ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 20

ค่ำคืนแห่งการตรวจคนไข้

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
ความเงียบงันในยามวิกาลของเรือนปีกขวา หาใช่ความสงบสุขที่แท้จริงไม่ หากแต่เป็นความสงัดก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ประทีปดวงน้อยถูกหรี่แสงลงจนเหลือเพียงเปลวไฟไหววับดั่งดวงตาของสัตว์ป่า ไป๋ลี่หลินนั่งอยู่เบื้องโต๊ะไม้จันทน์หอม ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังคีบเข็มเงินเล่มบางจุ่มลงในน้ำต้มสมุนไพรเพื่อฆ่าเชื้อ สายตาของนางมิได้จับจ้องอยู่ที่ตัวเข็ม หากแต่เหม่อมองไปยังบานหน้าต่างไม้แกะสลักที่ปิดสนิท ทว่าสัญชาตญาณของยอดกุนซือและแพทย์หญิงบอกนางอย่างชัดเจนว่า... มีผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังก้าวเข้ามาในอาณาเขตของนาง แกร็ก... เสียงไม้กระทบกันแผ่วเบาราวกับเสียงปีกแมลงปอสัมผัสผิวน้ำ แต่ในโสตประสาทของลี่หลินมันกลับชัดเจนดั่งเสียงคำราม บานประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยในอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์ มู่หรงจวิ้น... ท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิม ผู้คนทั่วหล้าต่างก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับยืนพิงกรอบประตูด้วยลมหายใจที่กระชั้นชิดกว่ายามปกติ แขนเสื้อด้านขวาขาดวิ่นเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกคมดาบเฉือนลึกจนเนื้อปริปริ้น เลือดสีเข้มไหลซึมย้อมอาภรณ์สีดำจนชุ่มโชก แต่ใบหน้าคมคายดั่งเทพสลักกลับยังคงเรียบเฉย เยือกเย็น และดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ต่อสู้จนได้ชัยชนะแต่ก็แลกมาด้วยบาดแผล "เหตุใดจึงไม่เรียกหมอหลวง" ลี่หลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันในฐานะเจ้าของห้อง มู่หรงจวิ้นแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "หมอหลวงผู้โง่เขลาราวกับไก่ในเล้า ข้าไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น... ยกเว้นเจ้า" ประโยคหลังเขากดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจนิยามได้ มันไม่ใช่สายตาของสามีที่มองภรรยา และไม่ใช่สายตาของนายเหนือหัวที่มองผู้ใต้บังคับบัญชา ทว่ามันคือสายตาของนักล่าที่จำนนต่อเหยื่ออันชาญฉลาดของตนเองอย่างหมดรูป ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางวางเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องเคลือบอย่างไม่เร่งรีบ กิริยาท่าทางมีความสง่างามและเยือกเย็นไม่แพ้บุรุษผู้ยืนค้ำฟ้าเบื้องหน้า นางเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนและกลิ่นกายเฉพาะตัวของนางโชยเข้าปะทะนาสิกของท่านอ๋อง ทำให้มู่หรงจวิ้นเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "นั่งลงเพคะ... ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเตือนสติเมื่อเห็นเขายังคงยืนค้ำยันร่างด้วยความทะนงตน มู่หรงจวิ้นยอมหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สลักอย่างเสียไม่ได้ แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะสร้างความเจ็บปวดเสียดแทิงเพียงใด แต่กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างเขากลับเกร็งตึงด้วยความระแวดระวัง ทว่าความระแวดระวังนั้นมิได้มีต่อลี่หลิน หากแต่เป็นความตื่นตัวจากสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้าเมื่ออยู่ใกล้สตรีผู้นี้ในยามวิกาล ลี่หลินก้าวเข้ามาประชิดร่างสูง นางถือวิสาสะใช้กรรไกรคมกริบตัดผ้าแพรที่เปื้อนเลือดบริเวณหัวไหล่ของเขาออกอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นรอยแผลฉีกขาดน่ากลัวที่เกิดจากอาวุธมีคมของมือสังหารเงา เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเริ่มมีอาการบวมแดงและช้ำเลือด "ฝีมือของหน่วยเงาพยัคฆ์ทมิฬจากแคว้นหลี่..." ลี่หลินพึมพำเบาๆ ขณะใช้สำลีชุบน้ำยาสสมุนไพรเชือกทำความสะอาดแผลรอบๆ อย่างเบามือ "พวกมันใช้ยาพิษชาสลายกระดูกเคลือบไว้ที่คมดาบ หากท่านปล่อยทิ้งไว้จนถึงรุ่งสาง แขนข้างนี้คงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต" "ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก" มู่หรงจวิ้นตอบเสียงพร่า สายตาของเขาไม่ได้มองบาดแผลเลยแม้แต่น้อย เขากลับจดจ้องอยู่ ณ ใบหน้างดงามที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แสงจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบดวงหน้าด้านข้างของนาง