"หากแผนการเจริญสัมพันธไมตรีในค่ำคืนนี้ล้มเหลว แคว้นมู่ของเราคงมิใช่แค่เสียดินแดนสามหัวเมืองทางประจิม แต่อาจต้องสูญเสียศักดิ์ศรีที่บรรพชนสั่งสมมานับร้อยปีไปจนหมดสิ้นนะครับ ท่านอ๋อง"
ซุ่มเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรพรรณเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในรถม้าหลวงที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองหลวงอันโอ่อ่า ไป๋ลี่หลินในอาภรณ์ชุดฮูหยินเอกปักลายหงส์ทองเคียงมังกรสีชาด นั่งหลังตรงสง่างาม ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความนัย ดวงเนตรคู่คมกวาดมองแผนที่ยุทธศาสตร์การทูตที่กางอยู่บนตัก ก่อนจะเงยขึ้นสบกับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี
มู่หรงจวิ้น นั่งนิ่งสนิทอยู่เบื้องขวา แสงสลัวจากโคมไฟกระดาษนอกหน้าต่างรถม้าที่ลอดผ่านม่านมุกเข้ามากระทบพระพักตร์คมสันดุจเทพสลัก แววเนตรของท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิมเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี พระหัตถ์หนากำจอกสุชาอุ่นในพระaniอย่างมั่นคง รัศมีคุกคามอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศในห้องโดยสารแคบๆ จนแทบหายใจไม่ออก ทว่าลี่หลินกลับหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางหยิบกาน้ำชาขึ้นรินใส่จอกให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติราวกับภรรยาผู้ปรนนิบัติสามีตามธรรมเนียม ทว่าเนื้อหาที่เอ่ยออกมากลับเป็นเรื่องความเป็นความตายของแผ่นดิน
"เจ้าดูมั่นใจนักว่าราชدูตแคว้นเป่ยหลิวจะเล่นลูกไม้ในงานเลี้ยงรับรองค่ำคืนนี้" มู่หรงจวิ้นตรัสด้วยพระสุรเสียงทุ้มต่ำ กังวานลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจ มือกำยำเอื้อมไปรับจอกชาจากนาง ปลายนิ้วสัมผัสกันแผ่วเบา ทว่าไร้ซึ่งความอ่อนหวาน มีเพียงกระแสความตึงเครียดอันเร้นลับที่ดึงดูดสายตา
"หม่อมฉันมิได้มั่นใจในตัวพวกมันเพคะ... แต่หม่อมฉันมั่นใจในความโลภของเสนาบดีหลี่ผู้หนุนหลังพวกมันต่างหาก" ลี่หลินแย้มยิ้มหยัน นัยน์ตาสุกใสฉายแวววาววับด้วยปัญญา "การที่ทูตเป่ยหลิวหยิบยกข้อเสนอเรื่องการค้าเกลือและม้าศึกขึ้นมาเจรจา ทั้งที่ปีก่อนเพิ่งทำสนธิสัญญาหยุดยิง ย่อมมิใช่ความปรารถนาดีอย่างแน่นอน จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการบีบให้ราชสำนักเราต้องยอมจำนนต่อเงื่อนไขอันเสียเปรียบ เพื่อนำไปสู่การลดทอนกำลังทหารในเขตประจิม... ซึ่งนั่นย่อมกระทบโดยตรงต่ออำนาจของท่านอ๋อง"
มู่หรงจวิ้นหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย พระองค์จ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา หัวใจที่ด้านชาและคุ้นเคยแต่กลิ่นคาวเลือดในสนามรบ กลับไหววุ่นอย่างประหลาดทุกครั้งที่ได้เห็นความเฉียบคมอันน่าทึ่งของฮูหยินเอกผู้นี้ นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่วันๆ เอาแต่ปักผ้า
แต่นางคือกุนซือผู้ปราดเปรื่องที่พร้อมจะชักใยอยู่เบื้องหลังกระดานการเมืองอันเชี่ยวกรากเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระองค์ กลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่แม้แต่ตัวพระองค์เองก็ยังหวาดหวั่นในความมั่นคงของมัน
"หึ... เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะใช้ตัวเจ้าเองเป็นเหยื่อล่อในงานเลี้ยงครั้งนี้" มู่หรงจวิ้นตรัสเตือนด้วยสุรเสียงดุร้ายขึ้นเล็กน้อย แววพระเนตรคมกริบราวกับจะทะลวกลึกเข้าไปในความคิดของนาง "จำไว้ ลี่หลิน... เจ้าคือชายาของเปิ่นหวาง ไม่มีใครหน้าไหนในท้องพระโรง อนุญาตให้แตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว แม้กระทั่งทูตต่างเมืองก็ไม่มีสิทธิ์"
คำพูดนั้นแม้จะเจือด้วยความดุดัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยและคำประกาศิตอันเด็ดขาดที่ทรงพลังยิ่ง ลี่หลินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นคู่นั้น ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบาที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมอย่างผิดคาด
