“ปล่อยมือเธอเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันของพี่เหนือทำเอาบรรยากาศรอบสวนคณะบริหารฯ ดูเย็นเยียบลงถนัดตา สัมผัสที่ข้อมือของฉันยังคงแน่นหนา ทว่าสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นกลับไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มันจดจ้องไปยังใบหน้าของ ‘วิน’ ที่ยืนประจันหน้าอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว
“ทำไมฉันต้องปล่อย?” วินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มกวนประสาทที่ฉันจำได้ดีจากเมื่อสมัยเด็กๆ “ในเมื่อน้ำขิงเขาไม่ได้พูดสักคำว่าอยากให้พี่ปล่อย... จริงไหมครับน้ำขิง?”
ฉันที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกลางถึงกับชะงัก ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ มืออีกข้างเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจเต้นแรงด้วยความประหม่า นี่มันสถานการณ์อะไรกันคะ? ทำไมพี่เหนือถึงดูโกรธจัดขนาดนี้ แล้ววิน... เพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ทำไมถึงต้องมาเปิดศึกกับวิศวะปี 3 สุดโหดคนนี้ด้วย?
“น้ำขิงไม่ใช่ของเล่นที่ใครจะมาดึงมาฉุดไปไหนก็ได้” พี่เหนือเค้นเสียงผ่านไรฟัน เขาออกแรงดึงข้อมือฉันเบาๆ ให้ขยับไปอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขา “และที่สำคัญ... ผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาแตะต้องคนของผม”
“คนของพี่?” วินแค่นหัวเราะก้าวเข้ามาประชิดอีกหนึ่งก้าว “จำได้ว่าเมื่อกี้ตอนผมเดินมา พี่ก็ยังเป็นแค่ ‘คนรู้จัก’ ไม่ใช่เหรอครับ?”
คำถามนั้นเหมือนลูกธนูที่พุ่งตรงมาที่ฉัน พี่เหนือชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะการหายใจของเขาสะดุดลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ความนิ่งเงียบของเขามันน่ากลัวยิ่งกว่าการตะคอกเสียอีก
“วิน... พอเถอะนะ” ฉันตัดสินใจแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “พี่เหนือ เขาแค่...”
“แค่หึงเหรอ?” วินสวนกลับทันควัน ดวงตาของเขาฉายแววตัดพ้อที่ทำเอาฉันพูดไม่ออก “น้ำขิงเปลี่ยนไปเยอะนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ดูเหมือนจะมีคนคอยตามกวนใจตลอดเวลาเลยเนอะ”
พี่เหนือกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตาเลยสักนิด เขาก้าวเท้าออกมาประจันหน้ากับวินโดยตรง ความสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้เกิดแรงปะทะทางสายตาที่รุนแรงจนคนรอบข้างที่เริ่มเดินผ่านไปมาต้องหยุดมอง
“จะกวนใจหรือจะหวง มันก็สิทธิ์ของผม” พี่เหนือพูดพลางยกมือขึ้นกอดอก “แล้วคุณล่ะ? กลับมาทำไม? มาเพื่อทวงสัญญาเด็กๆ ที่เธอเองอาจจะลืมไปนานแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
“คนสำคัญน่ะ... ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันลืมหรอกครับ” วินจ้องกลับด้วยสายตาที่จริงจังเกินกว่าจะบอกว่าเป็นแค่การหยอกล้อ “โดยเฉพาะกับคนที่เคยสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปแบบเรา”
คำว่า ‘สัญญา’ ทำเอาฉันเบิกตากว้าง สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงภาพเด็กชายตัวเล็กๆ สองคนใต้ต้นไม้ใหญ่ในฤดูร้อนปีหนึ่ง... สัญญาบ้าๆ บอๆ ที่เราเคยตกลงกันว่าจะแต่งงานกันตอนโต วินจำมันได้แม่นขนาดนั้นเลยเหรอคะ?
