"ราคาของโสมภูผาหิมะพันปีหาใช่เงินตำลึง... หากแต่เป็นลมหายใจของท่านต่างหากเล่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง ม่านผ้าไหมสีหม่นของร้านค้าสมุนไพรเก่าแก่ในตรอกลึกย่านตลาดมืดถูกกระชากเปิดออกด้วยปลายนิ้วที่สวมแหวนหยกโลหิต กลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของสมุนไพรโบราณทันที
ไป๋ลี่หลินหาได้สะดุ้งสะเทือน นางยังคงยืนนิ่งสงท่ามกลางเงาสลัวของร้านค้า ดวงตาหงส์คู่คมกริบกวาดมองร่างของเถ้าแก่ร้านที่ถูกปลิดชีพนอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหลังชั้นวางยาอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าแพรต่วนสีหมองยังคงถือตลับไม้จันทน์สำหรับใส่ตัวยาค้างไว้ ปฏิกิริยาของนางสงบนิ่งราวกับมิใช่กำลังเผชิญหน้ากับฆาตกรโหดเหี้ยม แต่เป็นเพียงบัณฑิตผู้กำลังเลือกตำราในห้องหนังสือ
"มือสังหารเงาโลหิตแห่งพรรคอัคคีทมิฬ... ดูท่าเสนาบดีไป๋ผู้เป็นบิดาข้าคงทุ่มทุนมิใช่น้อย ถึงกับยอมใช้หนี้เลือดเพื่อซื้อหัวลูกสาวที่ถูกขับไล่ออกนอกจวนเช่นข้า" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบดั่งกลีบเหมย
บุรุษในชุดดำสนิทปิดบังใบหน้าเผยให้เห็นเพียงดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร เขาหัวเราะในลำคออย่างน่าขนพองสยองเกล้า "ฉลาดสมคำร่ำลือสมกับเป็นอดีตกุนซือหญิงแห่งจวนอ๋อง แต่น่าเสียดาย... ในตลาดมืดแห่งนี้ ต่อให้ท่านฉลาดล้ำฟ้าเพียงใด ก็ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงกรีดร้องของท่านหรอก ฮูหยินเอก"
สิ้นคำ มือสังหารนับสิบชีวิตก็พุ่งทะยานออกมาจากเงาเสาและคานไม้เบื้องบน คมดาบวาววับสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดช่องหน้าต่างกระดาษฟาง พุ่งเป้ามายังจุดตายทั่วร่างของนางในพริบตาเดียว
ทว่า ไป๋ลี่หลินหาได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว
ในจังหวะที่คมดาบกำลังจะถึงตัว ร่างเพรียวบางกลับพลิ้วกายหลบหลีกอย่างงดงามราวนางพญาหงส์ร่ายรำ แขนเสื้อที่ซ่อนผงพิษสลายกระดูกถูกสะบัดออกเป็นวงกว้าง ละอองสีขาวนวลลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณอับอากาศ สองมือสังหารที่พุ่งเข้ามาแถวหน้าสูดดมเข้าไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาก็เบิกโพ้าง ร่างกายแข็งทื่อล้มตึงลงขาดใจตายทันทีโดยไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง
"พิษสลายวิญญาณเจ็ดทวาร... นังสารเลว!" หัวหน้ามือสังหารคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นลูกน้องล้มตายในพริบตา ดาบในมือถูกฟันผ่าลงมาด้วยพละกำลังมหาศาล หวังปลิดชีวีสตรีตรงหน้าให้ขาดเป็นสองท่อน
ไป๋ลี่หลินกัดฟันแน่น แม้นางจะเชี่ยวชาญการแพทย์และพิษร้าย แต่วิชาบู๊ของร่างนี้ยังคงจำกัดจำเขิน การปะทะกับมือสังหารฝีมือฉกาจระยะประชิดเช่นนี้ย่อมเสียเปรียบอย่างยิ่ง แรงกระแทกจากการปัดป้องด้วยกริชสั้นทำให้ร่างระหงกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางสมุนไพร ร่างกายบอบบางเจ็บแปลบขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปาก แต่นางมิได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
มือสังหารก้าวเข้าไปใกล้เงาดำทาบทับร่างของนาง ปลายดาบจ่ออยู่ที่ลำคอระหง "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว ฮูหยิน... ไปรับโทษทัณฑ์ในปรโลกเสียเถอะ!"
