“ถอยไป!”
เสียงตวาดกร้าวของมู่หรงจวิ้นดังก้องทั่วท้องพระโรงที่เคยเงียบสงัดดั่งป่าช้า ใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลักหินของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิมบัดนี้ฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด มือแกร่งกุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ทว่าเบื้องหน้าเขากลับไม่ใช่ศัตรูในสนามรบ หากแต่เป็นร่างสูงวัยของโอรสสวรรค์ที่ทรุดฮวบลงบนพื้นพรมขนสัตว์ ปลายจอกสุราทองคำที่บรรจุ ‘สุราจันทรา’ รสเลิศกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหินอ่อน กลิ่นหอมหวานของบุปผาที่เจือจางด้วยกลิ่นคาวโลหิตจางๆ เริ่มโชยเข้าจมูกผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ฝ่าบาท... ฝ่าบาท!” เสียงร้องตระหนกของเหล่านางกำนัลดังระงมไปทั่ว ขันทีชราผู้หนึ่งรีบคลานเข้าไปพยุงพระองค์ขึ้น แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามขมับ ลมหายใจติดขัดดุจมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอพระองค์ไว้
“ถอยออกมา!” เสียงของไป๋ลี่หลินดังขึ้นอย่างเฉียบขาด นางไม่ได้สวมชุดกุนซือ ทว่าอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆามงคลกลับดูสง่างามและน่าเกรงขามในยามที่ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“ฮูหยิน เจ้าจะทำอะไร!” ขุนนางอาวุโสท่านหนึ่งร้องทักด้วยความตื่นตระหนก หากแต่ลี่หลินหาได้สนใจไม่ นางก้าวผ่านร่างที่สั่นเทาของขันที เข้าไปคุกเข่าลงข้างกายฮ่องเต้ มือเรียวสวยคว้าข้อมือของพระองค์ขึ้นมาจับชีพจร
สัมผัสที่ได้รับทำให้นางเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง ชีพจรเต้นผิดจังหวะและรวดเร็วอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ยาพิษทั่วไป แต่มันคือ ‘พิษมวลบุปผาหลับไหล’ ที่สกัดจากเกสรดอกไม้หายากในแดนใต้ ผู้ที่ได้รับจะเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความตายภายในสามลมหายใจ หากไม่รีบขับพิษออก เลือดจะแข็งตัวและหัวใจจะหยุดเต้นอย่างถาวร
“ท่านอ๋อง... หมอน้ำหอมข้าอยู่ไหน!” ลี่หลินตะโกนสั่งโดยไม่หันไปมอง มู่หรงจวิ้นที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังแม้จะยังระแวงภัยรอบด้าน แต่เขากลับเชื่อมั่นในตัวสตรีผู้นี้อย่างไม่มีเงื่อนไข เขาดึงเอาถุงผ้าไหมขนาดเล็กที่ข้างเอวส่งให้นางทันที
ลี่หลินเปิดออก นำเข็มเงินเล่มบางออกมา นางแทงเข็มลงบนจุดชีพจรสำคัญรอบลำคอและหัวใจของฮ่องเต้อย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่จ้องมองมาด้วยความหวาดระแวงและสงสัย
“หากท่านยังไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ก็จงเตรียมน้ำเดือดมาเดี๋ยวนี้!” ลี่หลินสั่งเสียงแข็ง สายตาของนางจ้องมองไปที่จอกสุราที่ตกอยู่บนพื้น “พิษนี้มีฤทธิ์เย็น หากไม่ใช้ความร้อนกระตุ้นให้พิษกระจายและรีดออกทางโลหิต ฝ่าบาทไม่มีทางรอด”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในฉับพลัน มู่หรงจวิ้นขยับกายไปยืนบังหน้าลี่หลินไว้ มือหนาปัดป้องทุกคนที่พยายามเข้ามาใกล้ดุจหมาป่าปกป้องอาณาเขต “ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในรัศมีสามก้าว ข้าจะเด็ดหัวมันผู้นั้นเสีย!”
บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดจนแทบขาดใจ ไป๋ลี่หลินใช้ความรู้วิชาแพทย์ผสมผสานกับสัญชาตญาณนางบิดา นางรีดพิษออกจากปลายนิ้วของฮ่องเต้จนเลือดสีดำสนิทไหลซึมออกมา กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว แต่สตรีผู้นี้ไม่มีทีท่ารังเกียจ นางยังคงประคองพระเศียรของโอรสสวรรค์ไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง
“อึก...” ฮ่องเต้สำลักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สายพระเนตรที่เลื่อนลอยค่อยๆ กลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของลี่หลิน “เจ้า... ฮูหยินเอกของจวิ้นอ๋อง...”
“ฝ่าบาท โปรดอย่าเพิ่งตรัสสิ่งใด ร่างกายของพระองค์ยังอ่อนแอ” ลี่หลินกล่าวเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องยอมจำนน
ทว่าในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง เสียงปรบมือแผ่วเบาดังมาจากมุมมืดของเสาสูง ลี่หลินชะงัก นางหันไปมองตามเสียงนั้น พบเงาร่างของบุรุษในชุดดำสนิทที่ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาเยาะเย้ย
“ยอดเยี่ยม... วิชาแพทย์ของฮูหยินไป๋ช่างล้ำเลิศนัก แต่ทว่า...” บุรุษลึกลับผู้นั้นขยับยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชูมือขึ้นเผยให้เห็นจอกสุราที่เหมือนกับจอกของฮ่องเต้ไม่มีผิดเพี้ยน “พิษที่ข้าปรุงมิได้มีเพียงแค่ในสุราจันทราเท่านั้น”
มู่หรงจวิ้นตวัดสายตาไปที่บุรุษผู้นั้นทันที รัศมีสังหารรอบตัวเขาพุ่งสูงจนน่าสะพรึงกลัว “เจ้ารนหาที่ตายงั้นหรือ!”
“ท่านอ๋อง... ท่านมองที่พื้นรอบๆ ตัวฝ่าบาทให้ดีสิครับ” ชายชุดดำกล่าวพลางหัวเราะร่า “พื้นหินอ่อนนั้นถูกเคลือบด้วยไอระเหยของเกสรดอกไม้ที่ท่านเพิ่งจะช่วยฝ่าบาทไว้... ยิ่งฝ่าบาทหายใจลึกเท่าไร พิษยิ่งแทรกซึมเข้าสู่ปอดได้เร็วขึ้นเท่านั้น”
ลี่หลินเบิกตากว้าง นางก้มลงมองพื้นหินอ่อนที่บัดนี้เริ่มมีละอองสีจางๆ ผุดขึ้นตามความร้อนของไฟที่นำมาใช้ขับพิษ นี่คือกรงขังที่ถูกวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น!
“ท่านอ๋อง ระวัง!” ลี่หลินร้องเตือนเมื่อเห็นมือสังหารอีกนับสิบพุ่งตัวลงมาจากเพดานพร้อมกันในจังหวะที่มู่หรงจวิ้นกำลังเบี่ยงตัวเข้าปกป้องนาง
มู่หรงจวิ้นคว้ากระบี่ออกมากวัดแกว่งดุจพายุหมุน ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบเห็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจเขากระตุกวูบ... ที่ประตูวังชั้นใน ขันทีคนสนิทของไทเฮากำลังประคองหีบไม้ขนาดเล็กเดินเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงเลศนัยจนน่าขนลุก
หีบนั้นมิใช่สมบัติล้ำค่า ทว่ามันคือตราพยัคฆ์สั่งการกองทัพที่ควรจะอยู่ในมือของพระองค์... และบัดนี้ มันกำลังถูกเปิดออกต่อหน้าขุนนางทั้งปวงเพื่อประกาศว่า 'ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว'
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พงศาวดารมีชีวิต
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 18
กลิ่นอายพิษในสุราจันทรา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!