“ฉันถามว่าชื่อนี้... มันมาอยู่กับเธอได้ยังไง!”
น้ำเสียงที่ตะคอกออกมาอย่างลืมตัวของพี่เหนือทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว สมุดบันทึกเล่มเล็กที่ฉันพยายามซ่อนไว้สั่นไหวอยู่ในมือ ดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“พี่เหนือ... ใจเย็นก่อนนะคะ คือมัน...”
“ใจเย็นเหรอ? เธอจะให้ฉันใจเย็นในขณะที่เห็นของของ ‘มัน’ อยู่กับเธอเนี่ยนะ!” เขาคว้าสมุดเล่มนั้นไปจากมือฉันอย่างรุนแรงจนปลายนิ้วเราแตะกันเพียงเสี้ยววินาที ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันบาดลึกจนฉันรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
รอบข้างสนามกีฬามหาลัยที่เคยจอแจดูเหมือนจะเงียบสนิทลงในวินาทีนั้น เพื่อนๆ คณะบริหารที่กำลังซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานตรงหน้า ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความตื่นตระหนกบวกกับความอ่อนล้าจากการซ้อมหนักตั้งแต่เช้าเริ่มทำพิษ ลมหายใจฉันติดขัด หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน่วงไปหมด
“คืนให้หนูนะ...” ฉันพยายามจะคว้าสมุดคืน แต่ภาพตรงหน้ากลับเริ่มพร่าเลือน สีหน้าถมึงทึงของพี่เหนือเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความสับสนชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
แสงแดดจ้ากลางสนามที่เคยสว่างไสวกลายเป็นสีดำมืดมิด
*ตึก... ตึก...*
เสียงหัวใจที่เต้นรัวเริ่มแผ่วจาง ฉันรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างเบาหวิวราวกับจะลอยละล่องไปในอากาศ ก่อนที่ความรู้สึกอบอุ่นหนักแน่นจะโอบอุ้มฉันเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่คุ้นเคยของใครบางคนปะทะเข้าที่จมูก
“น้ำขิง! ยัยบ้าเอ๊ย... ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงของพี่เหนือ... ทำไมมันดูร้อนรนจังเลยคะ?
พี่เหนืออุ้มฉันวิ่งฝ่าฝูงชนไปอย่างรวดเร็ว แรงโอบกอดที่แน่นหนาของเขาทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขาก้าวเดิน ขาแกร่งของวิศวะหนุ่มก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องพยาบาลท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจของคนรอบข้าง ฉันพยายามจะลืมตา แต่เปลือกตามันหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืน
“ถ้าน้ำขิงเป็นอะไรไป... ฉันไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูนั้นฟังดูเจ็บปวดเหลือเกิน
เมื่อถึงห้องพยาบาล เขาวางฉันลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมที่สุด ก่อนจะรีบไปหยิบแก้วน้ำและพัดมาปัดไล่ความร้อนให้ฉัน พี่เหนือดูไม่เหมือนพี่เหนือคนเดิมที่ชอบดุ หรือคนซึนที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง เขากำลังลนลาน มือสั่นๆ ของเขาพยายามแตะหน้าผากฉันอย่างแผ่วเบา สายตาที่เขามองมามันไม่ใช่ความโกรธแค้นเรื่องสมุดบันทึกอีกแล้ว แต่มันคือความห่วงใยที่ท่วมท้นจนแทบล้นออกมา
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นเขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจนไหล่ที่เกร็งแข็งผ่อนคลายลง
“ฟื้นแล้วเหรอ... ห้ามเป็นลมแบบนี้อีกนะ รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน” เขาตำหนิฉันเบาๆ แต่ดวงตานั้นกลับอ่อนโยนจนใจฉันกระตุก
“สมุด... เล่มนั้น...” ฉันพึมพำเสียงแหบพร่า
พี่เหนือชะงักไป วินาทีนั้นบรรยากาศในห้องพยาบาลที่เงียบสงัดกลับมีความกดดันบางอย่างแทรกเข้ามา เขาหยิบสมุดเล่มนั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเปิดหน้าสุดท้ายที่ฉันมักจะกั้นไว้ด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน
“น้ำขิง... ทำไมรูปถ่ายใบนี้ ถึงมีรูปฉันตอนเด็กๆ คู่กับ ‘วิน’ ได้ล่ะ?”
หัวใจฉันหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เพราะหน้าถัดไปไม่ใช่แค่รูปภาพ แต่มันคือความลับที่ฉันพยายามซ่อนไว้มาตลอดสามปี... ความลับที่เชื่อมโยงระหว่างพี่เหนือ วิน และเด็กผู้หญิงที่เคยหายตัวไปในวันนั้น
“หนูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง...” ฉันน้ำตาคลอ พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่พี่เหนือกลับกดไหล่ฉันไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“บอกความจริงมา เดี๋ยวนี้!” เขาเค้นเสียงต่ำ พร้อมกับที่ประตูด้านหลังของห้องพยาบาลถูกเปิดออกอย่างแรง วินก้าวเข้ามาพร้อมสีหน้าเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความสะใจ
“ปล่อยน้ำขิงเดี๋ยวนี้ ไอ้เหนือ... แกไม่มีสิทธิ์รู้ความจริงในหน้าสมุดเล่มนั้นหรอก”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของยัยน้ำขิงและพี่เหนือนะคะ หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับความลุ้นระทึกของตอนนี้ค่ะ - ชาพีชหวานน้อย
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 16
น้ำขิงเกือบเป็นลมกลางสนาม
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!