*ฉับพลันนั้นเอง!*
เสียงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ประตูไม้หนาทึบของร้านสมุนไพรถูกพลังภายในอันมหาศาลกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษไม้ปลิวว่อนดุจหิมะโปรราน ท่ามกลางฝุ่นควันและแสงจันทร์สีเลือด ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมปักลายพยัคฆ์ทะยานเข้ามายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไป๋ลี่หลินราวกับเทพสงครามผู้จุติจากขุมนรก
ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งรัศมีร้อยลี้ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ท่านอ๋องมู่หรงจวิ้นผู้เยือกเย็นและดุร้าย ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกระบี่ประจำกายที่ยังคงหยดหยาดโลหิตสีแดงฉาน กลิ่นอายความตายที่แท้จริงหาใช่ของมือสังหารเหล่านี้ หากแต่เป็นบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกมันต่างหาก
"บังAอาจนัก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายดังขึ้น มันมิได้ดังมากนัก ทว่ากลับสั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณของทุกคนในที่นั้น "กล้าดียังไง... มาแตะต้องชายาของเปิ่นหวาง"
หัวหน้ามือสังหารหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้ เมื่อเผชิญหน้ากับเทพมรณะแห่งแดนประจิมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมไร้ปรานี "ทะ... ท่านอ๋อง... พระองค์..."
"ตาย!"
มู่หรงจวิ้นไม่ปล่อยให้มันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน ประกายกระบี่วาววับพาดผ่านลำคอของมือสังหารในพริบตาเดียว ศีรษะหลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนผนังห้องอย่างไร้ความปรานี ส่วนมือสังหารที่เหลือต่างถูกกองกำลังลับของจวนอ๋องที่ตามมาสมทบสังหารราบคาบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมร้านสมุนไพรอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
ไป๋ลี่หลินพยายามพยุงกายลุกขึ้นจากพื้น มือเรียวปัดเศษฝุ่นตามอาภรณ์อย่างใจเย็น แม้ใบหน้าจะซีดเซียวและมีรอยเลือดที่มุมปาก แต่นางก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เพิ่งช่วยชีวิตนางไว้ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
มู่หรงจวิ้นก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มทิ้งกระบี่ในมือลงพื้น เสียงโลหิตหยดติ๋งๆ สะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาคมกราบกวาดมองรอยแผลและคราบเลือดบนตัวนาง หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างดุจหินผากลับกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ยากจะควบคุม
มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นออกไปหมายจะประคองร่างบาง ทว่ากลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ เมื่อไป๋ลี่หลินเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยอย่างไว้ตัว
"หม่อมฉันขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงเมตตาเสด็จมาช่วย..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ห่างเหิน และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะ
มู่หรงจวิ้นขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวที่ระคนกันอยู่ในอกทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงดุดันออกมา "เจ้าออกจากจวนมาโดยไม่บอกกล่าวเพื่อหาทางตายรึ ไป๋ลี่หลิน! เจ้าคิดว่าชีวิตเจ้ามีค่าแค่ไหน ถึงได้เอามาทิ้งไว้ในตลาดมืดโสมมเช่นนี้!"
