ปลายศัสตราคมพุ่งผ่านความมืดมิดของรัตติกาลเฉียดใบหูของนางไปปักฝังลงบนเสาไม้เนื้อแข็งอย่างแม่นยำ กลิ่นอายคาวโลหิตและหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาเคล้าคลอไปกับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินตระกูลรอง บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหยุดหายใจ
ไป๋ลี่หลินมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นางปรายตามองปลายลูกศรที่สั่นระริกด้วยแรงปะทะ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ท่ามกลางวงล้อมของมือสังหารนับสิบชีวิตที่ถือดาบวาววับจ้องจะปลิดชีพนางให้ได้ในค่ำคืนนี้
"ฮูหยินเอก... ท่านเป็นเพียงสตรีตัวคนเดียว ไฉนจึงยังรักษาท่าทีสงប់เยือกเย็นเช่นนี้ได้เล่า" เสียงแหบพร่าของผู้นำกลุ่มมือสังหารดังขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างในชุดดำสนิทแผ่รังสีอำมหิตออกมาทุกอณูขุมขน "คำสั่งคือจับตาย... ต่อให้ท่านจะมีมันสมองล้ำเลิศเพียงใด แต่ในยามที่ความตายอยู่ตรงหน้า ไร้ซึ่งกองกำลังปกป้อง ท่านก็เป็นเพียงปลาบนเขียงเท่านั้น"
ลี่หลินหัวอกเต้นระส่ำระสาย แต่นางรู้ดีว่าสติคืออาวุธเดียวที่มีในยามนี้ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดั่งคมมีด นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ประเมินทิศทางและช่องว่างอย่างรวดเร็ว ปลายพู่กันแพทย์ที่เหน็บไว้ที่เอวคือสิ่งเดียวที่พึ่งพาได้ในเวลานี้ นางเตรียมขยับตัวเพื่อคว้าเข็มเงินอาบยาพิษ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะได้สัมผัสกับอาวุธลับ
*ฉับ! โครม!*
เสียงประตูไม้หนาหนักพังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถูกฟ้าผ่า แรงระเบิดจากพลังภายในอันมหาศาลซัดสาดเอาร่างของมือสังหารแถวหน้ากระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับความหนาวเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมห้องใต้ดินทั้งห้องในพริบตา
เงาร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายพยัคฆ์เหินห้าวปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รัศมีอำนาจกดดันแผ่ขยายออกไปจนทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของภรรยาเอก
ท่านอ๋องมู่หรงจวิ้น...
พระองค์เสด็จมาถึงแล้ว และการมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ มิใช่เพียงเพื่อภารกิจราชการ แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณของบุรุษผู้ไม่อาจทนเห็นยอดดวงใจต้องตกอยู่ในอันตรายได้แม้แต่น้อย
"บังอาจนัก!"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจคำรามก้องราวกับอสุนีบาต กลิ่นอายความดุร้ายเลือดเย็นที่ท่านอ๋องมักใช้สยบกองทัพประจิมพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การยับยั้ง ดาบประจำกายในฝักถูกชักออกเพียงครึ่งนิ้ว ประกายแสงวาววับสะท้อนกับแสงไฟสีส้มทำให้บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก
มือสังหารกลุ่มนั้นหน้าถอดสีทันที พวกมันไม่คาดคิดว่าท่านอ๋องผู้เยือกเย็นจะทรงนำกองกำลังองครักษ์เงาบุกทะลวงเข้ามาถึงใจกลางรังของศัตรูยามวิกาลเช่นนี้
มู่หรงจวิ้นไม่ปล่อยให้พวกมันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานออกไปราวกับพยัคฆ์ร้ายล่าเหยื่อ เพลงดาบอันดุดันและไร้ความปรานีถูกแผดซ่ายออกไปอย่างไร้ช่องโหว่ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเคล้ากับหยาดฝนด้านนอก ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน สายตาของท่านอ๋องกลับเหลือบมองมาที่ไป๋ลี่หลินเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่านางปลอดภัย
ลี่หลินยืนนิ่งมองบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี กำลังกวาดล้างศัตรูเพื่อปกป้องนางด้วยความเกรี้ยวกราด หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและระแวดระวังมาตลอดกลับไหววูบอย่างรุนแรง ภาพความเยือกเย็นชาที่นางคุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยความหึงหวงและห่วงใยที่สะท้อนชัดเจนผ่านแววตาคู่คมคายนั้น พระองค์ทรงกังวลแทบคลั่งเมื่อรู้ว่านางตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู ถึงกับทรงควบม้าฝ่าสายฝนและกองกำลังนับร้อยเข้ามาด้วยพระองค์เอง
เพียงไม่ถึงเค่อ มือสังหารทั้งหมดก็ล้มลงนอนจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ ห้องใต้ดินที่เคยอับชื้นบัดนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
มู่หรงจวิ้นเก็บดาบเข้าฝักด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างสูงสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาหาภรรยาเอกทันที ลมหายใจของพระองค์ยังคงหอบถี่เล็กน้อยจากความเดือดดาลที่ยังค้างคาในอก
เมื่อยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากกล่าววาจาขอบคุณตามธรรมเนียม
ทว่า มู่หรงจวิ้นกลับคว้าข้อมือนางเข้าไปหาตัวด้วยแรงที่ไม่เบานัก รวบร่างบางเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างไร้การตั้งตัว ไออุ่นจากร่างกายของพระองค์ผสมผสานกับกลิ่นอายฝนและคาวเลือดโอบล้อมนางไว้ทั้งหมด
"เจ้าช่างกล้าหาญนักนะ... ไป๋ลี่หลิน" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความโกรธขึงและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด "หากเปิ่นหวังมาล่าช้ากว่านี้อีกก้านธูปเดียว เจ้าคิดจะเอาชีวิตของตนเองไปทิ้งไว้ที่นี่กระนั้นหรือ? ลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นชายาของใคร!"
หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ นางรับรู้ได้ถึงความสั่นเทราสลักลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งและดุดันของท่านอ๋อง พระองค์กำลังหวาดกลัว... กลัวที่จะสูญเสียนางไป
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์อันลึกซึ้ง กำลังจะเอ่ยคำปลอบประโลม
ทันใดนั้นเอง... เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดในมุมอับลึกที่สุดของห้องใต้ดิน พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาจันทร์ แสงไฟวับแวมเผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และใบหน้าคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก
"ช่างเป็นภาพสามีภรรยาที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับที่บุรุษผู้นั้นยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น "แต่ดูเหมือนว่า... ท่านอ๋องจะมาเร็วกว่าที่ข้าคำนวณไว้เสียหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาด้วยกันเสมอนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
พงศาวดารมีชีวิต
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 23
อ๋องหนุ่มผู้มาช่วยทันเวลา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!