"ถ้าเช่นนั้น... หม่อมฉันคงต้องฝากความปลอดภัยไว้กับท่านอ๋องผู้เกรียงไกรแล้วกระมังครับ" นางแกล้งเอ่ยหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงที่ปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียด
รถม้าหลวงหยุดลงสนิท ณ เบื้องหน้าพระราชอุทยานต้าหลี่ สถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมือง ข้าราชบริพารและนางกำนัลต่างก้มตัวหมอบกราบถวายความเคารพท่านอ๋องและฮูหยินเอกผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น แสงไฟจากโคมระย้าสว่างไสวเจิดจ้า เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาอันเสแสร้งของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่
เมื่อมู่หรงจวิ้นก้าวลงจากรถม้า พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาออกมาเบื้องหน้า ลี่หลินวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นนั้นอย่างมั่น
ทั้งสองก้าวเคียงคู่กันเข้าสู่ท้องพระโรงใหญ่ รัศมีอันสูงส่งและเยือกเย็นของทั้งคู่ดึงดูดทุกสายตาให้หันมามองเป็นตาเดียว ความงดงามล่มเมืองของฮูหยินเอกผสานกับความองอาจดุจพญาอินทรีย์ของท่านอ๋อง สร้างภาพที่ผู้คนต่างพากันกล่าวขานว่านี่คือคู่สามีภรรยาที่ทรงพลังที่สุดในแผ่นดิน
ณ โต๊ะจัดเลี้ยงตำแหน่งประธาน ทูตแห่งแคว้นเป่ยหลิว "ตู้อวี้" บุรุษร่างใหญ่รอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า นั่งยิ้มเยาะรออยู่ก่อนแล้ว ข้างกายคือเสนาบดีหลี่ผู้มีสีหน้าเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทั้งสองลุกขึ้นประสานมือคารวะตามพิธีการ
"ท่านอ๋องมู่หรง และพระชายา ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" ตู้อวี้กล่าวด้วยสำเนียงแปล่งหู แววตาดุร้ายกวาดมองลี่หลินด้วยความโลภและประเมินค่า "ได้ยินมานานว่าฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องประจิมไม่เพียงแต่มีความงดงามเป็นเลิศ แต่ยังมีสติปัญญาเฉียบแหลมยิ่ง วันนี้ได้มาพบถือเป็นบุญตา"
"ท่านทูตตู้อวี้กล่าวชมเกินไปแล้วครับ" ลี่หลินตอบรับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ นั่งลงยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างสง่างาม "แคว้นเป่ยหลิวขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญชาญชัย การที่ท่านเดินทางมาไกลเพื่อเจรจาในครั้งนี้ ย่อมแสดงถึงความจริงใจ... เพียงแต่ ความจริงใจนั้น จะคุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่ท่านหวังจะตักตวงไปจากแคว้นของเราหรือไม่ คงต้องมาดูกันที่จอกสุรานี้แล้วกระมังครับ"
บรรยากาศรอบโต๊ะชะงักงันไปชั่วขณะ เสนาบดีหลี่หน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อถูกสตรีตัวเล็กๆ ย้อนศรเข้าอย่างจัง ตู้อวี้หรี่ตาลงรอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความขุ่นเคือง
"ฮูหยินกล่าววาจาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้าเพียงแต่นำไมตรีมามอบให้ ไฉนจึงกล่าวหาว่าพวกเราหวังตักตวงเล่า?" ตู้อวี้เค้นเสียงถาม
"ไมตรีหรือครับ?" ลี่หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางโบกมือเล็กน้อยให้นางกำนัลรินสุชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นลงในจอกของตนเอง "หากเป็นไมตรีแท้จริง ไฉนสนธิสัญญาการค้าที่ท่านนำมา จึงระบุเงื่อนไขให้แคว้นเราต้องส่งมอบเหมืองเหล็กทางเหนือเพื่อแลกกับการนำเข้าม้าศึกสามร้อยตัว ทั้งที่ม้าเหล่านั้นล้วนเป็นม้าแก่ปลดระวางจากกองทัพของท่าน... ท่านทูตคิดว่าราชสำนักของเราโง่เขลาปานนั้นเชียวหรือ?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความเกรงกลัวนี้ ทำให้เหล่าขุนนางรอบข้างที่แอบลักลอบฟังอยู่ถึงกับสูดปากด้วยความตกใจ เสนาบดีหลี่รีบผุดลุกขึ้นจะกล่าวขัดจังหวะ
"ฮูหยิน! อย่าได้บังอาจกล่าววาจาล่วงเกินแขกบ้านแขกเมือง!"