ทำให้เห็นแพขนตางอนยาวที่ทาบทับลงบนพวงแก้มเนียนละเอียด จมูกโด่งรั้น และเรียวปากสีชาดที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้สมาธิ ระยะห่างระหว่างทั้งสองแคบลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ลี่หลินโน้มตัวลงเพื่อซับเลือด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเหล้าจางๆ และกลิ่นอายบุรุษก็รดรินอยู่บริเวณลำคอระหงของนาง ทำให้นางต้องชะงักมือไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับเริ่มสั่นไหวและเต้นรัวรากับกลองศึกในยามคับขัน "ท่าน... มองอะไรเพคะ" ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววระแวดระวังและดุดัน ทว่าในความแข็งกร้าวกลับซ่อนความหวั่นไหวที่ไม่อาจปิดมิด "มองสตรีที่บังอาจท้าทายอำนาจของข้า... และเป็นคนเดียวในใต้หล้าที่กล้าสั่งให้ข้านั่งลง" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงต่ำพร่า ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนเกือบจะชิด ปลายจมูกของทั้งสองแทบจะสัมผัสกัน ลี่หลินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา ความเยือกเย็นและเฉียบคมที่นางใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดนับตั้งแต่ทะลุมิติมา บัดนี้กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าภายใต้รังสีความอบอุ่นและดวงตาที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสนุกของบุรุษตรงหน้า "ท่านอ๋อง... บาดแผลของท่านยังไม่เสร็จ" นางเตือนสติด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ซึ่งหลุดรอดจากการควบคุมของตนเองเป็นครั้งแรก "ช่างบาดแผลปักษ์ษาบ้าบอพวกนั้นเถอะ" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงพร่า มือหนาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนของนางอย่างแผ่วเบາ ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปภาพตรงหน้าจะสลายหายไปดั่งควันไฟ "ลี่หลิน... เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่? เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่า... ต่อให้กองทัพนับแสนอยู่ตรงหน้า ข้าก็ไม่หวาดกลัวเท่ากับการเห็นแววตาเย็นชาของเจ้า" สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ผ่านพวงแก้ม ทำให้ลี่หลินสะท้านเฮือก นางหลบสายตาไม่ได้เนื่องจากถูกตรึงไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งที่ขยับเข้ามาโอบล้อมรอบกายโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายยิ่งกว่าสนามรบเสียอีก มันคือสงครามแห่งความรู้สึกที่พ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด หากแพ้... ศักดิ์ศรีและหัวใจที่นางปกป้องมาตลอดจะแหลกสลาย "หม่อมฉันเป็นเพียงฮูหยินที่ท่านสั่งหย่า... ไม่มีค่าอันใดให้ท่านต้องใส่พระทัย" นางกล่าวกลั้วเสียงเยาะหยันตนเองเล็กน้อย เพื่อดึงสติที่กำลังเตลิดกลับคืนมา "คำว่า 'หย่า' นั้น... ข้าไม่เคยเอ่ยออกจากปาก และจะไม่มีวันมีวันนั้นเป็นอันขาด!" มู่หรงจวิ้นคำรามในลำคอด้วยความดุดัน แววตาฉายประกายความดื้อรั้นและหวงแหนอย่างถึงที่สุด ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ลมหายใจของลี่หลินขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางพยายามจะขัดขืนและผลักไส แต่มู่หรงจวิ้นกลับรวบตัวนางเข้าหาแนบแน่นยิ่งขึ้น แรงกดดันจากอ้อมแขนแกร่งและสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทำให้สติสัมปชัญญะของยอดกุนซือหญิงหลุดลอย ร่างกายทรยศต่อความคิด สมองขาวโพลนจนแทบคิดแผนการใดไม่ออก ในความมืดสลัวของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเลือดและสมุนไพร หัวใจสองดวงที่เคยแข็งกระด้างราดรดด้วยน้ำแข็ง กลับเริ่มหลอมละลายเข้าหากันอย่างช้าๆ ท่ามกลางวังวนอำนาจที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาทุกเมื่อ ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังกัดกินสติของทั้งคู่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้า "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงร้อนรนขององครักษ์เอกดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้เลือดในกายของมู่หรงจวิ้นเย็นเฉียบในพริบตา "กองกำลังลับของไทฮองไทเฮาบุกเข้าล้อมตำหนักใน และ... พระราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้สั่งให้ท่านปลดประจำการและมอบตราประทับพยัคฆ์คืนทันที ณ ท้องพระโรงหลวงคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%