"ชีวิตเป็นของหม่อมฉัน จะเอาไปทิ้งที่ใด ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ท่านอ๋องต้องทรงกังวล..." นางสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายมิยอมแพ้ "อีกอย่าง หากท่านอ๋องทรงรีบเสด็จกลับจวนไปดูแลพระชายารองเสียตอนนี้ คงจะเหมาะสมกว่ามายืนต่อว่าหม่อมฉันที่นี่นะพเพคะ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นจนแทบระเบิด มู่หรงจวิ้นก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง บังคับให้แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับชั้นวางยา กลิ่นกายหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นเลือดจางๆ ยิ่งทำให้สติของเขาขาดผึ่ง มือใหญ่คว้าเอวบางไว้แน่นจนแทบจมคาอุ้งมือ ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากที่ยังมีคราบเลือดด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"เจ้าหึงรึ..." เขาเอ่ยถามเสียงพร่า ชิดริมฝีปากลงมาใกล้ใบหูนางจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินลาดไหล่ระหง "หรือเจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะสนใจสตรีอื่นนอกจากฮูหยินตัวดีที่คอยแต่จะหย่ากับข้าคนนี้?"
ไป๋ลี่หลินใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงฝืนสติ ปลายมือเรียวซ่อนเข็มพิษไว้เตรียมพร้อม หากแต่ในวินาทีที่นางเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อปากต่อคำ สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่ทอดทาบผ่านหน้าต่างกระดาษฟางด้านนอก
มันไม่ใช่เงาของมือสังหาร... แต่เป็นเงาของธนูอาบยาพิษนับสิบดอกที่กำลังเล็งตรงมายังแผ่นหลังของมู่หรงจวิ้น!
"ระวัง!" ไป๋ลี่หลินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ลืมตัวพุ่งเข้าผลักร่างหนาของมู่หรงจวิ้นให้หลบพ้นวิถีกระสุนในเสี้ยววินาที
*ฉับพลัน!*
เสียงลูกธนูแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง ไป๋ลี่หลินรู้สึกราวกับถูกไฟแผดเผา ร่างระหงทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของมู่หรงจวิ้นที่หันกลับมารับไว้ได้ทันท่วงที
โลหิตสีดำคล้ำไหลซึมทะลุอาภรณ์สีอ่อนออกมาย้อมอกเสื้อของมู่หรงจวิ้นจนแดงฉาน ลูกธนูอาบยาพิษปักคาอยู่แผ่นหลังของนาง ลมหายใจของไป๋ลี่หลินแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลม ดวงตาหงส์ค่อยๆ ปิดลงช้าๆ
มู่หรงจวิ้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด สติสัมปชัญญะของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นขาดผึ่งลงในพริบตา ใบหน้าคมคายซีดเผือดไร้สีเลือด อ้อมแขนที่เคยแข็งแกร่งประคองร่างอันไร้เรี่ยวแรงของนางไว้อย่างสั่นเทา
"ลี่หลิน... ลี่หลิน! ลืมตาขึ้นมามองเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดหัวใจดังลั่นร้านสมุนไพร มู่หรงจวิ้นก้มลงมองมือตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของนาง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ข้างกายร่างบาง นางกำมันไว้แน่นก่อนหมดสติ
นิ้วหนาที่สั่นเทาค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอย่างยากลำบาก และเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความลายมือหวัดๆ ด้านใน ดวงตาดุร้ายของท่านอ๋องก็หดแคบลงทันที ความโกรธเกรี้ยวระดับเผาทำลายล้างพุ่งทะยานถึงขีดสุด
*ราชโองการลับจากในวังหลวง: สังหารฮูหยินเอกไป๋ลี่หลิน... เพื่อปิดปากพยานปากเอกคดีกบฏตระกูลหลี่*
มู่หรงจวิ้นเงยหน้าขึ้นช้าๆ ไอสังหารสีเลือดแผ่พุ่งทะลักออกจากร่างราวกับพายุคลั่ง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญแผ่นดินให้เป็นจุล
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาด้วยกันเสมอนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
พงศาวดารมีชีวิต
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 22
กับดักในตลาดมืด
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!