ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 7

ถ้วยชาทดสอบใจ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมคุกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นสุราหมักชั้นดีลอยวนอยู่ภายใต้หลังคาเรือนรับรองหลังใหญ่ เสียงบรรเลงพิณกู่เจิงจากนางดนตรีขับกล่อมเคล้าคลอไปกับเสียงหัวسराนสำราญของผู้มีบรรดาศักดิ์ในเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้าโต๊ะเสวยตัวยาวกลับหนาแน่นไปด้วยไอสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้รอยยิ้มเคลือบยาพิษ มู่หรงจวิ้นชะงักมือที่บีบคางนางลงช้าๆ สายตาคมกราบหันไปมองบานประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมาสบตากับไป๋ลี่หลินที่ยังคงแย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ ความเงียบงันชั่วขณะก่อตัวขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิมแผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนเหล่าข้าราชบริพารรอบกายต่างก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทว่าไป๋ลี่หลินกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงปรายตามองจอกชาเคลือบหยกขาวในมือของอนุซูที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมดั่งนกน้อยปีกหัก "ท่านอ๋อง... ฮูหยินเอก... หม่อมฉันเห็นว่าอากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น จึงต้มชาสมุนไพรบำรุงธาตุมาให้ทุกท่านได้ลิ้มลองเพคะ" อนุซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้ารูปไข่ประดับหยาดน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา นางชำเลืองสายตาไปยังจอกชาในถาดทองเหลืองด้วยความคาดหวังระคนหวาดหวั่น แผนการในค่ำคืนนี้ถูกวางไว้อย่างแยบยล ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นชนิดนี้หากเข้าปากผู้ใด ผู้นั้นย่อมกระอักเลือดสิ้นใจตายภายในสามลมหายใจ และเป้าหมายที่นางต้องการกำจัดให้พ้นทางก็คือสตรีที่นั่งเคียงข้างท่านอ๋องผู้นี้ ไป๋ลี่หลินมิได้ปฏิเสธ นางกลับยื่นมือเรียวระหงดั่งหยกสลักมารับจอกชาใบนั้นไว้ด้วยตนเอง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับผิวกระเบื้องที่ยังคงไอความร้อนกรุ่น นางกวาดสายตาพินิจพิเคราะห์น้ำชาสีอำพันใสภายในจอกแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอนุซูที่กำลังลุ้นระทึกจนมือไม้สั่นเทา "น้ำชาหอมกรุ่นถึงเพียงนี้ อนุซู... เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก" ไป๋ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความนัยอันล้ำลึกที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับสันหลังวาบ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแค่อยากทำหน้าที่อนุที่ดีเพคะ..." อนุซูรีบก้มหน้าหลบสายตา "ในเมื่อเป็นน้ำใจจากเจ้าผู้มีความตั้งใจอันเปี่ยมล้น ข้าผู้เป็นฮูหยินเอกย่อมมิอาจปฏิเสธความปรารถนาดีนี้ได้" สิ้นคำ ไป๋ลี่หลินก็ยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก ท่ามกลางความตกตะลึงของมู่หรงจวิ้นที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงเนตรคมกริบของท่านอ๋องวับโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ เขารู้ดีว่าสตรีข้างกายมิใช่คนโง่เขลา ไยจึงยอมดื่มสิ่งที่อาจเป็นพิษภัยลงไปอย่างง่ายดายเช่นนี้? *กร๊ือก...* เสียงกลืนน้ำชาลงคอของไป๋ลี่หลินดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาในห้องโถงต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว อนุซูกลั้นหายใจ หัวใจเต้นรำรัวด้วยความยินดีปรีดา นางรอคอยเวลาที่ฤทธิ์ยาจะแผ่ซ่านและทำให้ฮูหยินเอกผู้นี้ทรมานจนขาดใจตายต่อหน้าธารกำนัล หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาทีผ่านไป... ไม่มีอาการกระอักเลือด ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเจ็บปวด ไป๋ลี่หลินเพียงแค่วางจอกชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากงามยิ่งทวีความเย้ายวนและน่าสะพรึงกลัวในคราเดียวกัน "ชาถ้วยนี้... รสชาติแปลกประหลาดนัก" ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "มีความหวานปะแล่มคล้ายน้ำตาลกรวด แต่กลับมีกลิ่นฉุนจางๆ ของ 'หญ้าอัคคีโลหิต' ผสมอยู่... อนุซู รสนิยมการดื่มชาของเจ้า ช่างแปลกพิสดารยิ่งนัก" สีหน้าของอนุซูเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ "ฮูหยิน... หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่เข้าใจที่ท่านพูดเพคะ!" "ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" ไป๋ลี่หลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางเยียบเย็นลงจนคนฟังต้องขนลุกซู่ นางยื่นมือไปหยิบถาดทองเหลืองของอนุซูขึ้นมาพลิกดู ก่อนจะใช้นิ้วเขี่ยก้นถาดที่บุinลึกเข้าไป เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ซุกซ่อนผงยาพิษสีขาวหลงเหลืออยู่ปลายเล็บ "หญ้าอัคคีโลหิต เป็นสมุนไพรหายากจากดินแดนทางเหนือ มีฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะไม่ตายทันที แต่จะทรมานราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายในนานเจ็ดวันเจ็ดคืน... เจ้าช่างใจคอโหดเหี้ยมยิ่งนัก ถึงกับกล้าใช้พิษชนิดนี้มาสังหารข้ากลางงานเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋อง" "มะ... ไม่จริงนะเพคะ! ท่านใส่ร้ายหม่อมฉัน! ท่านอ๋องเพคะ โปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วย!" อนุซูทรุดฮวบลงกับพื้น ร่ำไห้คร่ำครวญโหยหวน พยายามคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อของมู่หรงจวิ้นเพื่อขอความเห็นใจ แต่มู่หรงจวิ้นกลับมิได้ชายตาน้ำมองนางแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าประทับนั่งนิ่งสนิท ดวงเนตรสีนิลดุจเหยี่ยวค่ำคืนทอดมองไปที่ภรรยาของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และประกายความพึงพอใจที่ฉายชัดขึ้นลึกๆ ในแววตา เขาปล่อยให้นางเป็นผู้จัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยตนเอง ดั่งเช่นพญาอินทรีที่ยืนมองคู่ครองออกล่าเหยื่อด้วยความสง่างาม "เจ้าคิดว่าข้าดื่มมันเข้าไปจริงๆ งั้นหรือ?" ไป๋ลี่หลินโน้มตัวลงไปกระซิบถามอนุซูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน นางหยิบขวดกระเบื้องขนาดเล็กสีขาวออกจากแขนเสื้อ เทเม็ดผงยาสีดำเม็ดหนึ่งลงบนฝ่ามือ "นี่คือ 'โอสถพันภพ' ยาถอนพิษร้อยชนิด ก่อนที่เจ้าจะยกชาถ้วยนั้นมา ข้าได้กลิ่นอายความชั่วร้ายของเจ้าลอยมาแต่ไกลแล้ว... ชาถ้วยนั้น ข้าเพียงแค่จิบให้มันผ่านริมฝีปาก หาได้กลืนลงท้องแม้แต่หยดเดียวไม่!" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจของอนุซู ร่างบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ความจริงถูกเปิดโปงอย่างไร้ทางหนีทีไล่ แผนการที่นางมั่นใจนักหนากลับพังทลายลงด้วยสติปัญญาและความเหนือชั้นของสตรีที่นางดูถูกมาตลอด "สารเลว! เจ้ากล้าดียังไงถึงวางแผนปลงพระชนม์ฮูหยินเอกและสร้างความวุ่นวายในจวนอ๋อง!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของมู่หรงจวิ้นดังขึ้นในที่สุด เขากวาดสายตาคมกราบมองอนุซูราวกับมองมดปลวกไร้ค่า "ท่านอ๋อง! ไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ! เป็น... เป็นเพราะมีคนบงการ หม่อมฉันไม่ได้ทำ..." อนุซูละล่ำละลักละลานจะซัดทอดผู้อื่น "ลากตัวนางไปโบกสามสิบไม้ แล้วขังไว้คุกมืดท้ายจวน อย่าให้ผู้ใดเข้าเยี่ยมเด็ดขาด" มู่หรงจวิ้นออกคำสั่งเฉียบขาดโดยไม่เปิดโอกาสให้อภิปรายใดๆ ทั้งสิ้น องครักษ์เงาเคลื่อนกายเข้ามาราวกับภูตผี ลากตัวอนุซูที่กรีดร้องโหยหวนออกไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดและความตึงเครียดจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบสงัดอีกครา ไป๋ลี่หลินถอนหายใจยาวเบาๆ นางวางขวดโอสถลง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม หันกลับมาประสานสายตากับสามีผู้ทรงอำนาจที่กำลังจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง "ดูท่า... ฮูหยินของข้าจะมิได้มีความรู้เพียงแค่การรักษาโรคกระมัง" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รินสุราลงในจอกของตนเองก่อนจะเลื่อนไปตรงหน้าภรรยา "เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ไป๋ลี่หลิน" "ท่านอ๋องทรงกล่าวชมเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันก็แค่ปกป้องตนเองจากงูพิษในเรือนหลังเท่านั้น" ไป๋ลี่หลินตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน นางยกจอกสุราขึ้นจิบเบาๆ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความสงบ เสียงฝีเท้ารelentless และเร่งรีบของมหาดเล็กประจำพระราชวังก็ดังแทรกขึ้นจากนอกประตู บานประตูห้องโถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต มหาดเล็กหลวงในชุดขันทีชั้นสูงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มด้วยละอองฝนยามค่ำคืน เขาทรุดกายคุกเข่าลงเบื้องหน้าท่านอ๋องด้วยตัวสั่นเทา ชูม้วนพระราชโองการประทับตราหยกสีชาดขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือที่สั่นระริก "ทูลท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" เสียงมหาดเล็กขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนก "ฝ่าบาทมีพระราชโองการด่วน... ให้ท่านอ๋องนำทัพห้าหมื่นนายบุกประจิมทันทีในคืนนี้! และ... และมีพระราชโองการลับอีกฉบับเฉพาะกิจ... สั่งให้จับกุมตัว... ฮูหยินไป๋ลี่หลิน เข้าคุกหลวงในข้อหา 'กบฏทรยศแผ่นดิน' พ่ะย่ะค่ะ!" *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางอักษรนี้ด้วยกันนะครับ — พงศาวดารมีชีวิต*
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%