กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอวลเจือจางในห้องหนังสือลับ ทว่ามิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ติดอยู่ปลายชายเสื้อกราบกรานของมู่หรงจวิ้นได้
บนโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์มังกร แผ่นกระดาษสาเนื้อดีแผ่นหนึ่งถูกกางไว้ รายมือตวัดพู่กันด้วยความฉับไวและเฉียบคมราวกับคมกระบี่ เป็นแผนผังการเคลื่อนพลของกองทัพแคว้นเป่ยซีที่ถูกถอดรหัสออกมาอย่างหมดเปลือก ลายเส้นเหล่านั้นมิใช่สิ่งที่สตรีในห้องหอพึงกระทำ มิใช่แม้กระทั่งสิ่งที่กุนซือชั้นยอดทั่วไปจะล่วงรู้ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน
ไป๋ลี่หลินยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ร่างระหงในอาภรณ์สีเทาอ่อนปักลายเมฆาดูสง่างามและเยือกเย็น นางมิได้หลบสายตาที่ราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อของท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิมแม้แต่น้อย ท่าทีนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึกนั้น ยิ่งทำให้หัวใจของมู่หรงจวิ้นไหววูบด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามได้
"เจ้าเป็นใครกันแน่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างกดดัน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยไอสังหารที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเย็นเยียบลง "สตรีที่วันๆ เอาแต่ปักผ้าในเรือนหลัง เหตุดูเหมือนจะล่วงรู้กลยุทธ์ลับของกองทัพศัตรู ยิ่งกว่าแม่ทัพที่ผ่านศึกมาโชกโชนเล่า, ฮูหยินเอกของเปิ่นหวาง"
มู่หรงจวิ้นก้มลงมองสตรีตรงหน้า ใบหน้างดงามที่มักจะเรียบเฉยนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ คล้ายดอกเหมันต์ปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจีนลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดขี่ไว้ภายใต้ความสุขุม สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ไล่เรื่อยขึ้นไปถึงดวงตาดอกท้อคู่สวยที่ฉายแววท้าทายอย่างไร้ความเกรงกลัว
ไป๋ลี่หลินมิได้ถอยหลังหนี นางเพียงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มบางเบาราวกับสายหมอกถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถ กุมชะตาคนนับแสนในกำมือ ไฉนจึงมาใส่ใจกับสตรีตัวเล็กๆ ที่อาจหาญล่วงเกินอำนาจของท่านเล่าเพคะ? หรือว่า... ท่านกำลังหวาดกลัว?"
คำพูดท้าทายนั้นมิได้ทำให้อ๋องหนุ่มโกรธเกรี้ยว หากแต่ทำให้แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นลẫกล้ำและดุร้ายยิ่งขึ้น มู่หรงจวิ้นยกมือขึ้นยื่นไปหมายจะเชยคางนางขึ้นมาพิจารณาให้ถ้วนถี่ ทว่าไป๋ลี่หลินกลับเบี่ยงหน้าหลบได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับยื่นปลายนิ้วเรียวแตะลงบนอกเสื้อของเขาเบาๆ ทว่ามั่นคง
"ระวังหน่อยเพคะ... บาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายของท่านยังไม่หายสนิท หากขยับตัวพลการ พิษกู่ที่ข้าเพิ่งสกัดออกไปอาจจะแล่นเข้าสู่หัวใจได้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้มู่หรงจวิ้นชะงักกึก
ดวงตาคมกริบของท่านอ๋องหรี่แคบลงทันที เขากดสายมองนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม สตรีผู้นี้ไม่เพียงแต่ล่วงรู้กลยุทธ์การศึก แต่นางยังรู้แม้กระทั่งอาการบาดเจ็บและพิษหายากที่แม้แต่หมอหลวงยังจนปัญญา สามปีที่ผ่านมานางซ่อนตัวตนเช่นนี้ไว้ได้อย่างไร หรือเขากำลังมองข้ามเพชรน้ำเอกที่ซ่อนอยู่ใต้กองโคลนมาตลอด?
"เจ้าวางยาข้า เมื่อคืนก่อนเจ้าเป็นคนรักษาแผลให้ข้า..." มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของนาง "แล้วตอนนี้ เจ้ายังล่วงรู้ความลับทางราชการทหาร เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่? เป็นสายลับของแคว้นใด หรือว่า... ตั้งใจจะส่งหัวของเปิ่นหวางไปให้ใคร?"
"ถ้าหม่อมฉันต้องการให้ท่านตาย ท่านคงไม่มีลมหายใจมา đứngถามคำถามเหล่านี้อยู่ตรงนี้หรอกเพคะ" ไป๋ลี่หลินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและเฉียบคมไม่มีช่องโหว่ "สิ่งที่หม่อมฉันทำ มิใช่เพื่อแคว้นใด หรือเพื่อผู้ใดทั้งสิ้น... หากแต่เพื่อรักษาชีวิตของคนในจวนหลังนี้ รวมถึงตัวท่านเองด้วย ท่านอ๋อง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของเปลวเทียนที่ไหววูบตามสายลมภายนอก
มู่หรงจวิ้นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความจริงหรือร่องรอยของการโกหก ทว่าในดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับว่างเปล่าและล้ำลึกดั่งมหาสมุทร เขากลับพบเพียงความมั่นคงที่น่าประหลาดใจ สตรีผู้นี้... ช่างน่าค้นหา และอันตรายยิ่งกว่าศัตรูในสนามรบเสียอีก
ทว่า... ในอกข้างซ้ายของท่านอ๋องผู้ไร้ความปรานี กลับมีจังหวะการเต้นที่ผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกกระหายที่จะครอบครอง ความปรารถนาที่จะทำลายกำแพงน้ำแข็งรอบตัวนาง และความตระหนักรู้ที่ผุดขึ้นมาในใจอย่างชัดเจนว่า — *เขาไม่อานุญาตให้นางหลุดมือไปเด็ดขาด*
ไม่ว่านางจะเป็นใคร มาจากไหน หรือซ่อนความลับดำมืดเพียงใด ไป๋ลี่หลินผู้นี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของเขา ชั่วชีวิต!
"ดี..." มู่หรงจวิ้นยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาลุกโชนด้วยไฟปรารถนาอันดุร้าย มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของนางแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของนาง "ในเมื่อเจ้าบอกว่าทำเพื่อเปิ่นหวาง เช่นนั้น... จงอยู่เคียงข้างข้า กลืนกินความลับเหล่านี้ลงท้องไปพร้อมกับข้า จนกว่าแผ่นดินนี้จะสยบอยู่ใต้เท้าเรา"
ไป๋ลี่หลินตกใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนกะทันหัน นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากนอกประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะโกanด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้านหลี่
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ด่วนมากพ่ะย่ะค่ะ! กองรักษาการณ์หลวงนำโดยขันทีเอกแห่งตำหนักใน นำราชโองการลับด่วนที่สุดมาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ แจ้งว่า... มีพระบัญชาให้จับกุมตัวฮูหยินเอกไปสอบสวนทันที!"
รอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้าของมู่หรงจวิ้นแข็งค้างในเสี้ยววินาที สายตาคมกริบที่เคยทอดมองนางเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีในทันที ทว่าอ้อมแขนที่โอบเอวบางไว้กลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
พงศาวดารมีชีวิต
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 15
สายตาคมกริบของท่านอ๋อง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!