กลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูกยังไม่จางหายดี หยดโลหิตสีแดงฉานที่หยดติ๋งลงบนพื้นหินอ่อนจากปลายกระบี่ในมือของมู่หรงจวิ้น สะท้อนประกายวับแวมราวกับอัญมณีต้องสาปในยามราตรี
บรรยากาศในโถงรับแขกเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวังของเหล่าบ่าวไพร่ที่หมอบราบอยู่กับพื้น ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดอันเยือกเย็นจนแทบแช่แข็งวิญญาณนั้น สายตาคมปลาบดุจพญาอินทรีของท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิมกลับมิได้มองไปยังผู้ใด นอกเสียจากร่างระหงของไป๋ลี่หลินที่ยังคงยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า
"เลือดเปื้อนเสื้อผ้าของเปิ่นหวัง... แต่เจ้ากลับยืนมองด้วยสายตาเรียบเฉยเช่นนี้เชียวหรือ ฮูหยิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึก มู่หรงจวิ้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลี่หลินสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เจือความดิบเถื่อน ทว่านางมิได้ถอยหลังหนีแม้แต่ครึ่งก้าว
"หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่า... เลือดของคนโง่เขลาที่ไม่รู้ว่ากำลังชักศึกเข้าบ้าน ไยต้องทำให้ฉลองพระองค์ของท่านอ๋องต้องแปดเปื้อนด้วยเล่าเพคะ" ไป๋ลี่หลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างท้าทาย สติปัญญาอันเฉียบคมของนางเปล่งประกายผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
มู่หรงจวิ้นแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองนางมีความซับซ้อนวูบไหว บุรุษผู้เย็นชาต่อโลกหล้า ไร้ซึ่งความปรานีต่อศัตรูอย่างเขา กลับรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าผู้นี้ช่างน่าค้นหาและอันตรายยิ่งกว่าค่ายกลใดๆ ในสนามรบ
"ปากกล้าขึ้นทุกวัน... คงไม่ใช่เพราะแอบซุกซ่อนความลับอะไรไว้ในเรือนพักส่วนตัวกระมัง" เขาเอ่ยเสียงพร่า ประโยคนั้นแฝงนัยน์ตารู้ทันจนหัวใจของลี่หลินกระตุกวูบไปชั่วขณะ
นางรู้ดีว่าอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากพิษเย็นที่ตกค้างในร่างกายของนาง หากไม่รีบขับมันออกมาในคืนนี้ ร่างกายนี้คงยากจะต้านทานไหว การปรุง "โอสถบูรณะมรรคา" จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเรือนร้างท้ายจวนที่ขึ้นชื่อว่าอับชื้นและไร้ผู้คนเหลียวแล คือสถานที่เดียวที่ปลอดภัยจากการสอดส่อง... แต่กระนั้น นางก็ประเมินสายตาของหน่วยข่าวกรองในจวนท่านอ๋องต่ำเกินไป
ยามยามสาม (23.00 - 00.59 น.) เมื่อความมืดปกคลุมไปทั่วสารทิศ เรือนร้างท้ายจวนอ๋องจึงกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
แสงไฟจากตะเกียงดวงน้อยส่องสว่างลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาที่ผุพัง ไป๋ลี่หลินในชุดอาภรณ์สีเรียบกำลังนั่งอยู่หน้าเตาดินเผาขนาดเล็ก พัดใบตาลในมือโบกสะบัดเบาๆ เพื่อควบคุมเปลวเพลิงให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ บนตะแกรงทองเหลืองคือหม้อโอสถเนื้อหยาบที่กำลังเดือดปุดๆ กลิ่นอายสมุนไพรล้ำค่าหายาก เช่น โสมพันปีและหญ้าวิญญาณโลหิต ค่อยๆ แผ่ซ่านฟุ้งกระจายออกไปตามสายลมยามค่ำคืน กลิ่นหอมหวานปนฉุนนี้ช่างลึกล้ำและเย้ายวนเกินกว่าที่จมูกของคนธรรมดาจะเมินเฉย
ทว่า... กลิ่นหอมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเยียวยานางแต่เพียงผู้เดียว แต่มันคือ "เหยื่อล่อ" ชั้นดีที่นางจงใจโปรยปรายออกไป เพื่อดึงดูดเงาสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ภายในจวนแห่งนี้ให้ออกมาเผยโฉม
*กริ๊บ...*
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบาจากภาระนอกหน้าต่าง ลี่หลินชะงักมือที่กำลังถือช้อนเงินคนตัวยา รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก นางไม่ได้หันไปมองทันที แต่ยังคงจดจ่ออยู่กับการเคี่ยวโอสถราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านช่องหน้าต่างด้วยความเร็วสูงราวกับภูตผี ปลายกระบี่คมกริบพุ่งตรงมายังจุดสำคัญที่ลำคอของนางในเสี้ยววินาที!
