ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 6

ข้อเสนอจากเงื้อมมือมัจจุราช

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นคาวโลหิตจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายฝนยามวิกาล แผ่ซ่านเข้ามาตามทางเดินปูด้วยหินอ่อนสีนิลของเรือนประจิม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาไม่ได้ย่างก้าวด้วยความรีบร้อน ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างหมอบกราบตัวสั่นเทา แนบหน้าผากชิดพื้นเย็นเฉียบโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง มู่หรงจวิ้นก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดสีเข้ม ทั้งโลหิตของข้าศึกและคราบไคลสนามรบยังคงส่งกลิ่นคละคลุ้ง แผ่นหลังกว้างและไหล่หนานั้นราวกับแบกรับภูเขาผาอันมืดมน ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างของแม่ทัพผู้กุมกองทัพประจิมจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบรา เหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของสตรีผู้หนึ่งซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์อย่างสง่างาม ไป๋ลี่หลินไม่ได้ขยับเขยื้อนวรกายหนี นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นจากตำราการแพทย์โบราณในมือ ช้าๆ และมั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก นางกลับดูราวกับภาพวาดพู่กันจีนอันสงบนิ่ง สายตาราบเรียบไร้ซึ่งความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ประกายความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้ามิใช่พญามัจจุราชผู้คร่าชีวิตคนนับหมื่นในพริบตา หากเป็นเพียงลมพัดผ่านที่ไร้พิษภัย มู่หรงจวิ้นแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่า เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยการเยาะหยัน "ดูท่า... ฮูหยินของเปิ่นหวังคงจะฝึกฝนความใจกล้ามาเป็นอย่างดี ถึงยังนั่งหายใจได้อย่างสงบสุขเช่นนี้ ยามที่สามีกลับมาจากสนามรบพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย" ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงเกราะกระทบกันกังวลวานก้องกังวาน บ่งบอกถึงอำนาจดิบเถื่อนที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งในกำมือ เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันนาง สายตาคมกราบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น หวังจะค้นหาความสั่นไหว รอยปริแตกแห่งความหวาดกลัว หรือกระทั่งคราบน้ำตาจากสตรีที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่แต่ในเรือนหลัง ทว่า... สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าอันลุ่มลึก และประกายปัญญาที่ฉายชัดราวกับกระจกใสสะท้อนความดุดร้ายของเขาเองกลับไป ไป๋ลี่หลินค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างประณีต เสียงกระทบเบาๆ ของด้ามไม้ไผ่กับแท่นหมึกดังก้องชัดเจนในความเงียบงัน นางมิได้ถอยร่นหนี มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความยินดี หากแต่เป็นความเย้ยหยันอันเหนือชั้น "ท่านอ๋องเหนื่อยยากถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่รีบไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วให้สาวใช้ต้มน้ำแกงโสมมาบำรุงเล่าเพคะ? การแบกรับกลิ่นคาวเลือดเข้ามาในเรือนอนอันบริสุทธิ์ เกรงว่าจะทำให้สิ่งอัปมงคลตามติดตัวท่านมาไม่สู้ดีนัก" น้ำเสียงของนางราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มู่หรงจวิ้นชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบหรี่แคบลง รังสีอำมหิตพุ่งทะยานขึ้นอีกโขด "เจ้ากล้าสั่งสอนเปิ่นหวังหรือ ไป๋ลี่หลิน? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? แค่สตรีในเรือนหลังที่เปิ่นหวังจะหยิบยื่นความเมตตาหรือความตายให้เมื่อใดก็ได้" "หม่อมฉันเป็นภรรยาที่ท่านแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม... และในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้เดียวในจวนหลังนี้ที่มองทะลุเห็นความเปราะบางใต้เกราะเหล็กหนาของท่าน" ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะแตกต่างกันมาก แต่นางกลับยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาอย่างทัดเทียม ไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่เศษเสี้ยววินาที นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนบนตัวนางลอยเข้าปะทะกับกลิ่นคาวเลือด เป็นความตัดกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างความเป็นความตายและการเยียวยา "ท่านอ๋องทรงชนะศึกที่ชายแดนประจิม ตัดหัวแม่ทัพข้าศึกนับร้อย กลับมาพร้อมความดีความชอบล้นพ้น... แต่ทว่า เบื้องหลังชัยชนะนั้น ราชสำนักกำลังส่งสายตาคมกริบมาจ้องมอง ร่องรอยบาดแผลที่สีข้างด้านขวาของท่านที่พยายามปกปิดด้วยเกราะหนา... คงจะเสียเลือดไปไม่น้อยสินะเพคะ หากความลับนี้แพรพรายออกไปว่าท่านแม่ทัพผู้ไร้พ่ายกำลังบาดเจ็บสาหัสจากการลอบสังหารในกองทัพของตนเอง ฮ่องเต้จะทรงพระสำราญแค่ไหนกัน?" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันทิ้งดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง มู่หรงจวิ้นพุ่งมือหนาออกไปบีบคางอิ่มของนางอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นิ้วแกร่งออกแรงบีบจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงระเรื่อ ไอสังหารรอบกายระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนลมพายุข้างนอกแทบจะพัดทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามา ทว่า ดวงตาของไป๋ลี่หลินไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ก้มมองมือที่บีบคางนางอยู่ด้วยสายตาเวทนาเล็กน้อย ราวกับกำลังมองเด็กน้อยเอาแต่ใจ "เจ้า... รู้ได้อย่างไร" น้ำเสียงของมู่หรงจวิ้นต่ำทุบ ลึกล้ำ และเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต หากเป็นผู้อื่นคงหัวหลุดจากบ่าไปนานแล้วสำหรับความรู้อันบังAญนี้ "หม่อมฉันเป็นแพทย์ หรือท่านลืมไปแล้วเพคะ?" ไป๋ลี่หลินเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง "และข้อเสนอก็คือ... หากท่านต้องการมีชีวิตรอดเพื่อกลับไปชิงบัลลังก์ที่ท่านปรารถนา ท่านต้องร่วมมือกับสตรีที่ท่านดูแคลนผู้นี้... ฮูหยินเอกผู้กำลังขอหย่าจากท่านผู้นี้อย่างไรล่ะเพคะ" มู่หรงจวิ้นจ้องมองสตรีตรงหน้า หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งในอก ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสติปัญญาของนางตีรวนขึ้นมาจนเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลงกายมาในรูปโฉมของยอดพธู ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งร้อนจากภาระกิจด่วน พร้อมกับเสียงขันทีเฒ่าผู้คุ้นเคยตะโกนก้องฝ่าสายฝนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! ราชสำนัก... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงจวิ้นชะงักมือที่บีบคางนางลงช้าๆ สายตาคมกราบหันไปมองบานประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมาสบตากับไป๋ลี่หลินที่ยังคงแย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%