กลิ่นอายกำยานบุษบกผสมมัสก์ราคาแพงลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว กลิ่นนี้ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วเรือนปีกตะวันออก เรือนหลังงามที่ถูกครอบครองด้วยสตรีผู้กุมอำนาจแท้จริงในยามที่ท่านอ๋องไร้ประทับ ไป๋ลี่หลินก้าวข้ามธรณีประตูไม้แกะสลักอย่างไม่รีเวลาร้อนรน ฝ่าเท้าใต้ชายกระโปรงปักลายหงส์ทองเหยียบย่างลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบเย็นเฉียบ เสียงประทับฝ่าเท้าสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อกดดันผู้มาเยือน
นางหาได้สะท้านสะเทือนไม่
กลางห้องโถงกว้าง อนุซู หรือ ซูเหนียงจื่อ นั่งสง่าอยู่บนตั่งนุ่มปูทับด้วยขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ อาภรณ์ผ้าไหมต่วนสีม่วงแก่ปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นเบ่งบานขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี ดวงตาเรียวรีเฉี่ยวคมคายดั่งหางหงส์ตวัดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบราวกับจะประกาศศักดาความเป็นใหญ่ในเรือนหลังแห่งนี้
"ลมสงบอันใดจึงพัดพาพี่หญิงใหญ่ผู้เงียบขรึม มาเยี่ยมเยือนเรือนปีกตะวันออกของน้องได้ยามวิกาลเช่นนี้เล่าเพคะ" น้ำเสียงหวานหยดย้อยหากแต่ซ่อนพิษสงไว้ทุกอณูเอ่ยขึ้น นางมิได้แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นทำความเคารพตามธรรมเนียมฮูหยินเอกกับอนุภรรยา ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าใครกันแน่ที่มีตราประทับประจำจวนอยู่ในมือ
ไป๋ลี่หลินมิได้โต้ตอบทันที นางเพียงกวาดสายตาสำรวจความโอ่อ่าฟุ่มเฟือยรอบกาย ชาจีนชั้นดีในกาหยกขาวถูกรินควันกรุ่น อนุซูจงใจไม่จัดเตรียมที่นั่งไว้ให้ แสดงออกถึงความไร้มารยาทอย่างชัดแจ้งเพื่อตบหน้าฮูหยินตกกระป๋องผู้นี้
"ความเงียบขรึมของข้า หาใช่ความตายไม่" ไป๋ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "อีกอย่าง... การที่น้องซูเรียกขานตนเองเช่นนั้น เกรงว่าจะยกย่องฐานะของตนเองสูงเกินไปกระมัง ในจวนอ๋องแห่งนี้ กฎระเบียบและลำดับชั้นยังคงต้องรักษาไว้ มิเช่นนั้นคนนอกจะพากันนินทาว่าท่านอ๋องผู้เกรียงไกรไร้ซึ่งการอบรมสั่งสอนภรรยา"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอนุซูแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง นางวางถ้วยแร่หยกในมือลงบนโต๊ะเสียงดังเคร้ง "พี่หญิงใหญ่... ท่านเพิ่งฟื้นไข้ สมองคงยังเลอะเลือนกระมัง จึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับข้าถึงเรือนนี้ ลืมไปแล้วหรือว่าท่านอ๋องทรงโปรดปรานผู้ใดมากที่สุดในจวนหลังนี้"
ไป๋ลี่หลินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก นางไม่สะท้านต่อคำขู่เรื่องความโปรดปรานแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม แววตานั้นกลับสะท้อนความเวทนาออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ความโปรดปรานของบุรุษหรือ?" ไป๋ลี่หลินทวนคำ น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยัน "เปรียบประดุจน้ำค้างบนยอดหญ้า ยามเช้าต้องแสงอาทิตย์ก็ระเหยแห้งหายไป น้องซู... เจ้าใช้เวลาทั้งชีวิตปีนป่ายขึ้นมาเพื่อเป็นสุนัขตัวโปรดที่คอยรับเศษเนื้อจากโต๊ะอาหารของท่านอ๋อง เที่ยวใช้อำนาจในทางที่ผิด กลั่นแกล้งบ่าวไพร่ และยักยอกทรัพย์สินในคลังหลวงของจวนมาแต่งเติมความงามให้ตนเอง ช่างน่าสมเพชเสียจริง"
"เจ้า! สามหร้าง! บังani!" อนุซูผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง นิ้วเรียวยาวชี้หน้าฮูหยินเอก "ข้าเป็นคนโปรดของท่านอ๋อง ท่านกล้าดียังไงมาว่ากล่าวข้า! บ่าวไพร่! ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาตบปากสุนัขรับใช้ที่บังอาจมาล่วงเกินข้าเดี๋ยวนี้!"
ความเงียบงันคือคำตอบ ไม่มีบ่าวไพร่คนใดกล้าก้าวเข้ามาในห้องโถง แม้แต่เสียงลมหายใจภายนอกก็ยังพลอยเงียบสงบลง ไป๋ลี่หลินยังคงยืนนิ่งสงบ ดั่งขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อพายุร้าย
"เจ้าเรียกหาบ่าวไพร่ผู้ใดกันเล่า?" ไป๋ลี่หลินก้าวเข้าไปประชิดตัวอนุซู กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนอนุซูต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "บัญชีรายชื่อบ่าวไพร่ที่รับสินบนและช่วยเจ้าลักลอบนำสมบัติจวนอ๋องออกไปขาย บัดนี้อยู่ในมือข้าแล้ว หากข้าสะกิดทูลเรื่องนี้ต่อหน้าท่านอ๋อง คิดว่าหัวบนบ่าของเจ้า กับตระกูลซูเบื้องหลังของเจ้า จะเหลือรอดสักกี่ดวง?"
"เจ้า... เจ้าแต่งเรื่อง!" อนุซูกล่าวเสียงสั่น เค้าโครงความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่อ่านทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์กลของไป๋ลี่หลิน
"ข้าจะแต่งเรื่องหรือไม่ เจ้าผู้เป็นเจ้าของบัญชีย่อมรู้แก่ใจดีที่สุด" ไป๋ลี่หลินโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูที่ประดับด้วยต่างหูไข่มุกราตรี น้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเชือดเฉือนทุกความรู้สึก "จำไว้... ในจวนหลังนี้ ต่อให้ท่านอ๋องจะรักหรือชังข้า ตำแหน่งฮูหยินเอกก็ยังคงเป็นของข้า วันใดที่ข้ายังหายใจอยู่ อย่าได้อาจหาญมาเล่นตลกขบขันเช่นนี้อีก มิฉะนั้น ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความตกต่ำที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย"
อนุซูหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรกจากสตรีที่เคยอ่อนแอและโง่งอมนางนี้
ไป๋ลี่หลินเหยียดยิ้มเย็นชา สะบัดชายแขนเสื้อหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อนุซูทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นห้องอย่างหมดสภาพ
ทว่า ในขณะที่ไป๋ลี่หลินกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูเพื่อออกจากเรือนปีกตะวันออกนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังขึ้นที่ลานเรือนด้านนอก พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดุร้าย ที่ก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้อย่างไร้ซุ่มเสียง
ท่านอ๋องมู่หรงจวิ้นเสด็จมาถึงแล้ว! และพระเนตรคู่คมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้น กำลังจ้องมองตรงมาที่นางด้วยประกายแสงลึกล้ำที่คาดเดาไม่ได้...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอำนาจและการหักเหลี่ยมเฉือนคมไป1ด้วยกันนะครับ
*พงศาวดารมีชีวิต*
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 4
ปะทะหน้าอนุคนโปรด
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!