*เปร๊าะ!*
ไม้พัดในมือของลี่หลินดีดสะบัดออกปะทะกับคมกระบี่อย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้ร่างของมือสังหารชะงักไปเล็กน้อย ทว่าเขากลับพลิกตัวกลางอากาศแล้วใช้กระบี่อีกเล่มแทงสวนเข้ามาอย่างไร้ความปรานี สตรีร่างบางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว อาภรณ์สีอ่อนสะบัดพลิ้วไหวตามแรงเคลื่อนไหว นางก้าวเท้าถอยหลังตามวิถีก้าวเท้าแปดทิศ หลบคมกระบี่ได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับซัดเข็มเงินเคลือบยาสลบสามเล่มออกไปในพริบตา!
"อึก!"
เสียงอุทานด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากปากของเงาลึกลับ ร่างนั้นเซถอยหลังไปชนกับชั้นวางตำราเก่าจนฝุ่นตลบอบอวล ลี่หลินหรี่ตามองผู้บุกรุกที่สวมชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า ทว่าที่ข้อมือซ้ายของมันกลับมีรอยสักรูป "หมาป่ากลืนจันทร์" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของหน่วยเงาที่ขึ้นตรงกับอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานในเรือนรอง!
"คิดไม่ถึงว่า... คนของจวนรองจะใจกล้าถึงเพียงนี้ กลางดึกสงัดเช่นนี้ยังกล้าส่งมือดีมาลอบสังหารฮูหยินเอกถึงในเขตเรือนพัก" ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาคมกริบดุจคมมีด นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่เริ่มมีอาการชาลามไปทั่วร่างเนื่องจากฤทธิ์เข็มพิษ
มือสังหารพยายามจะกัดแคปซูลยาพิษที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นเพื่อปลิดชีพตนเองตามกฎของมืออาชีพ แต่มีหรือที่ยอดกุนซือและหมอเทวดาอย่างนางจะปล่อยให้ตายง่ายดายเช่นนั้น!
"คิดจะตายตอนนี้... ฝันไปเถอะ"
ลี่หลินสะบัดมือซัดจุดสกัดชีพที่หัวไหล่และลำคอของมันอย่างแม่นยำ ร่างของมือสังหารแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้ทันที ทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอด้วยความตื่นตระหนก นางก้มตัวลงหมายจะกระชากผ้าคลุมหน้าออกเพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้บุกรุก
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังจะสัมผัสกับผ้าคลุมหน้าสีดำนั้นเอง...
*ปัง!*
ประตูไม้บานคู่ของเรือนร้างถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาลเศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักด้ายทองรูปมังกรทะยาน ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู
มู่หรงจวิ้นยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาดำมืดสนิทราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านกดดันจนบ่าวไพร่ที่วิ่งตามมาด้านหลังต้องคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
สายพระเนตรอันคมกริบดุจใบมีดกวาดมองระหว่างร่างของมือสังหารที่ขยับไม่ได้ กับใบหน้าอันงดงามที่ยังคงมีหยาดเหงื่อผุดพรายของไป๋ลี่หลิน ก่อนที่พระองค์จะตรัสด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนพองสเกลว่า...
"ดูท่า... ในจวนของเปิ่นหวังแห่งนี้ จะมีสุนัขรับใช้ที่ลืมไปแล้วกระมังว่า ใครคือผู้ที่มีอำนาจสั่งให้พวกมันไปเกิดใหม่ได้ในพริบตา"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันงดงามนี้ไปด้วยกันนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 9
สมุนไพรล้ำค่าในเรือนร้าง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!