“ขนมร้านนี้น่ะ... พี่เหนือเขาชอบทานตั้งแต่มหาลัยปีหนึ่งแล้วค่ะ พอดีวันนี้รินแวะไปซื้อมาเลยกะว่าจะเอามาฝากซะหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอขิงตรงนี้”
ประโยคหวานหยดจาก ‘พี่ริน’ เปรียบเสมือนน้ำแข็งก้อนโตที่ถูกทุ่มลงมากลางหัวใจฉันจนชาหนึบไปหมด ฉันยืนถือกล่องขนมเจ้ากรรมที่ซื้อมาหวังจะง้อคนปากแข็ง แต่ภาพพี่รินที่นั่งเคียงคู่พี่เหนือบนรถคันหรูนั้นกลับตะโกนก้องว่าฉันมาผิดที่ผิดทางที่สุด
พี่เหนือไม่ได้หันมามองฉันด้วยซ้ำ สายตาคมคู่นั้นจดจ้องอยู่เพียงบนถนนเบื้องหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามสไตล์ “ฝากไว้ที่เบาะหลังเถอะ ขอบคุณ”
คำว่า ‘ขอบคุณ’ นั้นเขาพูดกับใครกันแน่? กับพี่รินที่ยื่นกล่องขนมให้ หรือกับฉันที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างรถ? ความรู้สึกจุกอกตีตื้นขึ้นมาจนฉันต้องหมุนตัวเดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันที
...
ภายในร้านอาหารกึ่งผับย่านหน้ามหาลัยที่ใช้จัดปาร์ตี้รับน้อง แสงไฟสลัวสีส้มสลับน้ำเงินทำหน้าที่พรางตาได้ดีนักล่ะ ฉันซัดน้ำพันซ์แก้วแล้วแก้วเล่าจนความร้อนผ่าวเริ่มแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า จีจี้ที่นั่งข้างๆ พยายามดึงแก้วออก แต่มีหรือที่คนกำลังอกหักทิพย์อย่างฉันจะยอม
“ขิง พอเถอะแก เดี๋ยวก็เมาหรอก!” จีจี้ปรามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ใครเมา... ฉันแค่... อึก... แค่ดื่มเป็นเพื่อนพี่ๆ เขาไง” ฉันตอบพลางหัวเราะร่า ทั้งที่ในใจรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยมือล่องหน
บรรยากาศในงานเริ่มอื้ออึง วินเพื่อนสมัยเด็กของฉันเดินเข้ามาสมทบ เขาแย่งแก้วเหล้าไปจากมือฉันพร้อมขมวดคิ้วมุ่น “น้ำขิง หยุดดื่มได้แล้ว เธอไม่ใช่คนคอแข็งนะ”
“ยุ่งน่า... นายมันก็แค่เพื่อนสมัยเด็ก จะไปรู้อะไร” ฉันปัดมือวินออกอย่างรำคาญ ก่อนจะเซไปชนกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน
กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์เจือจางที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘พี่เหนือ’ ปะทะเข้ากับจมูกทันที ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าผ่านม่านตาที่พร่าเลือน เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่พี่รินก็ยังเดินตามติดมาไม่ห่าง
“นึกว่าจะไม่มาซะแล้วนะพี่เหนือ” วินทักขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางดึงแขนฉันเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้น “ถ้ารู้ว่าพี่จะพาคนพิเศษมาด้วย ผมคงไม่ต้องคอยดูแลขิงคนเดียวทั้งคืนหรอก”
พี่เหนือชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกริบเหลือบมองมือของวินที่เกาะไหล่ฉันอยู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำเอาอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบ “ดูแลดีนัก ก็ดูแลให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน อย่าให้เมาจนกลับไม่ถูกก็พอ”
เขากระแทกเสียงใส่ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะวีไอพี ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งอยู่กับวิน ความน้อยใจพุ่งปรี๊ดจนฉันตัดสินใจคว้าเหล้าบนโต๊ะข้างๆ มากระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด เพื่อประชดไอ้คนปากแข็งที่เดินหนีไป
...
“ขิง... ขิง! ตื่นสิแก!”