"บังอาจหรือ?" มู่หรงจวิ้นที่นั่งเงียบมานานตวาดขึ้นด้วยพระสุรเสียงทรงพลัง พระเนตรคมกริบราวใบมีดพุ่งตรงไปที่เสนาบดีหลี่จนอีกฝ่ายทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้แทบไม่ทัน รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่ายจนรอบบริเวณเย็นเยียบลงทันตาเห็น "ภรรยาของเปิ่นหวางพูดความจริงทุกประการ หรือเสนาบดีหลี่... ท่านมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสนธิสัญญาฉบับนี้ ถึงได้ร้อนรนนัก?"
เสนาบดีหลี่หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง ได้แต่อ้ำอึ้งพูดไม่ออก ตู้อวี้เห็นท่าไม่ดีจึงหัวเราะกลบเกลื่อน ยกจอกสุราขึ้นคำนับ
"ฮูหยินช่างเฉียบคมนัก... เอาล่ะ ในเมื่อท่านรู้ทันพวกเรา เช่นนั้นข้าก็ไม่ขออ้อมค้อม" ตู้อวี้หรี่ตาอันตราย จ้องมองลี่หลินด้วยความอาฆาตมาดร้าย "หากแคว้นมู่ไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ เกรงว่าสนธิสัญญาหยุดยิงที่ชายแดนประจิม อาจจะต้องถูกฉีกทิ้ง... และเลือดของทหารนับหมื่นนาย จะต้องนองแผ่นดินอีกครั้ง!"
การข่มขู่กลางงานเลี้ยงทำให้เหล่าขุนนางตื่นตระหนก ทว่าลี่หลินกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแต่ยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงเนตรคู่คมสบตากับตู้อวี้อย่างไร้ความเกรงกลัว
"ท่านทูตขู่ผิดคนเสียแล้วครับ..." ลี่หลินวางจอกสุราลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ "เพราะสามีของหม่อมฉันเกลียดที่สุดคือการถูกข่มขู่... และตัวหม่อมฉันเอง ก็เกลียดพวกสุนัขลอบกัดเป็นที่สุดเช่นกัน"
สิ้นคำพูดนั้น ลี่หลินก็ส่งสัญญาณมือลับบางอย่างออกไป ทันใดนั้น ขันทีเฝ้าประตูหน้าพระราชอุทยานก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับคุกเข่าลงตะโกนเสียงดังลั่น
"รายงาน! มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรงกลาง! กองทัพม้าเร็วจากชายแดนประจิมส่งสาส์นด่วน... แม่ทัพฝ่ายเหนือของแคว้นเป่ยหลิวถูกกองกำลังทัพประจิมของท่านอ๋องเข้ายึดค่ายกลหลักได้แล้วในยามนี้! และสิ่งนี้... คือตราประทับประจำตัวแม่ทัพศัตรูที่ถูกส่งมาถวาย!"
ขันทีชูหีบไม้ประทับตราหยกขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคนในงาน ตู้อวี้หน้าถอดสี สติหลุดกระเจิง ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่าแผนการทั้งหมดถูกซ้อนแผนไว้หมดแล้ว
มู่หรงจวิ้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระองค์ทอดพระเนตรมองตู้อวี้ด้วยรอยยิ้มเย็นชาไร้ความปรานี พระหัตถ์หนาเอื้อมมาโอบเอวบางของลี่หลินเข้าหาพระองค์อย่างแสดงความเป็นเจ้าของและชื่นชมในคราเดียวกัน
"ท่านทูตตู้อวี้..." มู่หรงจวิ้นตรัสด้วยพระสุรเสียงเหี้ยมเกรียมกังวานลึก "ดูเหมือนว่า... คนที่จะต้องเจรจาต่อรองในฐานะผู้แพ้ในค่ำคืนนี้ จะไม่ใช่แคว้นมู่ของพวกเราเสียแล้วกระมัง"
บรรยากาศในงานเลี้ยงนิ่งสนิทราวกับป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉากพลิกเกมอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีคนเดิมก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับสาส์นฉบับใหม่ที่เปื้อนคราบโลหิตสีแดงฉาน
"ท... ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! สาส์นด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหมดสติอย่างกะทันหันหลังเสวยพระIอoseวสุรา... และตราลัญจกรแผ่นดิน... ได้หายสาบสูญไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันเชี่ยวกรากนี้ร่วมกันนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 16
ก้าวสู่สนามการเมืองหลวง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!