ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด•ตอนที่ 2

กลอุบายแรกในจวนอ๋อง

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นหอมของกำยานจันทน์เทศที่ลอยอวลอยู่ภายในห้องโถงเรือนบูรพาหาได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่ กลับกัน มันยิ่งขับเน้นความอึดอัดระคนหวาดระแวงให้เด่นชัดขึ้น ราวกับม่านหมอกสีเทาที่ปกคลุมผืนป่าก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ไป๋ลี่หลินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลายวิจิตร ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องกำลังคีบเข็มเงินเล่มบางขึ้นพิจารณา แสงตะเกียงวับแวมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของนางให้แลดูงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจใบมีดซ่อนในฝัก นางไม่ได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เมื่อครู่แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความนิ่งสงบของนางกลับสร้างความกระวนกระวายใจให้แก่ ‘ชุนเซียง’ สาวใช้หน้าห้องที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่เบื้องล่างอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าบอกว่านี่คือซุปโสมบำรุงกำลังที่อนุภรรยาอวี๋ส่งมาให้ข้าดื่มเพื่อแสดงความเคารพอย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ร่างของสาวใช้สะ้านสะท้านเฮือก ชุนเซียงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือยามตอบคำถาม “ค... ค่ะ… บ่าวหมายถึง เจ้าค่ะ ฮูหยินรองมีความห่วงใยสุขภาพของท่านฮูหยินเอกยิ่งนัก จึงเคี่ยวซุปนี้ด้วยไฟอ่อนนานถึงสามั่วยาม สั่งให้บ่าวรีบนำมาเสิร์ฟขณะที่ยังร้อนๆ เจ้าค่ะ” ไป๋ลี่หลินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนมองรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงกระดูกดำ นางวางเข็มเงินลงบนถาดกระทบกันจนเกิดเสียงดังใส กังวานก้องไปทั่วห้องโถง “ช่างเป็นความห่วงใยที่ลึกซึ้งเสียจริง…” ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดผ้าไหมปักลายหงส์โบกสะบัดตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางลอยเข้าจมูกชุนเซียง “น่าเสียดายนัก… ที่ความปรารถนาดีของฮูหยินรอง ดูท่าจะส่งผลให้คนธาตุไฟเข้าแทรกเร็วกว่ากำหนด” “ฮูหยิน… ท่านหมายความว่าอย่างไร or? บ่าวไม่เข้าใจ…” ชุนเซียงหน้าซีดเผือด รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “เจ้าไม่ต้องเข้าใจหว่านล้อมอันใดหรอก” ไป๋ลี่หลินหยุดยืนตรงหน้าสาวใช้ ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังหวาดหลาดของอีกฝ่าย “ในฐานะหมอผู้เคยช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ย่อมมองออกว่าคราบสีดำที่ปรากฏบนปลายเข็มเงินมิใช่ปฏิกิริยาจากโสมร้อยปี แต่มันคือ ‘พิษอัคคีโลหิต’ พิษหายากจากแดนใต้ที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนลำไส้ภายในชั่วก้านธูป ผู้ใดดื่มเข้าไป จะกระอักเลือดตายอย่างทรมานราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน” สิ้นคำพูดนั้น ชุนเซียงก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ นางโขกศีรษะลงกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังทึบ “ฮูหยินไว้ชีวิตด้วย! บ่าว… บ่าวไม่รู้เรื่องอันใดเลยเจ้าค่ะ! บ่าวเป็นเพียงคนรับใช้ มีหน้าที่ยกมาเท่านั้น!” “เจ้าไม่รู้… แต่คนที่ส่งเจ้ามา ย่อมรู้ดีที่สุด” ไป๋ลี่หลินหมุนตัวกลับ นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม สีหน้าเรียบเฉยไร้ความปรานีแต่มิได้เกรี้ยวกราด นางแสดงออกถึงความเหนือกว่าในทุกย่างก้าวของการชิงไหวชิงพริบ “ในเมื่อฮูหยินรองอุตส่าห์มีน้ำใจส่งยาพิษมาให้ถึงเรือน ข้าในฐานะฮูหยินเอกผู้มีเมตตา ย่อมไม่อาจปฏิเสธน้ำใจอันเปี่ยมล้นนี้ได้… ชุนเซียง เจ้าจงเป็นตัวแทนของข้า ดื่มซุปชามนี้เสียเถอะ” “ไม่! ไม่นะเจ้าค่ะ! ฮูหยินโปรดเมตตา! บ่าวไม่อยากตาย!” ชุนเซียงกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้นางผุดลุกขึ้นจะวิ่งหนีออกไปทางประตู ทว่า เร็วกว่าที่สาวใช้จะขยับตัว องครักษ์เงาในชุดดำสนิทสองนายก็ปรากฏกายขึ้นราวกับภูตผี ปลายดาบคมกริบถูกชักออกจากฝัก ขวางกั้นทางออกไว้ในพริบตาเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนชุนเซียงต้องผถอยกลับมาด้วยความสิ้นหวัง “คิดจะไปไหนหรือ?” ไป๋ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดดุจประกาศิตสวรรค์ “จวนอ๋องแห่งนี้มีกฎเกณฑ์ ผู้ใดกล้าลงมือในเรือนของข้า ผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยวิธีเดียวกัน… หรือเจ้าอยากให้ข้าเรียกคนมาช่วยกรอกใส่ปากเจ้าทีละช้อนด้วยตัวเอง?” “บ่าว… บ่าวผิดไปแล้ว! ฮูหยินรองเป็นคนสั่ง! ฮูหยินรองบอกว่าถ้าทำสำเร็จ จะให้เงินบ่าวสิบตำลึง…!” ชุนเซียงร้องไห้ฟูมฟายด้วยความหวาดกลัวจนสติแทบกระเจิง นางหมอบกราบลงแทบเท้าของไป๋ลี่หลิน ร้องขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไป๋ลี่หลินก้มมองบ่าวคนสนิทของอนุภรรยาด้วยแววตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความสมเพชเวทนา นางเพียงแต่เอ่ยขึ้นเบาๆ “ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะรับใช้ผู้เป็นนายเพื่อเงินทอง ก็จงรับผลกรรมที่นายของเจ้ามอบให้เถอะ… คนแถวนี้ ทำไมยังไม่จัดการอีก?” สิ้นเสียงคำสั่งของฮูหยินเอก องครักษ์เงาก้าวเข้าไปประชิดตัวชุนเซียงทันที คนหนึ่งล็อกแขนทั้งสองข้างไว้แน่น อีกคนบีบกรามของสาวใช้ให้อ้าออก ก่อนที่ถ้วยซุปพิษจะถูกกรอกลงคออย่างไม่ปรานีปราศรัย เสียงสำลักและเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่ร่างของชุนเซียงจะล้มฟุกลงกับพื้น เลือดสีดำไหลทะลักออกจากมุมปาก ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความทรมาน สิ้นใจตายคาที่ตามฤทธิ์ของพิษอัคคีโลหิตอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำยาน ไป๋ลี่หลินเพียงปรายตามองศพเบื้องล่างด้วยความสงบนิ่ง นางมิได้หวาดกลัวภาพอันน่าสยดสยองนี้แม้แต่น้อย ในอดีตชาติ… นางผ่านสนามรบการเมืองและการฆ่าฟันมามากกว่านี้หลายเท่า การกำจัดงูพิษตัวแรกในจวนอ๋องแห่งนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของการทวงคืนศักดิ์ศรีที่นางสมควรได้รับ “จัดการลากศพนี่ไปทิ้งไว้ที่หน้าเรือนของฮูหยินอวี๋” ไป๋ลี่หลินสั่งการด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แล้วบอกนางว่า… ของขวัญที่ส่งมา ข้าได้รับไว้เรียบร้อยดี หวังว่าครั้งหน้า นางจะมี ‘น้ำใจ’ ที่ล้ำค่ากว่านี้มามอบให้อีก” “รับทราบพ่ะย่ะค่ะ / ขอรับ ฮูหยิน” องครักษ์เงารับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะจัดการห่อร่างไร้ลมหายใจแล้วหายตัวไปจากห้องโถงราวกับสายลม ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ไป๋ลี่หลินรินชาอุ่นๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบด้วยมือตนเอง นางยกขึ้นจิบช้าๆ เพื่อล้างรสชาติขมปร่าในบรรยากาศ ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะกำลังจะแย้มขึ้นที่มุมปากของนางนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากนอกประดู่อย่างกะทันหัน เป็นจังหวะก้าวที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจ ซึ่งต่อให้ไม่ต้องหันไปมอง นางก็รู้ดีว่าเป็นผู้ใด ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมหาราชสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็นและดุร้าย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสลักประดับด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์กวาดตามองคราบเลือดบนพื้นพริบตาเดียวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของนาง ท่านอ๋องมู่หรงจวิ้น… กัดฟันกรอด ย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าไป๋ลี่หลิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ “ชายาเอกของข้า… ดูท่าทางเจ้าจะใช้เวลาในจวนของข้าได้อย่างเพลิดเพลินยิ่งนักนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดเจือความอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ มู่หรงจวิ้นก้มลงมองหน้าภรรยาผู้ไม่เคยอยู่ในโอวาท แววตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือดฉายชัดถึงความไม่พอใจ ทว่าในขณะเดียวกัน กลับมีความระแวงปนทึ่งซ่อนอยู่ลึกๆ ไป๋ลี่หลินไม่หลบสายตา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมโหดที่สุดในแคว้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจ “ท่านอ๋องเสด็จกลับมาได้จังหวะพอดีเลยเพคะ…” นางเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าแฝงความท้าทายไว้ทุกอณู “หม่อมฉันกำลังคิดอยู่พอดีว่า… ระหว่าง ‘พิษ’ ที่อนุภรรยาของท่านส่งมาต้อนรับ กับ ‘คมดาบ’ ของท่าน สิ่งใดจะพรากวิญญาณของหม่อมฉันไปได้เร็วกว่ากันเพคะ?” มู่หรงจวิ้นชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวที่ไร้ความเกรงกลัวต่อความตายของสตรีตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบระเบิดในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอำนาจและการหักเหลี่ยมเฉือนคมไป1ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าสามีสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%