เสียงจีจี้ดังแว่วๆ แต่เปลือกตาของฉันมันหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมขึ้นได้ ร่างกายมันหมุนคว้างไปหมด ฉันจำได้เลือนลางว่าตัวเองเดินสะดุดขาตัวเองจนล้มพับลงไปกองกับพื้น ก่อนจะมีอ้อมแขนกว้างที่คุ้นเคยช้อนตัวฉันขึ้นมา
กลิ่นกายเดิม... กลิ่นที่ทำให้ใจสั่นเสมอ
“ยัยเด็กบ้า... ใครให้ดื่มเยอะขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำบ่นพึมพำฟังดูหงุดหงิดแต่กลับแฝงไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ฉันซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขา รู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่ต่างกัน “พี่... เหนือ...” ฉันครางชื่อเขาเบาๆ “อย่า... อย่าทิ้งขิงไว้กับคนอื่น...”
ร่างสูงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น “ไม่ได้ทิ้ง... แต่เธอต่างหากที่ชอบทำตัวน่าหงุดหงิด”
เขาพาฉันเดินฝ่ากลุ่มคนที่กำลังเต้นรำออกมาสู่ความเงียบสงบ ลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้าทำให้ฉันเริ่มได้สติขึ้นมาบ้าง ทว่าพอลืมตาขึ้นกลับพบว่าเขาพาฉันมาหยุดอยู่ที่ท้ายรถกระบะของเขา ไม่ใช่ที่พักของฉัน
“พี่จะพาไปไหน...” ฉันถามเสียงพร่า
พี่เหนือไม่ตอบ เขาจับฉันวางลงบนเบาะข้างคนขับอย่างนุ่มนวลก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างหูจนฉันแทบหยุดหายใจ ใบหน้าคมคายของเขาอยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันราวกับจะค้นหาคำตอบของความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
“หึงรึไง?” เขาถามสั้นๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย
“ขิงไม่ได้หึง... ขิงแค่... ไม่ชอบขนมของคนอื่น” ฉันเผลอพูดความในใจออกไปจนได้ พี่เหนือชะงักไปครู่ใหญ่ เขายกยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราแทบแตะกัน
“งั้นถ้าเปลี่ยนจากขนมเป็นอย่างอื่น... จะยังโกรธอยู่ไหม?”
เขายังไม่ทันได้ขยับเข้าใกล้ไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอโชว์ชื่อ ‘พี่ริน’ ร่างสูงผละออกห่างอย่างรวดเร็ว สีหน้าท่าทางกลับไปเป็นคนเย็นชาคนเดิมทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแต่ไม่กดรับ ก่อนจะเหลือบมองฉันที่กำลังตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไป
ทว่าจังหวะที่เขาจะกดวางสาย ประตูฝั่งคนขับก็ถูกใครบางคนเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานๆ ของพี่รินที่แทรกเข้ามา “พี่เหนือคะ ลืมของไว้ที่ร้านรึเปล่า... เอ๊ะ! ขิงยังอยู่บนรถพี่อีกเหรอคะ?”
ฉันมองพี่รินที่ยืนหน้าตื่น ก่อนจะหันไปเห็นพี่เหนือที่นิ่งเงียบราวกับรูปปั้น และในวินาทีนั้นเอง สายตาฉันก็เหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อของพี่เหนือตอนที่เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์... มันคือใบเสร็จจากร้านขนมร้านเดียวกับที่ฉันซื้อ แต่มีข้อความเขียนด้วยลายมือพี่รินกำกับไว้ว่า *‘ทานให้อร่อยนะพี่เหนือ รินทำเองกับมือ’*
ความเงียบเข้าปกคลุมรถทั้งคัน ชั่วขณะนั้นเอง พี่เหนือก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่นแล้วหันไปจ้องหน้าพี่รินด้วยสายตาที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
“ริน... เรื่องนี้เราต้องคุยกันให้เคลียร์ ส่วนขิง... ห้ามไปไหนทั้งนั้น”
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้จะทำให้รี้ดทุกคนตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดเลยค่ะ
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 10
ปาร์ตี้รับน้องที่วุ่นวาย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!