พี่เหนือแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ในแววตานั้นกลับวูบไหวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคว้าข้อมือฉันอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ดึงด้วยความเกรี้ยวกราด หากแต่เป็นการจับจูงที่หนักแน่นและเด็ดขาดกว่าเดิม
“สัญญาเด็กๆ น่ะเก็บไว้ในกล่องความทรงจำเถอะครับ” พี่เหนือพูดทิ้งท้ายโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง “เพราะปัจจุบัน... เธอต้องไปเรียนคาบบ่ายกับผม”
“เดี๋ยวสิคะพี่เหนือ! เรียนอะไรคะ? วันนี้หนูไม่มีเรียนกับพี่...” ฉันพยายามท้วงพลางก้าวเท้าตามแรงจูงของเขาไปอย่างทุลักทุเล ความซุ่มซ่ามในตัวกำเริบจนเกือบจะสะดุดขอบฟุตบาทหลายครั้งจนพี่เหนือต้องหันมาคว้าเอวฉันไว้เพื่อพยุง
“ถ้าไม่มีเรียน ก็แปลว่าว่าง” พี่เหนือหันมาตอบหน้าตาย สายตาเขายังคงเย็นชา “และผมมีเรื่องต้อง ‘เคลียร์’ กับคุณเยอะมาก น้ำขิง”
วินยืนมองเราสองคนนิ่งๆ ท่ามกลางแดดจ้าของบ่ายวันนั้น เขาไม่ได้โวยวาย แต่รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มเปลี่ยนไป มันดูร้ายกาจและมีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่ ก่อนที่เขาจะตะโกนไล่หลังมา
“เย็นนี้ผมจะรอที่เดิมนะน้ำขิง! อย่าลืมที่สัญญากันไว้ล่ะ!”
ฝีเท้าของพี่เหนือหยุดกึกทันที เขาหันขวับกลับไปมองด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เขาก็ไม่ตอบโต้อะไร ทำเพียงแค่ออกแรงลากฉันให้เดินเร็วขึ้นจนไปถึงมุมตึกที่ลับตาคน เขาผลักฉันเข้าหากำแพงตึกอย่างเบามือแต่หนักแน่น ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างกั้นทางหนีไว้
“อธิบายมา” พี่เหนือขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นไอแดดจากตัวเขา “สัญญาอะไร? ที่บอกว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปนั่น... เรื่องจริงเหรอ?”
ฉันก้มหน้าหลบสายตา หัวใจเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบที่ปกคลุมทำให้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองชัดเจน พี่เหนือในโหมดซึนที่ขี้หึงแบบนี้มันทำเอาฉันไปไม่เป็นเลยจริงๆ ค่ะ
“มัน... มันก็แค่สัญญาเด็กๆ เองนะคะพี่เหนือ หนูจำแทบไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ...”
“แต่ผมจำได้” เขาพูดเสียงแผ่ว แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะปลายคางฉันให้เงยขึ้น “ผมจำได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ... แม้กระทั่งตอนที่คุณแอบมองผมที่ห้องสมุดวันแรก”
ฉันเบิกตากว้าง ความลับที่ฉันคิดว่าไม่มีใครรู้ถูกเปิดเผยออกมาในจังหวะที่หัวใจอ่อนแอที่สุด ทว่าก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรตอบโต้ เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“พี่เหนือ! พี่มาทำอะไรตรงนี้คะ? แล้วนั่น... พี่ขิง? พวกพี่แอบมาเดตกันเหรอ?”
เสียงหวานใสของ ‘ยัยน้องรหัสตัวแสบ’ ของพี่เหนือดังขึ้นขัดจังหวะ วินที่เดินตามมาเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยืนพิงกำแพงถัดไปไม่กี่เมตร พลางจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
พี่เหนือถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปมองทั้งวินและคนมาใหม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลาย “จีจี้... บอกเพื่อนเธอให้เลิกตามมาได้แล้ว”
“เพื่อนหนู?” จีจี้ทำหน้าสงสัยพลางชี้ไปที่วิน “พี่วินเนี่ยนะเพื่อนหนู? เปล่าเลยค่ะ... พี่วินเขาเป็น ‘คู่หมั้น’ ที่ครอบครัวตระกูลคุณแม่ของพี่ขิงเตรียมไว้ให้ต่างหากล่ะคะ!”
คำพูดของจีจี้เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจฉัน มือของพี่เหนือที่กั้นกำแพงไว้ค่อยๆ ร่วงลงข้างตัวอย่างหมดแรง ส่วนฉัน... ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกกับระเบิดลูกใหญ่ที่เพิ่งถูกจุดชนวนขึ้นตรงหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของรี้ดเดอร์จะยังเต้นเป็นจังหวะปกติอยู่บ้างนะคะ ชาพีชหวานน้อยขอตัวไปพักทำใจกับความวุ่นวายของยัยน้ำขิงก่อนนะคะ!
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 13
ศัตรูหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!