรับรอง ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งพันปี
จ้าวเฟยอินยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น แววตาของนางระยิบระยับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้น แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ร่างเพชรพลอยที่ควรจะจมดิ่งสู่ก้นบึงมืดมิด กลับมายืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนี้ ท้าทายอำนาจมืดที่พยายามจะกลืนกินนางทั้งเป็น
หลี่จวินหรงนิ่งงันไปชั่วขณะ
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ความตกใจระคนโล่งอกฉายชัดผ่านม่านตาชั่วพริบตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามวิสัยของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น แต่หัวใจในอกข้างซ้ายกลับเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับกลองศึก ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางทีละก้าวอย่างคุกคาม จนเฟยอินต้องถอยหลัง1ก้าวชนเข้ากับเสาไม้แกะสลัก
“เจ้ากล้าดียังไง... ถึงเล่นกับความตายเช่นนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความห่วงใยอันบิดเบี้ยว
“ถ้าหม่อมฉันไม่ทำเช่นนี้ มีหรือที่ความจริงเน่าเฟะในจวนอ๋องของท่านจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแสงตะวัน?” เฟยอินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกราบตวัดมองกลับอย่างไม่ลดละ “ท่านคิดจะกำจัดหม่อมฉันเพื่อตัดปัญหาใช่หรือไม่? หลิวซูเหม่ยมันให้ประโยชน์อันใดแก่ท่านนักหนา ถึงได้ยอมให้มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของชายาหลักซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”
“เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!” หลี่จวินหรงตวาดกร้าว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของนางด้วยแรงอารมณ์ ทว่าไม่ได้บีบคั้นให้เจ็บปวด เป็นเพียงการพันธนาการไม่ให้นางถอยหนีไปไหนได้อีก กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของสตรีตรงหน้าผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยามค่ำคืน ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวบุรุษให้ตื่นตัว
เฟยอินนิหน้าเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ไม่ยอมปริปากร้องขอความเห็นใจ นางแค่นยิ้ม “ทำไม? กลัวความจริงหรือเพคะท่านอ๋อง หรือว่าแท้จริงแล้ว... ท่านก็แค่วัวแก่ที่หลงกลแม่เสือสาวอย่างซูเหม่ย จนแยกแยะไม่ออกว่าใครคือคนดี ใครคือพิษร้าย”
คำพูดจิกกัดแสนแสบสันต์นี้ทำให้หลี่จวินหรงเกือบจะหมดความอดทน
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว Nวลเนียนของนางจนเฟยอินต้องผงะถอยหนี แต่ถูกวงแขนแข็งแกร่งอีกข้างรวบเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วดึงเข้ามาชิดแนบกายอย่างไร้ความปรานี
“ปากกล้าพรรค์นี้... สมควรโดนลงทัณฑ์ให้หลาบจำ”
“ท่านจะทำอะไร... อื้อ!”
คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือทะนุถนอม แต่เป็นการบดขยี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน หลี่จวินหรงใช้เรียวปากร้อนผ่าวลงทัณฑ์ความอวดดีของนางอย่างเอาแต่ใจ มือหนากดท้ายทอยของนางไว้ไม่ให้เบี่ยงหนี ขณะที่เรียวลิ้นร้อนล้ำรุก Aพampเข้าสำรวจความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างถือสิทธิ์
เฟยอินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง สมองขาวโพลนชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับถูกสูบหายไปกับสัมผัสรุกเร้าที่แสนอันตรายนี้
เนิ่นนานกว่าที่เขาจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย
ทิ้งไว้เพียงความหอบสะท้านและเรียวปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อที่ดูเย้ายวนเกินบรรยาย หลี่จวินหรงจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยแววตาพึงพอใจ ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้เกลี่ยริมฝีปากที่สั่นเทานั้นอย่างแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลม
“จำไว้... เจ้าเป็นของเปิ่นหวาง” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู “ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือต้องรื้อจวนหลังนี้ให้ราบคาบ เปิ่นหวางก็ไม่มีวันยอมให้เจ้าตาย... เข้าใจหรือไม่?”
หัวใจของเฟยอินกระตุกวูบ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านลึกเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ นางเม้มปากแน่น พยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมาแล้วผลักอกเขาออกเบาๆ “ท่านอ๋องทรงตรัสราวกับว่าทรงรักหม่อมฉันนัก... อย่าลืมสิเพคะ ว่าพวกเราเป็นเพียงสามีภรรยาในนามที่ถูกผูกติดไว้ด้วยผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น”
“ผลประโยชน์งั้นหรือ?” หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและจริงจังจนเฟยอินไม่กล้าสบตา “ถ้าเปิ่นหวางทำเพื่อผลประโยชน์จริง ป่านนี้ซูเหม่ยคงได้นั่งแท่นชายาเอกไปนานแล้ว... เจ้ามันโง่เขลา หรือแกล้งโง่กันแน่ จ้าวเฟยอิน”
“หม่อมฉันโง่ หรือท่านกันแน่ที่ใจร้ายใจดำ!” นางสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตคลหน่วยน้ำตาแต่ไม่ยอมไหลริน “ถ้าท่านรักหม่อมฉันจริง... เหตุใดวันนั้นจึงปล่อยให้คนของซูเหม่ยลากหม่อมฉันไปสำเร็จโทษโดยไม่ไต่สวน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อปมในอดีตถูกกระชากขึ้นมากลางแสงสว่าง หลี่จวินหรงชะงักไป ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม มือที่โอบเอวนาวคลายออกช้าๆ
“เจ้าไม่รู้หรอก... ว่าเปิ่นหวางต้องแลกด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้ายืนอยู่ตรงนี้ได้” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ในจวนหลังนี้ มีสายตาของฮ่องเต้และขุนนางฝ่ายตรงข้ามจับจ้องอยู่ทุกฝีก้าว หากเปิ่นหวางแสดงออกว่ารักเจ้า... เจ้าจะกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่งทันที”
เฟยอินนิ่งงัน คำพูดนั้นราวกระบี่คมที่แทงเข้ากลางใจ ความระแวงแค้นเคืองที่สะสมมานานเริ่มสั่นคลอน นางมองลึกลงไปในดวงตาของบุรุษตรงหน้า และพบเพียงความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
“ถ้าเช่นนั้น...” เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย “ท่านจะทำอย่างไรกับซูเหม่ย?”
“นางกล้าแตะต้องคนที่เปิ่นหวางรัก... จุดจบของนางย่อมไม่ต้องเดา” หลี่จวินหรงยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתทึบขึ้นทันที “คืนนี้... เปิ่นหวางจะชำระบัญชีให้หมดสิ้น”
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนไปสู่ความลึกซึ้งและเข้าใจกันมากขึ้นนั้นเอง...
*ปัง!*
ประตูดังสนั่นหวั่นไหวถูกผลกระแทกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างอรชรของหลิวซูเหม่ยในชุดนอนผ้าแพรบางเบาก้าวเข้ามาพร้อมคราบน้ำตาและใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางชี้หน้าเฟยอินกรีดร้องเสียงแหลมสูง
“ท่านอ๋อง! อย่าไปหลงเชื่อคำพูดของนังปีศาจนี่นะเพคะ! มันกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายหม่อมฉัน! ท่านต้องฆ่ามัน... ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!”
หลี่จวินหรงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุจปีศาจกระหายเลือด อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
เสี่ยวเถาฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ ด้วยกันนะคะ!
ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ!•ตอนที่ 19
กอดนี้เพื่อเธอ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าดุ... ข้าไม่ได้ดื้อ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!