“ถ้าแพ้คราวนี้ เลี้ยงข้าวทั้งทีมนะไอ้วิน!”
เสียงตะโกนท้าทายของเพื่อนร่วมคณะบริหารฯ ดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของสนามกีฬามหาวิทยาลัย ฉันได้แต่มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มือเล็กๆ กำขวดน้ำดื่มจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกอึดอัดที่ติดค้างมาจากเรื่องราวเมื่อวานยังคงเกาะกุมอยู่ในอกเหมือนฝันร้ายที่ยังไม่ยอมจางหายไป
“น้ำขิง ยืนเหม่ออะไรอยู่จ๊ะ? วันนี้ต้องแข่งวิ่งผลัดกับวิศวะนะ ห้ามซุ่มซ่ามทำไม้หล่นกลางคันเชียวล่ะ” จีจี้เขย่าแขนฉันพลางส่งยิ้มกว้าง แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้ความกระวนกระวายในใจฉันลดน้อยลงเลย
สายตาของฉันเหลือบไปมองฝั่งตรงข้าม—คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายใต้เสื้อช็อปสีเข้มเขรอะคราบฝุ่นจากการซ่อมรถในกิจกรรมก่อนหน้า ‘พี่เหนือ’ ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางฝูงลิงป่าของคณะเขา สายตาคู่คมกริบคู่นั้นไม่ได้มองเพื่อนฝูงที่กำลังเตะบอลเล่นกันอยู่เลย แต่กลับจ้องมาที่ฉัน... จ้องเขม็งราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงความลับที่ฉันเพิ่งจะฝังมันไว้เมื่อคืน
“วันนี้ตั้งใจหน่อยนะน้ำขิง” วินเดินเข้ามาใกล้ เขาถือขวดน้ำเย็นจัดมาแนบแก้มฉันเบาๆ “อย่าให้ไอ้พวกวิศวะมันหัวเราะเยาะเอาได้”
ฉันสะดุ้งสุดตัว ถอยห่างจากวินด้วยสัญชาตญาณทันที วินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแห้งๆ แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยคำแก้ตัว แววตาของฉันก็ปะทะเข้ากับสายตาคู่นั้นอีกครั้ง... พี่เหนือที่ดูเหมือนจะเดินตรงมาทางนี้พร้อมรัศมีข่มขวัญที่ทำเอาคนรอบข้างต้องหลีกทางให้
“ไม้ผลัดน่ะ... ถ้าถือไม่ไหว ก็บอก”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของพี่เหนือดังขึ้นใกล้หูจนฉันขนลุกเกรียว เขาไม่ได้มองวินเลยแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่วินเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการท้าทาย
“พี่เหนือไม่ต้องห่วงหรอกครับ ขิงเขาอยู่กับผม” วินตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
พี่เหนือไม่ตอบ แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนออกกำลังกายทำเอาฉันหายใจติดขัด มือหนาเอื้อมมาจัดป้ายชื่อบนอกเสื้อฉันที่เบี้ยวอยู่นิดหน่อยด้วยนิ้วที่เรียวยาวและนิ่งสนิท
“ผมไม่ได้เป็นห่วงเรื่องการแข่ง” เขากระซิบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนหัวใจฉันสั่นสะท้าน “ผมแค่จะบอกว่า... ความลับที่คิดว่ามิดชิด บางทีมันก็ไม่ได้เนียนอย่างที่คิดหรอกนะ ระวังไว้ด้วยล่ะ”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับไป ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางสนาม วินมองตามหลังพี่เหนือไปด้วยความงุนงง “มันพูดอะไรของมันน่ะขิง? ท่าทางกวนประสาทชะมัด”
ฉันไม่ได้ยินสิ่งที่วินพูดเลย สมองของฉันขาวโพลน คำพูดของพี่เหนือเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขกลอนประตูแห่งความกลัวที่ฉันเพิ่งปิดตายไปให้เปิดออกอีกครั้ง เขาหมายความว่ายังไง? หรือว่าเขาจะรู้เรื่อง ‘เรื่องนั้น’ ของฉันแล้ว?
เสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันดังขึ้นเรียกสติฉันกลับมา ทีมของเราออกตัวนำหน้าไปได้เล็กน้อย การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม ฉันทำหน้าที่เป็นไม้สุดท้าย หัวใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองชุด วินส่งไม้ผลัดมาให้ฉันด้วยความรวดเร็ว
“ไปเลยขิง! วิ่งให้สุด!”
ฉันออกวิ่งไปข้างหน้า ลมปะทะหน้าจนแสบไปหมด แต่ความรู้สึกที่ว่ามี ‘สายตา’ คู่หนึ่งกำลังจ้องมองตามมาตลอดทางกลับทำให้ฉันก้าวขาไม่ออก พี่เหนือ... เขากำลังวิ่งขนานไปกับฉันในเลนข้างๆ ในฐานะไม้สุดท้ายของคณะวิศวะเช่นกัน!
เขาวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ราวกับกำลังกดดันให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ในขณะที่ฉันพยายามจะวิ่งหนี แต่เขากลับขยับมาบังทางวิ่งของฉันจนฉันเสียจังหวะ
“ถ้าเธอชนะวันนี้...” พี่เหนือพูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเชียร์ “ผมจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องเมื่อคืน แต่ถ้าเธอแพ้... เราคงต้องมานั่งคุยกันยาวๆ เลยล่ะ”
“พี่เหนือ! พี่มันบ้า!” ฉันตะโกนสวนกลับด้วยความตกใจและโมโห
“ใช่ ผมมันบ้า... บ้าจนอยากจะรู้ว่ายัยแม่มดฝึกหัดอย่างเธอ กำลังเล่นเกมอะไรกับชีวิตผมอยู่กันแน่!”
จังหวะนั้นเอง ฉันที่กำลังเสียสมาธิเพราะคำพูดของเขา ดันสะดุดก้อนกรวดบนลู่วิ่งเข้าอย่างจัง ร่างกายของฉันเสียการทรงตัวและกำลังจะล้มลงไปฟาดกับพื้นสนามที่ร้อนระอุ แต่ทว่า... วงแขนแข็งแรงของใครบางคนกลับคว้าเอวฉันไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคยโอบล้อมรอบกาย
เขารั้งฉันไว้จนหน้าอกของฉันกระแทกเข้ากับแผงอกหนาของเขา สายตาของเขามองลงมาที่ฉันอย่างลึกซึ้งและดุดันในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่หยุดชะงักไปครู่หนึ่งเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“หึ... ถึงจะซุ่มซ่าม แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยให้เจ็บตัวได้ง่ายๆ หรอกนะ”
พี่เหนือกระซิบข้างหู ก่อนจะดึงตัวฉันขึ้นมา แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะปล่อยมือ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของฉันที่หลุดออกมาจากกระเป๋าตอนที่ฉันสะดุด... มันคือซองจดหมายเก่าๆ ที่เป็นหลักฐานของความลับที่ฉันพยายามซ่อนไว้
มือของพี่เหนือคว้าซองจดหมายนั้นไว้ได้ก่อนที่มันจะตกลงบนพื้นดิน เขาชะงักไปทันทีเมื่อเห็นข้อความที่จ่าหน้าซอง... ชื่อของบุคคลที่เขาไม่มีวันลืม แม้แต่ในความฝัน
“นี่มันอะไร...” น้ำเสียงของพี่เหนือเปลี่ยนไปในทันที มันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “ทำไมชื่อของคนคนนี้ ถึงมาอยู่กับเธอได้!”
ชาพีชหวานน้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้และเป็นกำลังใจให้กันเสมอเลยนะคะ
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 15
กิจกรรมกีฬาสีที่ต้องแข่งกัน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!