“ถอยไปนิดสิขิง หน้าจะชนกระดานอยู่แล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงดึงที่แผ่นหลังเบาๆ ให้ฉันถอยห่างจากบอร์ดประกาศหน้าคณะ วินยิ้มกว้างจนตาปิดพลางเอื้อมมือมาจัดระเบียบกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของฉันอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนสมัยเด็กทำเอาหัวใจฉันเต้นผิดจังหวะจนเผลอทำสมุดโน้ตในมือร่วงลงพื้น
“โอ๊ะ! ขอโทษที ขิงซุ่มซ่ามอีกแล้ว” ฉันรีบก้มลงเก็บ แต่วินกลับก้มลงมาเร็วกว่า มือหนาของเขาแตะเข้ากับมือฉันที่กำลังเอื้อมไปหยิบสมุด แววตาของเขาที่มองมามันอบอุ่นเสียจนฉันรู้สึกประหม่า
“ซุ่มซ่ามแบบนี้ ตลอดไปเลยนะเราน่ะ”
“พูดอะไรของนายเนี่ย...” ฉันหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน พยายามจะชักมือกลับ แต่ในจังหวะนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็ดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาของคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันไปมองทางด้านหลังฉันด้วยท่าทีเกร็งๆ
กลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ฉันคุ้นเคยดีที่สุดลอยปะทะเข้าที่ปลายจมูก... กลิ่นที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวเข้ามานั้น ‘ไม่พอใจ’ อย่างรุนแรง
“เล่นอะไรกันอยู่เหรอครับ”
น้ำเสียงที่เย็นชาเสียจนน่าขนลุกดังขึ้นข้างหลัง พี่เหนือยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่จ้องเขม็งไปที่มือของวินที่ยังคงวางอยู่ใกล้ๆ กับหลังมือของฉันราวกับจะแผดเผาให้ไหม้เป็นจุณ
“พี่เหนือ...” ฉันเผลอเรียกชื่อเขาออกไปเบาๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งโดนจับได้ว่าทำความผิดร้ายแรง ทั้งที่จริงๆ เราก็แค่ยืนคุยกันอยู่หน้าบอร์ดตารางเรียน
“อ้าว พี่เหนือ หวัดดีครับ” วินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ยิ้มท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “แค่ดูตารางเรียนให้ขิงน่ะครับ เห็นยัยนี่ชอบเดินชนนู่นชนนี่ เลยกลัวจะเดินชนบอร์ดเข้าให้”
พี่เหนือแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเปลี่ยนจากวินมาหยุดที่ใบหน้าของฉัน ความซึนเดเระที่เคยแสดงออกผ่านการหยิกแก้มหรือการพูดจาประชดประชันหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความเรียบเฉยที่กดดันจนฉันหายใจไม่ออก
“ตารางเรียนตัวเองก็มี มือถือก็มี ทำไมต้องให้คนอื่นมาดูให้” พี่เหนือเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเดินของเขาหนักแน่นและทรงพลังจนฉันต้องถอยหลังไปชนกับไหล่ของวินโดยไม่ตั้งใจ “หรือว่าช่วงนี้วิชาบริหารฯ มันยากจนสมองประมวลผลอะไรเองไม่ได้แล้วครับ น้องขิง?”
คำพูดถากถางนั้นทำให้ฉันหน้าชา “ขิงแค่... วินเขาผ่านมาพอดีค่ะ”
“ผ่าน... พอดีงั้นเหรอ?” พี่เหนือทวนคำช้าๆ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันจนแผ่นหลังของฉันติดกับบอร์ดประกาศ ก่อนจะยกมือขึ้นมาวางบนขอบบอร์ดกักตัวฉันไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจฉันเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
พี่เหนือโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแทบจะชิดกัน ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยอารมณ์ที่ฉันอ่านไม่ออก แต่มันทำให้เขาสั่นคลอนไปถึงจิตวิญญาณ เขาไม่ได้มองข้ามไหล่ฉันไปที่วินแล้ว แต่เขากำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเหมือนจะค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่
“ต่อไปนี้ ถ้าจะให้ใครช่วย...” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วพร่าที่ข้างหู “ให้มาหาพี่... อย่าไปเรียกใช้คนอื่นพร่ำเพรื่อ เข้าใจไหม”
“พี่เหนือ... นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” วินแทรกขึ้นมา มือของเขาคว้าเข้าที่ต้นแขนของพี่เหนือ แต่พี่เหนือกลับสะบัดออกอย่างเย็นชาโดยไม่ละสายตาจากฉัน
“จะทำอะไรมันก็เรื่องของผม หรือว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมากกว่าคนอื่นที่นี่ครับ?” พี่เหนือถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบคม
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของฉันที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ ฉันไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่พี่เหนือแสดงอาการหึงหวง หรือควรจะกังวลกับสายตาของนักศึกษาคนอื่นๆ ที่กำลังมุงดูเหตุการณ์นี้อยู่
ทันใดนั้นเอง จีจี้ที่วิ่งหอบแฮกเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานก็ชะงักกึก เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาแทรกกลาง
“อุ๊ย! ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะทุกคน! พอดีอาจารย์ฝากบอกว่า... ห้องประชุมชั้นสองถูกจองด่วน ใครที่มีธุระเรื่องลงทะเบียนให้รีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”
จีจี้คว้ามือฉันไว้แน่นก่อนจะกระซิบข้างหู “ไปเดี๋ยวนี้เลยขิง! ดูพี่เหนือสิ... ถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังได้วางมวยกันกลางคณะแน่!”
ฉันถูกจีจี้ลากออกมาจากวงล้อมนั้นโดยไม่ทันได้หันไปบอกลาพี่เหนือเลยสักนิด แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะพ้นมุมตึก ฉันเหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้ฝีเท้าของฉันหยุดกะทันหัน
พี่เหนือไม่ได้ตามมา แต่เขากลับคว้าคอเสื้อของวินให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำเอาวินชะงักไปชั่วครู่ แววตาของพี่เหนือในวินาทีนั้น... มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ แต่มันคือความจริงจังที่มากกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น
“ถ้าคิดจะแย่ง... ก็ลองดู” พี่เหนือพูดด้วยเสียงที่เบามาก แต่ฉันกลับได้ยินมันชัดเจนก้องอยู่ในหัว
วินแค่นยิ้ม แต่เมื่อพี่เหนือปล่อยมือแล้วเดินจากไปอย่างมาดมั่น วินกลับหันมาทางฉัน สบตากันเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความอะไรบางอย่าง... ข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นบนหน้าจอมือถือของฉันในวินาทีนั้น
ฉันกดเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา และข้อความนั้นก็ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนลงตรงหน้า
‘ขิง... ความลับเรื่องที่พี่เหนือช่วยเธอตอนปีหนึ่งน่ะ ฉันรู้หมดแล้วนะ... จะให้ฉันบอกความจริงกับเขาตอนนี้เลย หรือจะให้ฉันเป็นคนบอกเธอเองดี?’
ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความลับที่ฉันพยายามปิดตายมาตลอดกำลังจะถูกกระชากออกมาโดยคนที่ฉันไว้ใจที่สุด และดูเหมือนว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างโหดร้ายที่สุด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าจะถูกใจนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ - ชาพีชหวานน้อย
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 14
ความซึนของพี่เหนือเริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!